เนชั่นทีวี

ข่าว

"สหกรณ์การเกษตรบางกล่ำ" เปิดพื้นที่แห่งโอกาส ให้ผู้หลงผิดเสพยาเสพติด

18 ก.ย. 2569 | thamsathit_pol

"สหกรณ์การเกษตรบางกล่ำ" เปิดพื้นที่แห่งโอกาส ให้ผู้หลงผิดเสพยาเสพติด

"สหกรณ์การเกษตรบางกล่ำ" เปิดพื้นที่แห่งโอกาส ให้ผู้หลงผิดเสพยาเสพติด ได้เรียนรู้ มีวิชาติดตัว กลับคืนสู่ชุมชน ผ่านโครงการ CBTx ทำให้ชุมชนยอมรับ มีรายได้เลี้ยงดูครอบครัว หลังผ่านบำบัดฯ

เมื่อเร็วๆนี้ ที่ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง สหกรณ์การเกษตรบางกล่ำ จังหวัดสงขลา สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ลงพื้นที่ถอดบทเรียนการดําเนินงานภายใต้โครงการอำเภอต้นแบบและอำเภอขยายผลการขับเคลื่อนในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในระดับพื้นที่ชุมชนล้อมรักษ์ (CBTx) ผ่านกลไก พชอ. 

นางสาวรุ่งอรุณ  ลิ้มฬหะภัณ  ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุน การควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก สสส. กล่าวว่า อำเภอบางกล่ำเป็นพื้นที่ที่พบว่าเป็นเส้นทางลำเลียงยาเสพติด สิ่งที่ต้องทำควบคู่กับการปราบปราม คือ ทำอย่างไรให้ผู้ที่ใช้สารเสพติดเข้าสู่การบำบัดรักษา แล้วไม่กลับไปเสพยาซ้ำ เพราะมีโอกาสง่ายกลับไปหาสารเพื่อเสพติดต่อ

ทั้งนี้ การทำงานของสสส. มุ่งเน้นการสานพลังตั้งแต่ครอบครัว ชุมชน สาธารณสุข ปกครอง ท้องถิ่น จับมือกัน เพื่อทำงานดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่องตลอด 1 ปี โดยใช้ชุมชนเป็นฐานเพื่อป้องกันการกลับมาเสพซ้ำ ผู้ป่วยที่เข้ารับการบำบัด มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องได้รับโอกาส และได้รับการยอมรับจากครอบครัว ชุมชน การทำงานโดยใช้ชุมชนเป็นฐานจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ทางอำเภอบางกล่ำให้ความสำคัญ และให้ผู้ที่ใช้สารเสพติดที่ผ่านการบำบัดแล้วเข้าสู่การฝึกอาชีพ เพื่อที่จะให้เขามีอาชีพได้อย่างมั่นคง เช่น การทำเกษตร การปลูกแคนตาลูป มะเขือเทศ ราชินี และสามารถส่งขายได้ เป็นต้น  

นางสาวรุ่งอรุณ กล่าวว่า ในพื้นที่อำเภอบางกล่ำมีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ผู้ที่เข้ารับการบำบัดรักษาและหายดีแล้ว  มีอาชีพและมีงานทำ สามารถลุกขึ้นมาเป็นแกนนำ เชิญชวนผู้อื่นเข้ามาร่วมกระบวนการบำบัดและดูแลอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีการฝึกอาชีพด้วย ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ผู้ที่เข้ารับการบำบัดมองเห็นว่าสามารถเกิดขึ้นได้ ทำได้ เลิกได้จริง มีอาชีพแน่นอน สังคมและครอบครัวให้การยอมรับ ผู้ที่ผ่านการบำบัดมาแล้วเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้อย่างแน่นอน 

นางสาวรุ่งอรุณ  ลิ้มฬหะภัณ  ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุน การควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก สสส.


