เนชั่นทีวี

ข่าว

ทุจริตสอบท้องถิ่น 5,924 ราย ปกรณ์ซัดระบบโจรไล่ออกทันที

17 ก.ค. 2569 | titayu_pur

ทุจริตสอบท้องถิ่น 5,924 ราย ปกรณ์ซัดระบบโจรไล่ออกทันที

ปกรณ์ นิลประพันธ์ แฉทุจริตสอบท้องถิ่น พบคะแนนผิดปกติสูงถึง 5,924 ราย ซัดแรงเป็นระบบโจรทำลายชาติ ศาลปกครองไฟเขียวสั่งให้ออกจากราชการได้ทันที

ปกรณ์ นิลประพันธ์ แฉทุจริตสอบท้องถิ่น พบคะแนนผิดปกติสูงถึง 5,924 ราย ซัดแรงเป็นระบบโจรทำลายชาติ ศาลปกครองไฟเขียวสั่งให้ออกจากราชการได้ทันที

KEY

POINTS

  • แฉขบวนการโกงสอบข้าราชการ: นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เผยพบผู้สอบผ่านส่วนท้องถิ่นมีคะแนนผิดปกติสูงถึง 5,924 ราย ซัดเดือดเป็น "ระบบโจร" ที่เข้ามาฝังตัวเพื่อปล้นแผ่นดิน
     
  • ชี้ช่องกฎหมายไล่ออกทันที: ศาลปกครองสูงสุดเคยวางบรรทัดฐานปี 2565 ว่าการประกาศผลสอบที่ผิดพลาดร้ายแรงเป็นโมฆะตั้งแต่ต้น หน่วยงานสั่งให้ออกได้ทันทีโดยไม่กระทบคนสอบได้จริง
     
  • ขีดเส้นตาย 30 วันลุยอุดรอยรั่ว: คณะกรรมการฯ มีเวลา 30 วันในการแก้จุดอ่อนระบบไอทีและตรวจสอบข้อสอบ ก่อนส่งต่อให้ ป.ป.ช. และตำรวจดำเนินคดีอาญาขั้นเด็ดขาดกับตัวการใหญ่

17 กรกฎาคม 2569 นายปกรณ์ นิลประพันธ์ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง แฉความคืบหน้ากรณี ทุจริตสอบท้องถิ่น หลังพบผู้สอบได้มีคะแนนผิดปกติสูงถึง 5,924 ราย ผ่านเนชั่นออนไลน์ ชี้ชัดกระบวนการ โกงสอบท้องถิ่น ครั้งนี้เข้าข่าย ระบบโจร ไม่ใช่ระบบราชการ ถือเป็นภัยร้ายแรงต่อความมั่นคงของชาติ ที่นายกรัฐมนตรีสั่งฟันไม่เลี้ยง พร้อมแนะหน่วยงานสั่งให้ออกจากราชการได้ทันที ตามแนวคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ก่อนส่ง ป.ป.ช. และตำรวจลากตัวการใหญ่มาดำเนินคดีอาญาภายใน 30 วัน


นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการทุจริตสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่น ซึ่งมีรายชื่อผู้สอบได้ที่มีคะแนนผิดปกติสูงถึง 5,924 ราย เปิดเผยผ่านเนชั่นออนไลน์ โดยระบุอย่างชัดเจนว่า

 

กระบวนการสอบนี้เข้าข่าย "ระบบโจร" ไม่ใช่ระบบราชการ และเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ร้ายแรงเทียบเท่ากับ "คดีความมั่นคง" เพราะเป็นการนำคนโกงเข้ามาฝังตัวในระบบราชการเพื่อไปปล้นชาติปล้นแผ่นดินต่อไป

 

พร้อมย้ำว่า นายกรัฐมนตรีสั่งการทั้งเช้า กลางวัน และเย็น ให้จัดการอย่างเต็มที่แบบ 'ไม่ไว้หน้าใคร'

 

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย

 

