คุมตัว 11 ราย คดียิงตำรวจ สภ.ตากใบ โยงยิงถล่ม "บูเก๊ะซามี"
05 ส.ค. 2569 | thunchanok_kul

ผบช.ภ.9 เผยคืบหน้าคดีสังหารตำรวจ สภ.ตากใบ พบร่องรอยบาดเจ็บของคนร้าย คุมตัว 11 คน ไปซักถาม ขณะที่หลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ ชี้ชัดอาวุธโยงถล่มยิงจุดตรวจ "บูเก๊ะซามี"
ข่าว
05 ส.ค. 2569 | thunchanok_kul

ผบช.ภ.9 เผยคืบหน้าคดีสังหารตำรวจ สภ.ตากใบ พบร่องรอยบาดเจ็บของคนร้าย คุมตัว 11 คน ไปซักถาม ขณะที่หลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ ชี้ชัดอาวุธโยงถล่มยิงจุดตรวจ "บูเก๊ะซามี"
KEY
POINTS
5 สิงหาคม 2569 พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 เปิดเผยความคืบหน้าการบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มคนร้ายที่ร่วมกันใช้อาวุธปืนยิงต่อสู้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เป็นเหตุให้ตำรวจ สภ.ตากใบ จ.นราธิวาส เสียชีวิต 2 นาย ได้รับบาดเจ็บ 4 นาย ส่วนคนร้ายได้รับบาดเจ็บและหลบหนีไป เหตุเกิดในพื้นที่สวนปาล์ม ม.6 ต.ไพรวัน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2569
เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ที่อยู่บริเวณที่เกิดเหตุ 4 คน พร้อมของกลาง อาวุธปืน HK ซึ่งถอดประกอบอยู่ พร้อมแม็กกาซีนอีกจำนวนหนึ่ง โดยผลการตรวจสถานที่เกิดเหตุ พบของกลางอาวุธปืนและปลอกกระสุนเชื่อมโยงกับผู้ก่อเหตุรุนแรงที่เคลื่อนไหวในพื้นที่อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส และเป็นกลุ่มคนร้ายที่เชื่อมโยงกันกับกลุ่มที่ก่อเหตุยิงเจ้าหน้าที่ทหารพรานที่จุดตรวจบูเก๊ะซามี อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569
จากการสืบสวนทราบว่า มีผู้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ จำนวน 14 ราย ซึ่งควบคุมตัวเข้าสู่กระบวนการซักถามแล้ว 11 ราย ยังหลบหนีอยู่ระหว่างติดตามตัว 3 ราย
พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ กล่าวอีกว่า จากเหตุความรุนแรงในห้วงที่ผ่านมาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี, พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และพล.ต.อ. สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า มีนโยบายให้เพิ่มความเข้มในการควบคุมพื้นที่ปฏิบัติการเชิงรุกกดดันกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง โดยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้ปฏิบัติการเชิงรุกในพื้นที่ป่าภูเขา เนื่องจากพบว่าเป็นพื้นที่หลบหนีของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง และจากการกดดันของเจ้าหน้าที่ทำให้คนร้ายได้หลบหนีไปยังพื้นที่อื่น ๆ จนนำมาสู่การบังคับใช้กฎหมายในครั้งนี้
สอดคล้องกับผลการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ ยืนยันว่ากรณีการยิงต่อสู้ตำรวจในพื้นที่ อ.ตากใบ คนร้ายเป็นกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่ลงมาปฏิบัติการจากพื้นที่ภูเขา ขณะที่ตำรวจภูธรภาค 9 ได้ปฏิบัติตามนโยบายการควบคุมพื้นที่ และการป้องกันปราบปรามยาเสพติด จนนำมาสู่การปะทะ