“ถ้าจะทำให้ผู้เข้ารับการบำบัดอยู่ได้อย่างมั่นคง สิ่งสำคัญ คือ การฝึกอาชีพ มีสหกรณ์ดูแล มีงานเกษตรให้ทำ และมีรายได้กลับคืนสู่สังคม ทำอย่างเป็นกระบวนการ โดยใช้เครือข่ายผู้ที่ผ่านพ้นมาแล้วเข้ามาช่วยเหลือผู้ที่กำลังอยู่ในช่วงการบำบัด จะทำให้เกิดกำลังใจ และเป็นพลังให้เขาก้าวข้าม และเชื่อมั่นว่าเขาสามารถกลับคืนสู่สังคม กลับสู่ครอบครัวได้อย่างแท้จริง” นางสาวรุ่งอรุณ กล่าว 

นายอาคม ฉิมพลี ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรบางกล่ำ จำกัด กล่าวว่า สหกรณ์มองเห็นปัญหายาเสพติดที่เกิดขึ้นในชุมชน และเชื่อว่าการให้โอกาส คือส่วนสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ที่เคยหลงผิดสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อีกครั้ง  สหกรณ์จึงเปิดพื้นที่ศูนย์เรียนรู้ด้านการเกษตรกว่า 30 ไร่ ให้เป็นพื้นที่ฝึกทักษะและเรียนรู้การประกอบอาชีพ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่แตกต่างจากชีวิตเดิม ทั้งการปลูกผัก การเลี้ยงสัตว์ การเพาะพันธุ์พืช และกิจกรรมทางการเกษตรอีกหลากหลายรูปแบบ จากพื้นที่ที่เคยเป็นเพียงแหล่งเรียนรู้ทางการเกษตร จึงกลายเป็นอีกหนึ่งพื้นที่สำหรับ “ธรรมชาติบำบัด”  ให้ผู้ผ่านการบำบัดได้ปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อม ปรับพฤติกรรม และเรียนรู้การใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่น

นายอาคม ฉิมพลี ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรบางกล่ำ จำกัด

 

นายอาคม กล่าวว่า ที่ผ่านมามีผู้เข้าร่วมโครงการแล้ว 3 รุ่น รุ่นแรกประมาณ 15 คน รุ่นที่สองประมาณ 10 คน และรุ่นที่สามอีก 5 คน ซึ่งบางคนหลังผ่านการฝึกอบรม สามารถนำความรู้กลับไปประกอบอาชีพที่บ้าน ทั้งเลี้ยงวัว เลี้ยงปลา ทำปศุสัตว์ และปลูกผัก ขณะที่บางคนได้รับโอกาสก้าวไปอีกขั้น ด้วยการเข้ามาทำงานกับสหกรณ์ หนึ่งในนั้นคือ “น้องจุก” จากผู้ที่เคยหลงผิดและเข้าสู่กระบวนการบำบัด วันนี้เขาสามารถกลับมายืนได้ด้วยตัวเอง มีครอบครัวที่ดีขึ้น และได้รับโอกาสทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ในศูนย์เรียนรู้ของสหกรณ์ เรื่องราวของน้องจุก จึงไม่ใช่เพียงความสำเร็จของคนคนหนึ่ง แต่สะท้อนให้เห็นว่า การคืนคนสู่สังคมต้องมีพื้นที่รองรับหลังการบำบัดด้วย  เพราะหากเมื่อกลับออกมาแล้วไม่มีงาน ไม่มีรายได้ และไม่มีใครยอมรับ โอกาสที่จะกลับไปสู่วงจรเดิมก็ยังคงอยู่

“คณะกรรมการสหกรณ์การเกษตรบางกล่ำยินดีและคิดว่าจะตั้งเป็นศูนย์การเรียนรู้ และศูนย์บำบัด น้องๆ ที่หลงผิดด้านยาเสพติด ก็จะให้อำเภอและโรงพยาบาล สแกนมาให้ แล้วให้จุดนี้ ที่เรียกเป็นจุดบำบัดผู้เสพยาเสพติด โดยใช้ธรรมชาติบำบัด และให้ความรู้ ให้สภาพแวดล้อมที่ดี แล้วน้องๆ ก็จะเอาความรู้ ที่มีอยู่ กลับไปประกอบอาชีพที่บ้านได้” นาย อาคม กล่าว 

นายชาลี  สุวรรณชาตรี  ผู้จัดการศูนย์การเรียนรู้เศษฐกิจพอเพียง สหกรณ์การเกษตรบางกล่ำ จังหวัดสงขลา

