ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว พฐ.เจอแล้วจุดต้นเพลิง-ไร้ประกันบุคคล
13 ก.ค. 2569 | titayu_pur

ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว พฐ.-วสท.ชี้จุดต้นเพลิงมาจากฝ้าเพดาน วัสดุไวไฟไม่ได้มาตรฐาน ด้าน คปภ.เผยร้านไร้ประกันความรับผิดชอบบุคคลภายนอก กระทบเยียวยาเหยื่อเจ็บตาย
ข่าว
13 ก.ค. 2569 | titayu_pur

ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว พฐ.-วสท.ชี้จุดต้นเพลิงมาจากฝ้าเพดาน วัสดุไวไฟไม่ได้มาตรฐาน ด้าน คปภ.เผยร้านไร้ประกันความรับผิดชอบบุคคลภายนอก กระทบเยียวยาเหยื่อเจ็บตาย
KEY
POINTS
13 กรกฎาคม 2569 ความคืบหน้าเหตุ ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว ล่าสุดกองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) และวิศวกรรมสถานฯ (วสท.) ลงพื้นที่ตรวจสอบพบปม ฝ้าเพดานไม่ได้มาตรฐาน ทำจากวัสดุพลาสติกไวไฟสูง จนเกิดการลุกลามอย่างรวดเร็ว ขณะที่ คปภ. ตรวจสอบพบร้านไร้ทำประกันภัยความรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอก มีเพียงประกันทรัพย์สินเท่านั้น หวั่นส่งผลกระทบรุนแรงต่อระบบ เยียวยาผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บจำนวนมากจากโศกนาฏกรรมครั้งนี้
ตั้งแต่เวลา 09.00 น. กองพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ที่เกิดเหตุเพลิงไหม้จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายรายเมื่อคืนที่ผ่านมา
โดยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ได้ตรวจสอบโดยละเอียดบริเวณด้านในของร้าน เพื่อหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ ซึ่งเน้นตรวจสอบจุดที่คาดว่า น่าจะเป็นต้นเพลิง คือ บริเวณเวที โดยเจ้าหน้าที่ได้เก็บตัวอย่างวัตถุพยาน ทั้งวัสดุฝ้าเพดาน วัสดุภายในร้าน และอุปกรณ์ประดับตกแต่งร้านต่าง ๆ นำไปตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อหาสาเหตุอย่างละเอียด
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่กรมโยธาธิการและผังเมือง ยังได้เน้นการตรวจสอบประตูทางเข้า-ออก ซึ่งบริเวณทางเข้า-ออกหลักจะมี 2 ประตู ด้านหน้าติดถนนลาดพร้าว และด้านหลังอีก 2 ประตู โดยตรวจสอบลักษณะของประตูว่า สามารถใช้งานได้จริงในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือไม่
ทีมข่าวได้รับข้อมูลจากกองพิสูจน์หลักฐานเพิ่มเติมว่า จุดที่สันนิษฐานว่าเป็นต้นเพลิงคือ บริเวณฝ้าเพดานตรงกับเวที เนื่องจากพบร่องรอยความเสียหายด้านบนตรงเวทีมากกว่าจุดอื่นในร้าน โดยเฉพาะตรงฝ้าเพดานที่ตรงกับเวที มีการกระจายตัวของความเสียหายเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ จากการตรวจสอบวัสดุฝ้าเพดานพบว่า เป็นวัสดุประเภท “พียูโฟม ซึ่งเป็นวัตถุไวไฟ”
ขณะเดียวกัน มีทีมผู้เชี่ยวชาญจากวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (วสท.) ได้ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบด้วย โดย บุษกร แสนสุข ประธานสาขาวิศวกรรมป้องกันอัคคีภัย วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ระบุว่า ลักษณะเพลิงไหม้ครั้งนี้ส่วนใหญ่เป็นการลุกไหม้บริเวณเพดาน เนื่องจากวัสดุที่ใช้ตกแต่งเพดานมีลักษณะเป็นวัสดุติดไฟง่าย จากที่เห็นมีทั้งวัสดุซับเสียง และวัสดุประดับตกแต่งที่เป็นดอกไม้เทียม ซึ่งทำมาจากพลาสติก ดังนั้นเมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ ไฟจึงลุกลามอย่างรวดเร็ว
