นอกจากนี้ นายอนุทิน ได้เน้นย้ำเรื่องการจัดตั้งและดูแลศูนย์อพยพ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดต้องบูรณาการการทำงานร่วมกับนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด เพื่อระดมทรัพยากรและเครือข่ายในพื้นที่เข้ามาช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่
นายอนุทิน กล่าวว่า เมื่อวานนี้(4 ต.ค.69) ได้ลงพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี และพบว่ายังมีน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ จนต้องอพยพประชาชนเพิ่มเติม เนื่องจากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย ขณะเดียวกัน น้ำที่ท่วมขังเป็นเวลานานเริ่มเน่าเสียและส่งกลิ่นเหม็น จึงจำเป็นต้องเร่งดูแลประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
“การทำงานร่วมกันจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง เพราะองค์การบริหารส่วนจังหวัดมีเครือข่ายและทรัพยากรที่สามารถสนับสนุนการช่วยเหลือประชาชนได้ ขณะเดียวกันภาครัฐก็พร้อมให้การสนับสนุน โดยผู้ว่าราชการจังหวัดต้องบริหารจัดการและสนับสนุนเรื่องงบประมาณให้เพียงพอ”
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า สำหรับจังหวัดที่ประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยแล้ว ขอให้เร่งดำเนินการใช้เงินทดรองราชการในที่ประสบภัยให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อดูแลประชาชนที่อยู่ในศูนย์พักพิงให้ได้รับความสะดวกและมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดเท่าที่สามารถดำเนินการได้
พร้อมยอมรับว่า ศูนย์พักพิงไม่สามารถมีความสะดวกสบายได้เทียบเท่ากับการอยู่ที่บ้าน แต่ขอให้หน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลปัจจัยพื้นฐานที่จำเป็น โดยเฉพาะห้องน้ำและห้องสุขา ซึ่งเมื่อมีประชาชนเข้าพักจำนวนมาก ย่อมทำให้ภาระในการดูแลและทำความสะอาดเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดที่มีศูนย์พักพิง ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขอนามัย โดยเฉพาะห้องน้ำและห้องสุขา และหากสามารถดำเนินการได้ ขอให้พิจารณาจ่ายค่าตอบแทนพิเศษให้แก่เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบงานทำความสะอาด เพื่อสร้างแรงจูงใจและให้สามารถดูแลพื้นที่ได้อย่างทั่วถึง
“ขอให้ดำเนินการเรื่องนี้ด้วยความใส่ใจ เพราะหากห้องน้ำและห้องสุขาไม่สะอาด อาจกลายเป็นแหล่งแพร่เชื้อโรคและก่อให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ ซึ่งไม่เพียงกระทบต่อผู้พักพิงและเจ้าหน้าที่ แต่ยังอาจส่งผลต่อพื้นที่ประกอบอาหารและวัตถุดิบที่นำมาใช้ทำครัวได้” นายกฯอนุทิน กล่าว
นอกจากนี้ นายอนุทิน ได้ขอให้นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เร่งประสานและติดตามการลงทะเบียนขอรับเงินเยียวยาของประชาชนในพื้นที่ประสบภัย หลังเปิดให้ลงทะเบียนแล้ว โดยขอให้เร่งตรวจสอบและดำเนินการให้แล้วเสร็จ เพื่อให้สามารถทยอยจ่ายเงินเยียวยาแก่ผู้ที่ผ่านเกณฑ์ได้ทันที
นายอนุทินย้ำว่า ไม่จำเป็นต้องรอให้การฟื้นฟูพื้นที่เสร็จสิ้นก่อนจึงจะจ่ายเงินเยียวยา หากตรวจสอบคุณสมบัติและเอกสารของผู้มีสิทธิเรียบร้อยแล้ว ให้ทยอยจ่ายตามลำดับ ไม่จำเป็นต้องรอให้ตรวจสอบครบทุกพื้นที่ โดยงบประมาณสำหรับการช่วยเหลือได้มีการจัดสรรไว้แล้วตั้งแต่ปี 2569
“ขอให้จ่ายตามคิว จ่ายทุกวันก็ไม่เป็นไร ขอให้ประชาชนได้รับเงินโดยเร็วที่สุด”
ขณะที่ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รายงานว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้โอนเงินจำนวน 4,700 ล้านบาท ไปยังธนาคารออมสินเรียบร้อยแล้ว ดังนั้น หากชุมชนหรืออำเภอใดดำเนินการตรวจสอบและจัดทำข้อมูลเรียบร้อยแล้ว สามารถทยอยโอนเงินให้ประชาชนได้ทันที
โดยนายกรัฐมนตรีได้ย้ำในที่ประชุมว่า ภายในสัปดาห์นี้ ขอให้เห็นการโอนเงินเยียวยาล็อตแรกถึงมือประชาชน