เนชั่นทีวี

ข่าว

“ณัฐพงษ์” จี้ “อนุทิน” มาตอบญัตติน้ำท่วมเอง เตือนอย่าเพิ่งรีบถอดบทเรียน

30 ก.ย. 2569 | titayu_pur

“ณัฐพงษ์” จี้ “อนุทิน” มาตอบญัตติน้ำท่วมเอง เตือนอย่าเพิ่งรีบถอดบทเรียน

“ณัฐพงษ์” จี้ “อนุทิน” มาตอบญัตติน้ำท่วมเอง เตือนอย่าเพิ่งรีบถอดบทเรียน วิกฤตจ่อถล่มซ้ำ 5 ต.ค. นี้ แนะใช้อำนาจนายกฯ เคลียร์ทางท้องถิ่นเร่งจ่ายเงินเยียวยาช่วยเหลือ “จูรี” เหน็บ “เอาอยู่” คือคำเตือนภัย

“ณัฐพงษ์” จี้ “อนุทิน” มาตอบญัตติน้ำท่วมเอง เตือนอย่าเพิ่งรีบถอดบทเรียน วิกฤตจ่อถล่มซ้ำ 5 ต.ค. นี้ แนะใช้อำนาจนายกฯ เคลียร์ทางท้องถิ่นเร่งจ่ายเงินเยียวยาช่วยเหลือ “จูรี” เหน็บ “เอาอยู่” คือคำเตือนภัย

KEY

POINTS

  • จี้ "อนุทิน" แจงสภาฯ หวั่นวิกฤต 5 ต.ค.: "ณัฐพงษ์" ยื่นญัตติด่วนเรียกร้องฝ่ายบริหารเข้าสภาชี้แจงแก้ปัญหาน้ำท่วม เตือนอย่าเพิ่งรีบถอดบทเรียนเพราะวิกฤตอาจรุนแรงขึ้นช่วงต้นสัปดาห์หน้า
  • อัดระบบแจ้งเตือนล่าช้า-ขาดเอกภาพ: ฝ่ายค้านระบุการเตือนภัยยังไม่ทันท่วงทีและขาดศูนย์สั่งการที่เป็นเอกภาพ ส่งผลให้การช่วยเหลือและเยียวยาประชาชนยังไม่มีความชัดเจน
  • เสนอ 2 แผนรับมือ-ให้อำนาจท้องถิ่นจ่ายเงิน: "ประดิษฐ์" เสนอแผนเตรียมพร้อมพื้นที่ร่วมกับข้อมูลอุตุนิยมวิทยา พร้อมชูให้อำนาจท้องถิ่นใช้เงินสะสมจ่ายเยียวยาบรรเทาความเดือดร้อนได้ทันที

30 กันยายน 2569 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร "ณัฐพงษ์ เรื่องปัญญาวุฒิ" ผู้นำฝ่ายค้าน ได้เสนอญัตติด่วนเรียกร้องให้ "อนุทิน ชาญวีรกูล" ในฐานะฝ่ายบริหาร เข้ามาร่วมประชุมสภาเพื่อชี้แจงแนวทางการรับมือวิกฤต น้ำท่วม ด้วยตนเอง เนื่องจากประเมินว่า สถานการณ์มวลน้ำยังไม่พ้นช่วงวิกฤต และอาจทวีความรุนแรงที่สุดตั้งแต่วันที่ 5 ตุลาคมเป็นต้นไป พร้อมวิพากษ์วิจารณ์ระบบแจ้งเตือนภัยที่ยังล่าช้า และการบริหารจัดการที่ขาดการกระจายอำนาจ ขณะที่ "ประดิษฐ์ สังขจาย" สส.พระนครศรีอยุธยา ได้เสนอ 2 แผนแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก พร้อมหนุนให้ใช้อำนาจสั่งการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เร่งดำเนินขั้นตอน เยียวยาน้ำท่วม เพื่อช่วยเหลือประชาชนได้ทันที  

 

