ขับ “กล้าธรรม” พ้นฝ่ายค้าน เตะหมูเข้าปากใคร?
จากโพสต์ของ “คุณไอติม” ชัดเจนว่า เป็นการเขี่ยวิปกล้าธรรมออก ซึ่งเหตุผลหลักๆ ที่ไม่ได้เอ่ยชัดๆ ก็คือ ไม่อยากให้กล้าธรรมเป็น “ไส้ศึก” เนื่องจากช่วงนี้ใกล้ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจเต็มที จึงเกรงว่าบทบาทของกล้าธรรมอาจทำตัวเป็น “หนอนบ่อนไส้” แอบส่งข้อมูลเด็ด หลักฐานที่จะใช้เป็นหมัดน็อก ไปบอกให้รัฐบาลรู้ตัวก่อน แต่การเดินเกมแบบนี้ของประธานวิปฝ่ายค้าน ต้องบอกว่า เข้าทางคู่ต่อสู้ อาจจะเรียกได้ว่า “เตะหมูเข้าปากใคร”
1. เข้าปาก “ระบอบน้ำเงิน”
เมื่อเรื่องนี้เป็นข่าวใหญ่ และจะเป็นข่าวต่อเนื่องค่อนข้างยาว ขยายไปถึงโควต้า ครม. การแย่งชิงเก้าอี้ รายชื่อแคนดิเดตรัฐมนตรีใหม่ หรือรัฐมนตรีปัจจุบัน ใครจะหลุดเก้าอี้ เหล่านี้จะเบี่ยงประเด็น เบนกระแส กลบข่าวฮั้ว “สว.สีน้ำเงิน” ไปโดยปริยาย
สอดรับกูรูการเมือง อย่าง “ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น” ผอ.เนชั่นโพล ในฐานะนักรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช เคยบอกใบ้เอาไว้ตั้งแต่ก่อน กกต.นัดลงมติ 14 ก.ย.ว่า หลังลงมติ “ปล่อยผี” เรียบร้อยแล้ว จะมีการลำเลียงข่าวใหญ่ออกมากลบกระแส เบี่ยงประเด็น แล้วมันก็จริงตามนั้น เช่นเดียวกับทิศทางความสนใจของพี่น้องประชาชนผ่านผลสำรวจของ “นิด้าโพล”
คือ ร้อยละ 35.34 ไม่กังวลเลยว่าสถานการณ์การเมืองจะวุ่นวาย ขณะที่ร้อยละ 19.16 ไม่ค่อยกังวล โดยกลุ่มที่รู้สึกกังวล มีสัดส่วนน้อยกว่า คือ ร้อยละ 30.46 ค่อนข้างกังวล และร้อยละ 15.04 กังวลมาก แถมประชาชนยังมองว่าคนที่จะเผชิญศึกหนักทางการเมือง คือ กกต. ร้อยละ 35.57 มากกว่านายกฯอนุทิน ร้อยละ 31.53 และพรรคภูมิใจไทย ที่กระทบแค่ ร้อยละ 13.97
อ่านทิศทางกระแสสังคมไทยจากผลโพล ก็คือ คนสนใจประเด็นฮั้ว สว.ก็จริง แต่คาดการณ์ผลไว้ล่วงหน้า เมื่อมีการดึงเกม ลงมติช้า จนคนวิจารณ์กันไปหมดแล้ว เมื่อมติออกมา “ไม่ผิดคาด” ทำให้ความสนใจของประชาชนลดวูบลงทันที หนำซ้ำอีกด้านหนึ่งยังตอกย้ำความจริงทางการเมืองที่ว่า รัฐบาลนี้มี “มือที่มองไม่เห็น” คอยช่วย จึงมีโอกาสอยู่ยาว ส่งผลให้ประชาชนออกอาการ “ทำใจ”
2. เข้าปาก “หนู”
หากย้อนดู “ความสัมพันธ์อันวูบไหว ของภูมิใจไทยกับกล้าธรรม” คุณผู้ชมจะทราบทันทีว่า เรื่องนี้ ทั้งสีเขียว และสีน้ำเงิน ล้วนต้องการให้เป็นแบบนี้อยู่แล้ว สรุปก็คือ พรรคส้มอดทนต่ำ ตัดสินใจทางการเมืองเข้าทางคู่ต่อสู้อีกครั้ง นี่คือไทม์ไลน์ “กล้าธรรม-ภูมิใจไทย” หวานใส่กันก่อนจบคดีฮั้ว สว.
