ทั้งนี้ ในขั้นตอนการสอบสวนและการยื่นคำร้องฝากขัง พนักงานสอบสวนได้ระบุท้ายคำร้อง ขอคัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราว (ค้านประกันตัว) เนื่องจากคดีดังกล่าวเป็นคดีที่สร้างความเสียหายต่อระบบราชการเป็นวงกว้าง มีผู้ร่วมกระทำความผิดเป็นขบวนการ และเป็นข้อหาที่มีอัตราโทษสูง
รายงานข่าวระบุว่า ในชั้นสอบสวน พบว่าผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ซึ่งรวมถึง น.ส.ศตพร หรือ จ๋า ที่ถูกนำตัวส่งฝากขังไปเมื่อวานนี้ (14 กรกฎาคม) ล้วนให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยเฉพาะในส่วนของ จ่าสิบตรี ดร.พิชิต ได้ขอใช้สิทธิปฏิเสธการให้ปากคำใดๆ ทั้งสิ้นในชั้นสอบสวน
ภายหลังฝากขังมีรายงานว่าทั้ง จ่าสิบตรี ดร.พิชิต และดร.วิน ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว
ต่อมาศาลอาญา พิจารณาแล้วมีคำสั่ง ให้ยกคำร้องของผู้ต้องหาทั้งสอง โดยพิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ข้อกล่าวหามีลักษณะที่ผู้ต้องหาร่วมกับพวกกระทำความผิดเป็นขบวนการ โดยแบ่งหน้าที่กันทำ ซึ่งมีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก ส่งผลกระทบสร้างความเสียหาย ต่อกลุ่มบุคคลและระบบราชการในวงกว้าง นับว่าเป็นเรื่องร้ายแรง เมื่อพิจารณาประกอบคำคัดค้าน ของพนักงานสอบสวนและผู้เสียหายแล้ว มีเหตุอันควรเชื่อว่าผู้ต้องหาอาจหลบหนี หรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือไปกระทำการอันเป็นอุปสรรคต่อการสอบสวน จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างสอบสวน ให้ยกคำร้อง
จากนั้นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ไปคุมขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพต่อไป