ที่อาคารรัฐสภา การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่หนึ่ง เป็นประธานในที่ประชุมในวาระพิจารณาญัตติด่วนเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วม นายประดิษฐ์ สังขจาย สส.พระนครศรีอยุธยา พรรคภูมิใจไทย อภิปรายเสนอญัตติ รัฐบาลต้องรับมือน้ำท่วมด้วยวิธีเชิงรุกไม่ใช่เชิงรับ ทั้ง ๆ ที่รู้ข้อมูลน้ำจะท่วมแต่การช่วยเหลือทำได้เมื่อประกาศเป็นเขตภัยพิบัติ และมีข้อเสนอจากท้องถิ่นซึ่งเป็นกลไกหลักในการช่วยเหลือประชาชนในการเตรียมพร้อมก่อนน้ำจะมาถึง

 

พร้อมเสนอให้รัฐบาลสนับสนุนแนวการทำงานของท้องถิ่นผ่าน 2 แผน 1. พื้นที่ท่วมซ้ำซากต้องเตรียมความพร้อมก่อนถึงฤดูน้ำ วางแผนช่วยเหลือรายชุมชน 2. ข้อมูลเตือนสถานการณ์ฝนต้องนำไปสู่การเตรียมพร้อมในพื้นที่ ใช้ข้อมูลพยากรณ์ประกาศเตือนกรมอุตุนิยมวิทยาและการรายงานระดับน้ำ ศักยภาพการระบายน้ำจริงเพื่อวางแผนสูบน้ำร่องน้ำในพื้นที่

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้าน

 

ด้าน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้าน อภิปรายเสนอญัตติ โดยเริ่มว่าขอให้นายกรัฐมนตรีเข้าร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎรด้วยตนเอง เพราะปัญหาขณะนี้ยังไม่จบอย่าเพิ่งรีบถอดบทเรียน ต้องการให้นายกรัฐมนตรีรับผิดชอบต่อปัญหาต่อสภาและต่อประชาชน พร้อมกับหยิบยกว่าสถานการณ์ยังไม่พ้นช่วงวิกฤต ฉากทัศน์ที่เลวร้ายที่สุด คือต้นสัปดาห์หน้า 5 ตุลาคมเป็นต้นไป เป็นไปได้ฝนจะตกหนักอีก

“พวกเราอยากเห็น ผู้นำรัฐบาลอยากเห็นนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมการประชุมสภา ให้ สส. ได้นำปัญหาในพื้นที่สะท้อนให้ฟังจะได้นำไปปรับปรุงถูกต้อง ไม่ต้องไปลงศึกษา ไม่ต้องไปถอดบทเรียนด้วยตัวท่านเองอีก” นายณัฐพงษ์กล่าว

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีในฐานะฝ่ายบริหารสามารถควบคุมได้คือ การบริหารราชการแผ่นดิน ผ่านการแจ้งเตือน การเผชิญเหตุ การเยียวยา การฟื้นฟู การวางแผนในอนาคต เพื่อให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่น เมื่อน้ำมาเยอะในอนาคตจะไม่เกิดปัญหาซ้ำซากแบบเดิมที่เคยเห็นในมหาอุทกภัยน้ำท่วมหาดใหญ่ ตอนเหนือและพื้นที่ปัจจุบันกินพื้นที่กว้าง ๆ หลายภาค และภาคตะวันตกที่มีความเสี่ยงสูง

 

พร้อมย้ำว่า อุทกภัยครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกของนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ “อนุทิน ชาญวีรกูล” เพราะตั้งแต่มาบริหารประเทศเจออุทกภัยมาแล้วหลายครั้ง ตั้งแต่ภาคใต้ และภาคเหนือ พร้อมหยิบยกการบริหารรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่มาอธิบาย ว่าไม่สามารถบริหารจัดการอย่างเป็นระบบได้ดีเพียงพอ รวมถึงการฟื้นฟูเมือง ย้ำว่าสิ่งที่ประชาชนต้องการเห็นคือการลงมือแก้ไขปัญหาให้ถูกจุด ตั้งแต่การแจ้งเตือน การเผชิญเหตุ การเยียวยา การฟื้นฟู และการวางแผนในอนาคต

