อนุทินลั่นทุจริตสอบท้องถิ่นไม่มีมวยล้ม จ่อแบล็กลิสต์คนโกง
15 ก.ค. 2569 | titayu_pur

อนุทิน ชาญวีรกูล ล้างทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นปี 68 ลั่นไม่มีมวยล้มต้มคนดู สั่งพักงานแล้วหลายราย จ่อขึ้นแบล็กลิสต์คนโกงห้ามสอบซ้ำ นักการเมืองเอี่ยวโดนโทษหนัก
ข่าว
15 ก.ค. 2569 | titayu_pur

อนุทิน ชาญวีรกูล ล้างทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นปี 68 ลั่นไม่มีมวยล้มต้มคนดู สั่งพักงานแล้วหลายราย จ่อขึ้นแบล็กลิสต์คนโกงห้ามสอบซ้ำ นักการเมืองเอี่ยวโดนโทษหนัก
KEY
POINTS
15 กรกฎาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เดินทางตรวจเยี่ยมกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางเพื่อจี้คดี ทุจริตสอบท้องถิ่น ประจำปี 2568 หลังพบขบวนการบิดเบือนคะแนนครั้งใหญ่ โดย นายกอนุทิน สั่งการให้เร่งขยายผลเอาผิด เครือข่ายผู้เกี่ยวข้องและสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ข้าราชการที่พัวพันกับการ สอบข้าราชการท้องถิ่น ทันทีแบบไม่มีข้อยกเว้น พร้อมเตรียมนำเรื่องเข้าที่ประชุม ก กลาง เพื่อพิจารณายกเลิกผลสอบทั้งหมด และเล็งขึ้น
แบล็กลิสต์ ถาวรห้ามคนโกงกลับเข้ามาสอบแข่งขันรับราชการอีกเด็ดขาด
ที่กองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ตรวจเยี่ยมกองบังคับการปราบปรามและติดตามความคืบหน้า กรณีการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ปี 2568 มี พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) ให้การต้อนรับ และเข้าร่วมประชุมด้วย
นายกฯ กล่าวว่า ตนในฐานะหัวหน้ารัฐบาลในฐานะ รมว.มหาดไทย ต้องขอขอบคุณที่ได้รับความร่วมมือจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) รวมไปถึงหน่วยงานปราบปรามที่เกี่ยวข้อง ที่ได้รับทราบถึงการกระทำอันอุกอาจผิดกฎหมาย และเป็นประเด็นที่น่ารังเกียจเช่นนี้ ตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้นมาตนก็ไม่ได้มีความสบายใจ เพราะมันเป็นเรื่องภายในกำกับดูแลของรัฐบาล ถ้าไม่ได้รับความร่วมมืออันดีจากทุกท่าน ก็จะทำให้ความเคลือบแคลงใจของพี่น้องประชาชน ตลอดจนความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อคดีนี้ เป็นที่สงสัย
แต่ท่านทั้งหลายทำให้ทุกอย่างเกิดความกระจ่าง ทำให้เห็นเครือข่ายว่าหลายคนที่มีส่วนร่วมอยู่ในวงจรนี้ ก็ยังร่วมในการกระทำการทุจริตอื่น ๆ ด้วย แสดงว่าวงจรนี้เป็นวงจรอุบาทว์ที่มีเครือข่ายเชื่อมโยง ตรงนี้ตนได้เคยให้สัมภาษณ์ยืนยันกับประชาชนผ่านสื่อมวลชนว่า ขอให้มีความมั่นใจในระบบการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม และมั่นใจในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า จะไม่มีการช่วยเหลืออำนวยความสะดวก หรือไปเบียดบังคดีความต่างๆ ไม่ได้เป็นอันขาด และยิ่งกรณีนี้เป็นกรณีที่อาจหาญต่อการทุจริต ตั้งแต่การสอบรับข้าราชการ ดังนั้นจึงมีหน่วยงาน