26 ส.ค. โหวตงดออกเสียง พ.ร.ก.กู้ 4 แสนล้าน / 8 ก.ย. อรรถกร - ภราดร ทักทายสุดชื่นมื่น / 10 ก.ย. โหวตหนุนร่าง พ.ร.บ.งบ 2570 / 11 ก.ย. นายกฯอนู พูดเปิดทางร่วมงานกับพรรคกล้าธรรม “การเมืองไม่มีคำว่าไม่มีโอกาส ทุกอย่างเป็นไปได้หมด” / 11 ก.ย. ปล่อยเอกสารพยานฮั้ว สว.กลับคำให้การ (3 พยานโยงกล้าธรรม) / 14 ก.ย. คดีฮั้ว สว.ตัดจบ 77 คนส่งศาล ภูมิใจไทยรอดยกพรรค จนกระทั่ง 20 ก.ย. นายกฯบินไปนิวยอร์ค แต่ดันญี่ปุ่น “บังเอิญ” ผู้กองอยู่ญี่ปุ่น ในฐานะนายกสมาคมกีฬาทางน้ำแห่งประเทศไทย มีพบปะกันหรือไม่ ?
3. เข้าปาก ”รัฐบาลสีน้ำเงิน”
ต้องไม่ลืมว่า ขณะนี้พรรคฝ่ายค้านกำลังเตรียมจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ความสนุกตื่นเต้นของการอภิปราย คือ ฝ่ายค้านมีสิทธิ์ล้มรัฐบาลได้ แม้ไม่ใช่คว่ำไปเลย แต่ก็ต้องได้ลุ้นอะไรบ้าง อย่างน้อยๆ ก็ต้องเสียงโหวตไว้วางใจรัฐมนตรีไม่เท่ากัน ทำให้มีบางคน บางพรรคต้องถูกปรับออก มีโอกาสที่พรรคร่วมรัฐบาลอันดับ 2 ถอนตัว แล้วรัฐบาลล้ม มีช่องทางตอกลิ่มให้พรรคร่วมรัฐบาลขัดแย้งกันเอง
ย้อนนึกถึงการอภิปรายยุครัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ที่มีข่าว ผู้กองธรรมนัสเคลื่อนไหวหามือ สส.โหวตล้มนายกฯลุงตู่ ส่งผลให้อุณหภูมิการเมืองพุ่งปรี๊ด แต่เมื่อเสียงฝ่ายค้านปัจจุบัน ลดเหลือ 144-145 (ตัดกล้าธรรมออกไปแล้ว) มันจึงห่างไกล หรือเป็นไปไม่ได้เลยที่จะล้มรัฐบาล แค่เขย่าให้กระเพื่อมยังยาก
นี่คือการด้อยค่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน ลดทอนความน่าสนใจ ไม่ว่าจะมีประเด็นอะไร ก็ล้มรัฐบาลไม่ได้ ทำให้ “กองเชียร์มวยรองแบบไทยๆ” ไม่มีอะไรต้องลุ้น ที่สำคัญ ลีลา “พรรคน้ำเงิน” จะไม่รีบดึงพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาล แต่จะรอให้ผ่านศึกซักฟอกไปก่อน ด้วยเหตุผลคือ
ครม.ไม่กระเพื่อม เพราะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงก่อนอภิปราย รัฐมนตรีจะเร่งสร้างผลงาน เร่งโชว์การตอบโต้ในสภา เนื่องจากกลัวถูกปรับออก เพราะจะมีพรรคใหม่เขามาเติม (กล้าธรรม) ส่วนตอนโหวต ทุกคนก็จะพร้อมใจกันโหวตหนุน เพื่อไม่ให้เป็นเหตุให้ตัวเอง และ สส.ในสังกัดถูกกาหัวว่าเป็นกบฏ และถูกปรับออกจากตำแหน่ง หรือออกจากพรรคร่วมรัฐบาล
ฉะนั้นช่วงนี้ ทุกอย่างจะยังมัวๆ เบลอๆ พรรคสีน้ำเงินก็จะไม่ตอบรับกล้าธรรมอย่างชัดเจนอะไร ปล่อยให้กล้าธรรมทำหน้าที่ฝ่ายค้านไปก่อน แถมได้หารเวลาอภิปรายของฝ่ายค้านในศึกซักฟอกด้วย
นี่คือเกมเหนือชั้นของ “พรรคสีน้ำเงิน” (ถ้าแก้ปัญหาบ้านเมืองได้เก่งเหมือนแก้ปัญหาการเมือง น่าจะดี)