 

ทั้งนี้ การแจ้งเตือนต่อประชาชนยังล่าช้า ปัญหาขณะนี้ที่เกิดขึ้นคือโครงสร้างการตัดสินใจและบริหารจัดการ ในต่างจังหวัดขาดการรวมศูนย์อำนาจบัญชาการตัดสินใจบริหารทรัพยากร และในกรุงเทพฯ ขาดการกระจายศูนย์ภาคการปฏิบัติ ส่วนการเยียวยาในขณะนี้ประชาชนยังมีคำถามว่ายังไม่ได้รับความชัดเจนจากรัฐบาล เช่น ต้องลงบันทึกประจำวันจริงหรือไม่ พร้อมเสนอให้นายกรัฐมนตรีใช้อำนาจในการสั่งการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งทั่วประเทศ ดำเนินการจ่ายเงินเยียวยาให้ผู้ประสบภัย โดยที่ไม่มีปัญหาข้อกังวลจาก สตง. ตรวจสอบ

“เอาอำนาจนายกรัฐมนตรีเป็นหลังพิงให้ท้องถิ่น เพื่อให้การเยียวยาทำได้เร็วยิ่งขึ้น ท้องถิ่นบางส่วนมีเงินพร้อมจะจ่าย และรัฐบาลไปเยียวยาอย่างอื่น เช่น ค่าซ่อมบ้าน เป็นการเยียวยาอีกระดับหนึ่ง แต่วันนี้ยังไม่เห็นคำตอบที่ชัดเจนจากคนที่ชื่อ อนุทิน ชาญวีรกูล” นายณัฐพงษ์ กล่าว

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อเกี่ยวกับการฟื้นฟูความเชื่อมั่น โดยเฉพาะการเตรียมแผนรับมือในอนาคตที่จะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและผู้ประกอบการธุรกิจ จึงเรียกร้องอีกหนึ่งอย่างจากผู้นำประเทศ ต้องพูดถึงแผนบริหารจัดการน้ำในภาพรวมให้มีความชัดเจน รวมถึงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ในแต่ละจุดแต่ละพื้นที่ แต่ในวันนี้คงคาดหวังไม่ได้ ลำพังเพียงความรับผิดชอบในการมาตอบชี้แจงในสภายังทำไม่ได้ ก็อย่าหวังจะไปแก้ปัญหาน้ำท่วมและการจัดการภัยพิบัติให้กับประชาชนได้

“ดังนั้นหากวันนี้ต้องการเห็นภาวะผู้นำจากคนที่ชื่อ อนุทิน ชาญวีรกูล มากที่สุด ขอให้เห็นด้วยกับญัตติ ลงมติเห็นชอบกับญัตติที่เสนอให้นายกรัฐมนตรีเข้ามาตอบชี้แจงในสภาในคราวถัดไป” นายณัฐพงษ์กล่าว

 

“จูรี” เหน็บ “เอาอยู่” คือคำเตือนภัย ทำหาดใหญ่จมทั้งเมือง - กรุงเทพฯ ลอยคอ บอกชาวบ้านเอียนคำว่า “ถอดบทเรียน” เหมือนถอดกางเกงใน ยางย้วยหมดแล้ว

 