นายกฯ กล่าวต่อว่า ขอให้ทุกท่านมั่นใจว่า จะไม่มีการบิดเบือนคดีเป็นอื่นเป็นอันขาด ทุกอย่างต้องเป็นไปตามข้อเท็จจริงตามหลักฐานที่เรามีอยู่ ที่เรากำลังสืบหาอยู่ เพราะมิฉะนั้นจะต้องมีการตรวจทาน เพื่อนำมาประกอบเปรียบเทียบกัน คือหลักที่ประชาชนทุกคน สามารถให้ความไว้วางใจและคดีนี้ไม่มีบรรเทา ไม่มีการยืดหยุ่น ทุกอย่างจะต้องถูกดำเนินการไปตามหลักกฎหมายอย่างเคร่งครัด และไม่มีกฎหมายใด ๆ หรือกฎเกณฑ์ใด ๆ ที่ทุกคนจะต้องไปตอบแทนหรือเกรงกลัวใด ๆ หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องพวกนี้
ดังนั้นตนเชื่อว่า สิ่งที่ท่านได้เห็นมาโดยตลอดตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้นมาในกรณีนี้ ทุกอย่างต้องถูกดำเนินการด้วยความรวดเร็ว เคยมีตำแหน่งราชการใด ๆ ก็ตาม การดำเนินคดีมีคำสั่งทางวินัยให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ไปหลายคน แต่เรายังไม่สามารถพูดได้ว่าใครผิด ใครถูก เพราะกว่าจะถึงจุดนั้น ทุกอย่างจะต้องผ่านกระบวนการสอบสวนและยืนยันหลักฐานให้ชัดเจน
-เมื่อถามถึงกรณีการเพิกถอนรายชื่อข้าราชการกว่า 5,000 คน ที่ได้รับการบรรจุข้าราชการท้องถิ่นจะดำเนินการอย่างไร
นายกฯ กล่าวว่า ตนเพิ่งได้รับรายงานจากปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่ประชุมคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) เมื่อช่วงเช้าว่า สถ. ได้รับทราบถึงเหตุการณ์ไม่ชอบมาพากลเช่นนี้ และในสัปดาห์หน้าวันที่ 23 ก.ค.นี้ จะนำเรื่องทั้งหมดเข้าที่ประชุมคณะกรรมการกลางข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง) ซึ่งตนเป็นประธาน ถ้าตนสั่งได้ก็สั่งไปแล้ว หากอยู่แนวหน้า รมว.มหาดไทย ป่านนี้ผลสอบครั้งนี้มันก็ไม่เกิดแล้ว แต่มันจะต้องผ่านคณะกรรมการ ก.กลาง ตนคิดว่าเป็นสิ่งที่ดี
ผมได้ให้แนวทางตั้งแต่ทราบเรื่องว่า ให้ชะลอ อย่าเพิ่งเรียกไปรายงานตัว หากพบการทำผิด ก็ต้องรายงานคณะกรรมการ ก.กลาง ผมถามเขาแล้วว่า ใครจะรับผิดชอบ เพราะบอกแล้วไม่ให้บรรจุ แล้วยังไปบรรจุ ขนาด สถ.ออกหนังสือไม่ให้บรรจุให้ชะลอ แต่ก็ยังบรรจุต่อไป เรื่องนี้ คณะกรรมการ ก.กลาง จะต้องนำเรื่องเข้าไปพิจารณาว่า จะดำเนินการอย่างไร แต่สำหรับผมให้ยกเลิก แต่ถ้ายังมีผู้ที่ต้องการข้าราชการเหล่านี้เข้าไปทำงาน ก็ให้โหวตกัน แต่อย่างไรก็ตามในส่วนของผมและกระทรวงมหาดไทยและรัฐบาล เราก็มีความเห็นของเรา
-เมื่อถามว่า ในส่วนที่ทักท้วงไปแล้ว นายกฯ มีอำนาจในการปกครอง ทำไมไม่ออกคำสั่งให้มีการถอน
นายกฯ กล่าวว่า “ถามแบบนี้แสดงว่าคุณไม่เข้าใจกฎหมาย มันไม่ได้มีอำนาจ ถ้ามีอำนาจก็เรียบร้อยไปแล้ว ไม่ใช่แค่ทัก แต่ตนบอกแล้วว่าให้ชะลอ แต่ต้องใช้มติของคณะกรรมการ ก.กลาง กฎหมายเขียนไว้ตนก็ไม่รู้ว่าใครเป็นคนร่าง เราก็ต้องมานั่งดูด้วย ว่าทำไมกฎหมายถึงออกมาเช่นนี้ ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 2-3 ชั้น รมว.มหาดไทย คือประธานกรรมการแค่ชุดเดียว คือชุดกลาง ถ้าจะโหวตก็มีแค่เสียงเดียว ในกระทรวงมหาดไทยน่าจะมีไม่เกิน 3 เสียง คือ ปลัดกระทรวงมหาดไทย อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ที่เหลือเป็นกรรมการจากหน่วยงานอื่น ๆ ใช้อำนาจไม่ได้ ถ้าใช้อำนาจได้ก็ไม่ต้องมากวน ผบ.ตร.