ทั้งนี้เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 11.48 น. ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ตากใบ 6 นาย ใช้รถยนต์ 2 คัน พร้อมตรวจค้นเป้าหมายยาเสพติด ในพื้นที่ ตำบลไพรวัน อ.ตากใบ เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจได้เดินทางกลับโดยใช้เส้นทางลัดภายในสวนปาล์ม เมื่อถึงที่เกิดเหตุพบว่ามีคนนั่งอยู่ข้างกระท่อมและมีรถยนต์กระบะสีขาวจอดรอบริเวณถนนในลักษณะผิดสังเกต เนื่องจากบริเวณดังกล่าวไม่ค่อยมีผู้อาศัยอยู่ เจ้าหน้าที่ตำรวจเกิดความสงสัยตามสัญชาตญาณจึงได้หยุดรถ โดยตำรวจ 3 นายเข้าไปตรวจสอบ อีก 3 นายลงจากรถเพื่อมาสังเกตการณ์และคุ้มกันอยู่บนถนนด้านหน้ากระท่อม จากนั้นหัวหน้าชุดได้เดินอ้อมไปทางด้านหลังกระท่อมระหว่างตรวจสอบได้ยินเสียงดังมาจากข้างในกระท่อม จึงได้สอบถามและจะเข้าไปตรวจสอบ
จังหวะนั้นเองคนร้าย 2 ราย ได้ใช้อาวุธปืนสงครามกราดยิงออกมาจากกระท่อม กระสุนถูก ด.ต.วิทยา ชายพรมแก้ว ผบ.หมู่ (ป) สภ.ตากใบ ซึ่งยืนคุ้มกันอยู่บนถนนเสียชีวิต คนร้ายได้วิ่งหลบหนีอ้อมไปทางด้านหลังกระท่อม จนมาพบกับ ร.ต.ท.กิตติพงษ์ ศรีขำ หัวหน้าชุด และ จ.ส.ต.อัมราน ฮะ ผบ.หมู่ (ป) สภ.ตากใบ จึงเกิดการยิงปะทะกันในระยะประชิด เป็นเหตุให้ จ.ส.ต.อัมรานฯ ถูกกระสุนปืนของคนร้ายเสียชีวิต
ขณะที่ ร.ต.ท.กิตติพงษ์ฯ ได้ใช้อาวุธปืนพกสั้นยิงต่อสู้กับคนร้าย ทำให้คนร้ายได้รับบาดเจ็บ 2 ราย วิ่งหลบหนีไปทางป่าพรุด้านหลังสวนปาล์มพร้อมกับพวก
หลังการปะทะตำรวจ สภ.ตากใบ ได้ขอสนับสนุนกำลังเข้าพิสูจน์ทราบ ต่อมาได้สนธิกำลัง ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ปิดล้อมป่าพรุด้านหลังที่เกิดเหตุ .
ปฏิบัติการดังกล่าว สามารถควบคุมตัวผู้ที่อยู่บริเวณที่เกิดเหตุ 4 ราย พร้อมของกลาง อาวุธปืน HK ซึ่งถอดประกอบอยู่ พร้อมแม็กกาซีนอีกจำนวนหนึ่ง ผลการตรวจสถานที่เกิดเหตุ พบของกลาง ดังนี้
เจ้าหน้าที่ตรวจสอบปลอกกระสุนปืนของกลางทางนิติวิทยาศาสตร์พบว่ามีความเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่เคลื่อนไหวในพื้นที่ อ.จะแนะ และเชื่อมโยงกันกับกลุ่มที่ก่อเหตุยิงเจ้าหน้าที่ทหารพรานที่จุดตรวจบูเก๊ะซามี อ.ระแงะ เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม ที่ผ่านมา
พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ กล่าวว่า จากการสืบสวนสอบสวนพบว่าคนร้ายอีกกลุ่มได้หลบหนีไปรักษาตัวในพื้นที่ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ก่อนมีคนมารับพาหลบหนีไปยังพื้นที่ อ.จะแนะ โดยพบหลักฐานผ้ากอซ คราบเลือด และอุปกรณ์ปฐมพยาบาล ประกอบกับพยานยืนยันมีคนร้าย 2 ราย มารักษาตัว ทราบชื่อ
อย่างไรก็ตามขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการบังคับใช้กฎหมายติดตามตัวอย่างใกล้ชิด ซึ่งเชื่อว่าคนร้ายยังหลบหนีอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง
ขณะเดียวกันพบมีผู้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ 14 ราย ควบคุมตัวเข้าสู่กระบวนการซักถาม 11 ราย และอยู่ระหว่างหลบหนี 3 ราย
และจากการสอบสวนได้ชี้ว่าจากการปิดล้อมกดดันของเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ในพื้นที่ อ.จะแนะ และ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ทำให้ 2 วันก่อนเกิดเหตุกลุ่มคนร้ายหลบหนีมาพักอยู่บริเวณกระท่อมในสวนปาล์มซึ่งปกติไม่มีคนอาศัย
ทั้งนี้ขอประชาสัมพันธ์พี่น้องประชาชนผู้ให้ที่พักพิง และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องที่ให้การช่วยเหลือจะมีความผิด และถูกดำเนินคดีตามกฎหมายด้วย