svasdssvasds
เนชั่นทีวี

อาชญากรรม

บิดเบือน! ข่าวอุบัติเหตุ 10 ล้อเนินกลางดง

05 ตุลาคม 2565
871

โฆษก ตร. เตือนระวัง บิดเบือนข่าวอุบัติเหตุ รถบรรทุก 10 ล้อ เบรกแตก ชนรวด 26 คัน ช่วงลงเนินกลางดง เหตุปี 64 แต่นำมาระบุเวลาให้คลาดเคลื่อน หวั่นสร้างความสับสนในหมู่ประชาชน

วันที่ 5 ตุลาคม 2565 ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง โฆษก ตร. เปิดเผยกรณีการแชร์ Fake news รถบรรทุก 10 ล้อ เบรกแตก ชนรวด 26 คัน ช่วงลงเนินกลางดง ไม่เป็นความจริงว่า สื่อโซเชียลมีเดียได้แชร์ข่าวเนื้อหาตามที่มีคลิปแพร่หลายในโซเชียลมีเดีย ( Facebook Live) เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2565 มีเหตุรถชนกันจำนวน 26 เสียชีวิต 41 คน ที่ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี

 

สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ตรวจสอบคลิปวิดีโอดังกล่าวแล้ว พบว่าเป็นข้อมูลเท็จ กรณีดังกล่าวเป็นเหตุการณ์รถชนกัน 26 คัน บริเวณถนนมิตรภาพ กม.36 ต.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา (เขตสอบสวน สภ.กลางดง) มีผู้บาดเจ็บเล็กน้อย 3 คน เมื่อเวลา 13.40 น.ของวันที่ 26 เมษายน 2564 แล้วมีผู้ใช้โชเชียลมีเดีย นำมาลงแล้วพาดหัวว่า เป็นเขต อ.มวกเหล็ก ระบุเกิดเหตุวันนี้ ( 4 ต.ค.65) จึงทำให้เกิดความเข้าใจผิดในหมู่ประชาชน 

บิดเบือน! ข่าวอุบัติเหตุ 10 ล้อเนินกลางดง

พล.ต.ต.อาชยน ระบุ การกระทำดังกล่าวในลักษณะการผลิตและเผยแพร่ข่าวปลอม หรือบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร ทำให้เกิดความตื่นตระหนก เกิดความสับสนวุ่นวาย เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14(2), (5) มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

โฆษก ตร. กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยเรื่องการแชร์ข่าวปลอม หรือ Fake news ทำให้ประชาชนรับทราบข้อมูลข่าวสารที่บิดเบื้อน สร้างความเสียหายให้กับประเทศเป็นอย่างมากได้สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. เร่งปราบปรามอย่างจริงจัง ในปัจจุบันที่ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารต่างๆ ได้ง่าย

บิดเบือน! ข่าวอุบัติเหตุ 10 ล้อเนินกลางดง

ขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ ไม่ส่งต่อหรือแชร์ข้อมูล จนกว่าจะตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลข่าวสารให้ชัดเจนเสียก่อน เพื่อมิให้เกิดความสับสนและตื่นตระหนกในสังคม เพราะในปัจจุบันนี้มีข่าวปลอมเกิดขึ้นทุกวัน และสามารถติดตาม แจ้งเบาะแสข่าวปลอมได้ ผ่านช่องทางต่างๆ ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมดังนี้ 1. เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com 2.เฟซบุ๊ก Anti-Fake News Center 3.ทวิตเตอร์ @AfncThailand 4.บัญชีไลน์ทางการ @antifakenewscenter และ 5.ช่องทางโทรศัพท์สายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 เพื่อหลีกเลี่ยงจากการเป็นเหยื่อข่าว