-เมื่อถามต่อว่า กรณีผู้สมัครที่สอบผ่าน แล้วอยากร้องขอความเป็นธรรมว่า การสอบทำมาอย่างถูกต้อง
นายกฯ กล่าวว่า เราต้องดูก่อนว่าการสอบตอนนี้เจอประมาณ 5,900 รายที่ทุจริต ตอนนี้ตนก็ต้องไปหารือทางฝ่ายกฎหมายต่อกรณีนี้ หากมีการทุจริตตั้งแต่ช่วงต้นมีการเปิดเผยข้อสอบ มีการบิดเบือนผลการสอบ ถ้ามันนำไปสู่การยกเลิกเพิกถอนอะไรได้เราก็ต้องทำตามทุกอย่างที่กฎหมายเปิดช่องไว้
-เมื่อถามอีกว่า หากดำเนินการสอบไปแล้วและพบว่า มีผู้ทุจริตจะต้องขึ้นแบล็กลิสต์ห้ามสอบอีกหรือไม่
นายกฯ กล่าวว่า เรื่องนี้จะต้องถูกกำหนดอยู่ในทีโออาร์ต่อไป แต่อย่างน้อยคนที่มีชื่ออยู่ในกลุ่มที่คะแนนในกระดาษคำตอบไม่ตรงกับการประกาศผล ตนเชื่อว่า ทางพนักงานสอบสวนและหน่วยงานที่ต้องตรวจสอบก็ต้องดำเนินคดี เรียกมา
สอบปากคำ ถ้าพบเป็นความผิดก็ต้องดำเนินคดีต่อไป
-เมื่อถามต่อว่า 5,000 กว่าตำแหน่งที่เพิกถอนแล้วจะเลื่อนคนที่ลำดับถัดไปขึ้นมาหรือว่าต้องสอบใหม่
นายกฯ กล่าวว่า ก็ต้องดูว่า สถ. จะยกเลิกสอบ ยกเลิกผลประกาศสอบ มันต้องมาจากคณะกรรมการ ก.กลาง ไม่มีอำนาจตรงไหนที่ให้ รมว.มหาดไทย ได้ทำเองโดยที่ไม่ต้องใช้มติของคณะกรรมการก็ต้องรอการประชุม ตนทราบว่าจะประชุมในวันที่ 23 ก.ค. ซึ่งปกติตนจะมอบ รมช.มหาดไทย ทำงานแทนตั้งแต่ตนมาเป็น รมว.มหาดไทย ในปี 2566 โดยให้ มท.2 กำกับดูแลกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น แต่พอมีเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นสัปดาห์หน้า ตนก็ประเมินแล้วคิดว่ามันก็มีความจำเป็นที่ตนจะต้องเข้าไปทำหน้าที่ประธานเอง เพราะมันไม่ได้จำกัดสิทธิ์อะไรของตนในการไปทำหน้าที่ประธาน
-เมื่อถามอีกว่า เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำซากจะต้องไปรื้อคณะกรรมการหรือไม่
นายกฯ กล่าวว่า ก็ต้องไปดู เพราะอันนี้เป็นกฎหมายประกอบในพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 แต่ตนเชื่อว่าถ้ามีการเปิดให้มีการทุจริตในระดับขนาดนี้ ตนก็คิดว่ากระทรวงมหาดไทยมีเหตุผลที่ต้องพิจารณาในเรื่องของการแก้ไขกฎหมายปรับปรุงกฎหมายให้มีความรัดกุมยิ่งขึ้น
นายกฯ กล่าวต่อว่า คดีนี้คงมีการแถลงข่าวขยายผลอีกหลายครั้ง เพราะการกระทำที่อุกอาจขนาดนี้ คงไม่ได้แค่มีผู้ต้องหาที่จับได้แล้ว หรือผู้ที่ถูกกล่าวหาเท่านั้น เราจะดำเนินการต่อไป ในส่วนของตนมีความเชื่อมั่น ในความสามารถและศักยภาพของเจ้าหน้าที่ ว่าเราจะไม่มีทางปล่อยให้คนร่วมกระทำความผิดลอยนวลอย่างแน่นอน และไม่ต้องห่วงระบบนี้คนมันเยอะ แต่ละคนเดี๋ยวเขาก็ซัดทอด ไปถึงคนอื่น มันเป็นธรรมชาติอยู่แล้ว สิ่งที่สื่อมวลชนกังวลว่าตรงไหนซ่อนอยู่ คนไหนมีส่วนเกี่ยวข้อง คนไหนทำเป็นฮีโร่ แต่ความจริงมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างเต็มประตู ก็จะถูกขยายผลออกมาเรื่อย ๆ ซึ่งการดำเนินการมาจนถึงระดับนี้ ก็มาจากการขยายผล
จากนั้น นายกฯ กล่าวทิ้งท้ายว่า กรณีที่ผู้สื่อข่าวถามว่าเป็นข้าราชการ เป็นนักการเมืองจะรอดหรือไม่ ไปดูข้อกฎหมาย ที่บอกว่าเป็นข้าราชการเป็นเจ้าพนักงานเป็นนักการเมือง เป็นผู้มีสถานะจะต้องโดนลงโทษ 2 เท่าถึง 3 เท่า ยังมีกฎหมายนี้อยู่ ตนได้ให้หลักการนี้ไปยังผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีนี้ทุกคน
ทั้งนี้ ภายหลังเสร็จสิ้นติดตามความคืบหน้ากรณีการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ปี 2568 ผู้สื่อข่าวถามนายกฯ ว่า ได้เจอผู้ต้องหาก่อนหน้านี้หรือไม่ โดยนายกฯ กล่าวว่า เพิ่งเดินผ่านเมื่อสักครู่ ตนไม่ทราบด้วยว่าเป็นผู้ต้องหา ตำรวจได้บอกให้เข้ามายืนด้านข้าง เพื่อให้ผู้ต้องหาเดินผ่านไปฝากขังตามกระบวนการ