สำหรับข้อกฎหมายในการจัดการกับผู้ที่ทุจริต นายปกรณ์ระบุว่า มีแนวคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด วางหลักไว้แล้วเมื่อปี 2565 จากกรณีทุจริตสอบนายอำเภอ ว่าประกาศผลสอบที่ผิดพลาดร้ายแรงเช่นนี้ ถือเป็นคำสั่งทางปกครองที่ไม่มีผลผูกพันมาตั้งแต่ต้น ดังนั้น หน่วยงานที่รับผิดชอบสามารถออกคำสั่งให้ออกจากราชการได้ทันที โดยไม่ต้องรอการเพิกถอน และจะไม่กระทบกับผู้ที่สอบเข้ามาอย่างถูกต้อง

 

"ผมยืนยันคำเดิมว่าคนชั่วร้ายที่จ่ายเงินซื้อเข้ามานี้ ไม่ควรอยู่ในระบบราชการ มันไม่ใช่ระบบราชการแบบนี้ แต่มันคือระบบโจร ทำกันเหมือนเป็นรังโจร ส่วนตัวผมเทียบกับคดีความมั่นคงเลย เพราะการเอาคนแบบนี้เข้ามาทำงานราชการ มันก็คือการเข้ามาปล้นและทำลายแผ่นดิน ทำได้ทุกอย่างแม้กระทั่งโกงข้อสอบเพื่อเข้ามาโกงกินต่อ ถือเป็นการทำลายประเทศอย่างชัดเจน" นายปกรณ์ กล่าว

นายปกรณ์ เปิดเผยอีกว่า "นายกรัฐมนตรีไม่เอาเรื่องนี้ไว้แน่นอน ท่านประกาศมาตลอดและสั่งการผมโดยตรงว่าไม่ต้องเกรงใจใคร ให้ดำเนินการอย่างเต็มที่ ซึ่งนายกรัฐมนตรีสั่งการผมทั้งเช้า กลางวัน และเย็น และคงสั่งการไปยังตำรวจและหน่วยงานอื่น ๆ ด้วย ส่วน ป.ป.ช. แม้จะสั่งการโดยตรงไม่ได้ แต่เชื่อว่าไม่มีใครยอมรับเรื่องนี้ได้ เพราะเรื่องใหญ่เกินกว่าจะปิดบัง ยังไงก็ต้องดำเนินการให้ถึงที่สุดและจบลงด้วยความถูกต้อง"

 

"มีคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด โดยที่ประชุมใหญ่วางหลักไว้แล้วว่า การประกาศผลสอบที่มีข้อผิดพลาดอย่างร้ายแรง เช่น มีรายชื่อผู้ที่สอบไม่ได้โผล่ขึ้นมาเป็นจำนวนมาก ศาลปกครองสูงสุดเห็นว่าเป็นคำสั่งทางปกครองที่ผิดพลาดร้ายแรง ส่งผลให้ไม่มีผลบังคับใช้มาตั้งแต่ต้น โดยไม่ต้องรอการเพิกถอน แต่หน่วยงานที่รับผิดชอบต้องประกาศให้ทราบ ส่วนผู้ที่มีปัญหาและเข้ารับราชการไปแล้ว ก็สามารถสั่งให้ออกจากราชการได้เลย ขณะที่ผู้ที่สอบผ่านอย่างถูกต้องจะไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ" นายปกรณ์ กล่าว

 

นายปกรณ์ ยังทิ้งท้ายด้วยว่า กรอบเวลาการทำงานของคณะกรรมการชุดนี้คือ 30 วัน ซึ่งได้รายงานข้อมูลเบื้องต้นให้นายกรัฐมนตรีรับทราบแล้ว โดยหน้าที่ของคณะกรรมการคือการอุดช่องโหว่ของระบบ เช่น ความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (ไอที) และการตรวจข้อสอบ ส่วนการดำเนินคดีอาญาเพื่อลากตัวการใหญ่และขบวนการทุจริตมาลงโทษ จะเป็นหน้าที่ของ ป.ป.ช. และตำรวจที่จะต้องนำข้อมูลไปขยายผลต่อไป

ข่าวล่าสุด