จากภาพที่เห็นเปลวเพลิงพุ่งออกมาอย่างรุนแรงนั้น ก็มาจากลักษณะของวัสดุเช่นเดียวกัน วัสดุที่เป็นชิ้นเล็ก ๆ ทำมาจากพลาสติกที่รับพลังงานความร้อนสูง ก็จะติดไฟและลุกลาม เป็นลักษณะของไฟไหลไปตามเพดาน แล้วพุ่งออกไปในจุดที่มีช่องเปิด และหากสังเกตบริเวณด้านล่างบางโซน จุดที่มีโต๊ะหรือขวดตั้งเอาไว้ก็จะเห็นว่าไฟไม่ได้ไหม้ โดยจะไหม้ส่วนใหญ่บริเวณที่อยู่ด้านบนและด้านหน้า
ในส่วนของสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ครั้งนี้ ต้องรอให้กองพิสูจน์หลักฐานเป็นผู้ตรวจสอบอย่างเป็นทางการ แต่สิ่งที่วิศวกรรมสถานเข้ามาตรวจสอบ ขอตั้งข้อสังเกตว่า ทำไมเมื่อเกิดเหตุขึ้น จึงเป็นเหตุรุนแรงที่ส่งผลกระทบต่อชีวิต รวมถึงมาตรวจสอบจุดที่เป็นทางออกด้วยว่า สัมพันธ์กับจำนวนคนหรือไม่
สำหรับอาคารนี้มีขนาด 750 ตารางเมตร โดยพื้นที่ใช้สอยที่เป็นบริเวณที่นั่ง หากอาคารหลังนี้เข้าเกณฑ์สถานบริการ จะคำนวณอยู่ที่ 1 ตารางเมตรต่อคน ซึ่งมีแนวโน้มที่จะเป็นไปได้ว่า หากใช้พื้นที่เต็มจำนวนจะมีคนอยู่ประมาณ 500 คน ซึ่งเมื่อคืนนี้คาดว่า จะมีผู้ใช้บริการจำนวนไม่มากนัก ยังเกิดความสูญเสียถึงเพียงนี้ หากเกิดเหตุในวันที่คนใช้บริการเต็มพื้นที่ คงจะเกิดความสูญเสียมากกว่านี้ เนื่องจากทางเข้า-ออกไม่สะดวกเท่าที่ควร
ขณะเดียวกันในวันนี้ ทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ก็เป็นอีกหนึ่งหน่วยงานที่ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ เพื่อตรวจสอบข้อมูลการทำประกันภัยและการจ่ายเงินเยียวยา
โดย นายอดิศร พิพัฒน์วรพงศ์ รองเลขาธิการ สำนักงาน คปภ. เปิดเผยว่า เบื้องต้นตรวจพบการทำประกันภัยตัวอาคารและสถานที่ แต่ขณะนี้ยังตรวจไม่พบการทำประกันภัยความรับผิดตามกฎหมายต่อบุคคลภายนอกในฐานะสถานประกอบการ
“ร้านนี้ไม่พบการใช้ชื่อร้านทำประกันภัย จึงได้ค้นหาชื่อเจ้าของร้าน และพบประกันอัคคีภัยตัวร้าน แต่หากมีประกันภัยคุ้มครองความรับผิด จะทำให้สามารถจ่ายเงินเยียวยาให้กับผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บได้อีกทางหนึ่ง แต่ตอนนี้ยังตรวจไม่พบ พบเพียงประกันภัยทรัพย์สินตัวร้าน ที่มีกรอบวงเงินไว้เท่านั้น”
ส่วนกรณีผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ ทาง คปภ. ได้สั่งการให้ตรวจสอบข้อมูลว่า มีการทำประกันชีวิตและประกันอุบัติเหตุไว้กับบริษัทใดบ้าง เพื่อจะได้เร่งรัดบริษัทประกันภัยให้จ่ายเงินเยียวยาอย่างรวดเร็วที่สุด
สำหรับตัวเลขเงินช่วยเหลือ จะมีเงินช่วยเหลือจากภาครัฐ และเงินประกันภัยซึ่งขึ้นอยู่กับทุนประกันภัย
ส่วนจะต้องกำหนดกรอบระยะเวลาเร่งเยียวยาหรือไม่ ยืนยันว่า หากเอกสารระบุได้ชัดเจนจะเร่งรัดให้จ่ายเร็วที่สุด โดยปกติภายใน 2-3 วัน ก็จะสามารถจ่ายเงินเยียวยาได้แล้ว
ขณะเดียวกัน ภายหลังจากกองพิสูจน์หลักฐานได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้ว ทางกรุงเทพมหานครได้นำป้ายคำสั่งกรุงเทพมหานครมาติดประกาศรอบร้าน ‘ห้ามใช้อาคาร’ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เนื่องจากมีสภาพอันตราย ซึ่งในรายละเอียดของประกาศระบุข้อมูลด้วยว่า ร้านแห่งนี้มีขนาด 38.5 คูณ 19.5 เมตร สูง 3 เมตร
นายอนุรัตน์ เครือชะเอม ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตจตุจักร ให้ข้อมูลว่า สำนักงานเขตได้เข้ามาตรวจสอบล่าสุดเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งร้านโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว มีการขอใบอนุญาตถูกต้อง โดยเป็นการขอใบอนุญาต 3 ประเภท คือ ใบอนุญาตประกอบกิจการร้านอาหาร ใบอนุญาตประกอบกิจการดนตรี และใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร ซึ่งมีครบถ้วนทั้ง 3 ประเภท