ด้าน นายจูรี นุ่มแก้ว สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า บทสรุปของน้ำท่วมทั้งพื้นที่หาดใหญ่และกรุงเทพฯ ทำให้ชาวบ้านได้รู้จักคำ ๆ หนึ่งอย่างดี จากปากของการสื่อสารของผู้บริหารคือคำว่า “เอาอยู่” ตอนนี้เมื่อชาวบ้านได้ยินคำว่าเอาอยู่ ไม่ได้เป็นคำที่สร้างความมั่นใจให้กับชาวบ้านอีกต่อไปแล้ว เพราะไปที่ไหนก็ตามชาวบ้านมักจะพูดว่า ถ้าได้ยินรัฐบาลหรือผู้นำท้องที่ท้องถิ่นที่ไหนพูดคำว่าเอาอยู่ นั่นหมายความว่าให้เก็บของได้เลย ตอนนี้คำว่าเอาอยู่กลายเป็นคำเตือนภัยไปแล้ว หลังจากนี้ขอให้แก้เคล็ดหน่อย อย่าพูดคำว่าเอาอยู่ มันกลายเป็นคำเรียกน้ำไปแล้ว ขอให้ดูหาดใหญ่เป็นตัวอย่าง เอาอยู่ได้สองวันก็จมทั้งเมือง ครั้งนี้ก็เหมือนกัน รองนายกฯ บอกว่าเอาอยู่ แป๊บเดียวชาวบ้านลอยคอแล้ว

 

นายจูรี กล่าวต่อว่า สิ่งสำคัญคือเรื่องการสื่อสารจากหน่วยงานราชการที่ทำหน้าที่เตือนภัย ก่อนหน้านี้กรมอุตุนิยมวิทยาโดนทัวร์ลง ถูกด่าระงม ชาวบ้านจำนวนมากไปเชื่อ ไปแชร์เพจ "ที ลมฟ้าอากาศ" แม่นหรือไม่แม่นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะเขาใช้ภาษาคนที่ชาวบ้านเข้าใจได้โดยง่าย การสื่อสารการเตือนภัยของกรมอุตุนิยมวิทยาต้องการให้ชาวบ้านได้รับรู้ ทำไมถึงไม่ใช้ภาษาง่าย ๆ เข้าใจง่าย แต่ก็ต้องชื่นชมกรมอุตุนิยมวิทยาที่ถูกด่าแล้วก็ปรับเปลี่ยนการสื่อสารใหม่ให้ชาวบ้านเข้าใจ

“ที่ผ่านมา 2-3 วัน มีคำพูดหนึ่งที่ชาวบ้านเขาได้ยินแล้วเอียนและเบื่อที่จะฟังมาก ๆ คือคำว่าถอดบทเรียน รอบนี้ก็ถอดอีกแล้ว ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้เราเพิ่งถอดของหาดใหญ่มา ถ้านับว่าการถอดบทเรียนเป็นการถอดกางเกงใน ผมว่าตอนนี้ยางย้วย ยางยืด หมดแล้ว ถ้าเป็นภาษาใต้กางเกงในก็ช่อโบ้ง (ขมวดกางเกง) แล้ว มันถอดจนหลุดลุ่ย ถ้าปรินต์เอกสารที่ถอดมาได้ก็คงเท่ากับตึกรัฐสภา เราเพิ่งถอดที่หาดใหญ่ผ่านมา 10 เดือน ตอนนี้ทุกปัญหาเกิดขึ้นเหมือนที่หาดใหญ่เป๊ะ” นายจูรี กล่าว

นายจูรี กล่าวด้วยว่า ขอยกตัวอย่าง 3 ช้า คือ 1. ช้าเตือนภัย 2. ช้าในขณะที่เข้าไปเผชิญเหตุหรือช่วยเหลือพี่น้องประชาชน มีภาพข่าวที่หลายคนคงเห็นมีกล่องข้าวจำนวนมากไปกองอยู่บนถนนดำ เขาบอกว่าแถวเคหะร่มเกล้า เพราะความล่าช้าของรัฐบาลไม่มีการตั้งศูนย์ประสานงาน กองข้าวถึงไปกองอยู่ตรงนั้น เรือกู้ภัยจากทุกทิศทุกทาง แต่ไม่รู้จะไปช่วยใครดี ตรงไหนดี และช้าที่ 3. หลังจากนี้ต้องมีการเยียวยา และช่วยเหลือซ่อมแซมบ้านประชาชน

ข่าวล่าสุด