ด้าน นารา เครปกะเทย กล่าวว่า วันนี้ที่มากระทรวงยุติธรรมเจตนา คือ อยากมาเพื่อให้ผู้เสียหายและลูกค้ารู้ว่าตนไม่หนี และยังคงพยายามเดินหน้าหาเงินเพื่อใช้หนี้ผู้เสียหายให้ครบทุกราย ทุกบาท ทุกสตางค์ ส่วนกรณีของกล่องสุ่มที่มีดราม่า ตนเริ่มขายมาตั้งแต่เดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ขายมาเรื่อยๆตลอด จนมาวันที่ 3 ก.พ.66 ที่ตนเริ่มดำเนินธุรกิจไม่ไหว เกิดความชะงัก เกิดดราม่าต่างๆ
ในขณะนั้นมีผู้เสียหายประมาณ 500 ราย แต่ตนก็ได้พยายามเคลียร์ยอดเงินมาตลอดจนเหลือเพียงหลักสิบราย อย่างไรก็ตาม จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ค่อนข้างมีผลกระทบต่อการขายของเปิดบิลที่ตามมา เพราะลูกค้าเกิดความไม่ไว้วางใจ ทำให้ไม่มียอดเงินเข้ามา
นารา เครปกะเทย กล่าวต่อว่า ปัจจุบันนี้ ตนได้ขายทรัพย์สินไปเกือบหมดแล้วเหลือเพียงรถยนต์ เพื่อนำเงินมาเฉลี่ยคืนผู้เสียหาย และก็มีบ้านหลังหนึ่งซึ่งเป็นบ้านที่แม่ได้สร้างไว้ ตั้งแต่ก่อนที่ตนจะขายกล่องสุ่ม และแม่ได้เอาเข้าธนาคารแล้ว เพื่อจะนำเงินมาใช้หนี้ลูกค้า ตอนนี้อยู่ระหว่างรอผลรีพอร์ตจากธนาคาร เเละเมื่อได้เงินมา ก็จะรีบคืนผู้เสียหายเหมือนกัน
ส่วนยอดค้างชำระผู้เสียหายในตอนนี้ ส่วนใหญ่เหลือเป็นในส่วนของการเปิดบิล ซึ่งมีหลักร้อยคน มูลค่าความเสียหายยังไม่ทราบตัวเลขอย่างเป็นทางการ แต่ตนมั่นใจว่าจะสามารถเคลียร์ได้ภายในเดือนพฤษภาคมนี้ หากพูดอย่างคนมีโชค
"เด็กคนนี้ขอโทษและขอสัญญาว่าจะควบคุมสติตัวเอง และจากนี้ใช้สติแก้ปัญหา และยืนยันว่าไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับการพนันออนไลน์"