ด้านนายชาลี  สุวรรณชาตรี  ผู้จัดการศูนย์การเรียนรู้เศษฐกิจพอเพียง สหกรณ์การเกษตรบางกล่ำ จังหวัดสงขลา กล่าวว่า โครงการดังกล่าว เป็นโครงการที่เปิดโอกาสให้ผู้ที่เคยพลาดได้กลับมาตั้งต้นชีวิตใหม่ โดยสหกรณ์เข้ามาช่วยสนับสนุนทั้งสถานที่ และองค์ความรู้ด้านอาชีพ ซึ่งภายในศูนย์การเรียนรู้มีฐานการเรียนรู้หลากหลาย ทั้งการปลูกผักยกแคร่ การปลูกพืชในโรงเรือน การปลูกเสาวรส การปลูกเมล่อน การปลูกมะเขือเทศ ตลอดจนด้านปศุสัตว์ ทั้งการเลี้ยงโค เลี้ยงวัว เลี้ยงปลา และเลี้ยงไก่ ซึ่งทุกฐานการเรียนรู้ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมระหว่างการบำบัด แต่เป็น ทักษะติดตัว ที่ผู้เข้าร่วมสามารถนำกลับไปต่อยอดเป็นอาชีพที่บ้านได้

“โครงการ cbtx ในส่วนของสหกรณ์ ก็ภูมิใจที่ได้ช่วยสังคม จากการที่เราได้ทำงานมา 3 ครั้ง เราได้ติดตามเด็กที่ออกไป บางคนก็ประสบความสำเร็จสามารถเลิกยาเสพติดได้ ซึ่งสหกรณ์การเกษตรฯ ก็รองรับในเรื่องของสถานที่ เรื่องน้ำและความรู้ต่างๆ ให้ผู้ที่เข้ารับการบำบัดและมาเรียนรู้” นายชาลี กล่าว 

"สหกรณ์การเกษตรบางกล่ำ" เปิดพื้นที่แห่งโอกาส ให้ผู้หลงผิดเสพยาเสพติด

ขณะที่ ว่าที่ ร.ต.ศิริวัฒน์  สุวรรณโณ  ประธานกรรมการบริหารสหกรณ์การเกษตรบางกล่ำ จำกัด กล่าวว่า การทำงานครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือของหลายภาคส่วน ทั้งโรงพยาบาลบางกล่ำ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น และชุมชนต่าง ๆ ในพื้นที่ สิ่งที่เห็นได้ชัด คือการเปลี่ยนแปลงของผู้ผ่านการบำบัด จากเดิมที่เคยใช้ชีวิตโดดเดี่ยว  กลับมาเรียนรู้การทำงาน การอยู่ร่วมกับผู้อื่น และการมีเป้าหมายในชีวิตอีกครั้ง ทั้งหมดนี้สะท้อนหัวใจสำคัญของ CBTx ว่า การบำบัดยาเสพติดไม่ใช่เรื่องของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่ต้องอาศัยพลังของทั้งชุมชน  โดยเฉพาะ “ภาคชุมชน” ที่ทำหน้าที่เป็นพื้นที่ปลอดภัย เปิดโอกาส และสร้างกลไกรองรับคนที่กำลังกลับคืนสู่สังคม

”สำหรับสหกรณ์การเกษตรบางกล่ำ การให้โอกาสจึงไม่ได้หมายถึงการสงสาร แต่คือการเชื่อว่า คนที่เคยพลาด ยังสามารถกลับมาเป็นกำลังของครอบครัวและชุมชนได้ จากผู้ที่เคยถูกมองว่าเป็นปัญหาวันนี้พวกเขากำลังเรียนรู้ที่จะเป็น คนทำงานมีรายได้ มีอาชีพ และมีคุณค่าในสังคมอีกครั้งเพราะการแก้ปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน อาจไม่ใช่เพียงการพาคนออกจากยาเสพติด  แต่คือการ พาคนกลับไปสู่ชีวิตที่มีคุณภาพ และทำให้ชุมชนพร้อมเปิดประตูรับพวกเขากลับมา“ ร.ต.ศิริวัฒน์  กล่าว 
 

ข่าวล่าสุด