ส่วนมองว่า เป็นเกมการเมืองของฝ่ายตรงข้ามหรือไม่ นายจุลพันธ์ ระบุว่า "นาทีนี้คงใช่แล้วล่ะ ต้องยอมรับว่า มีการโดดเข้ามารับลูกอะไรต่าง ๆ เป็นจังหวะทางการเมือง ดังนั้นมั่นคงเข้าไว้ เอางานเป็นหลัก พวกผมที่คุยในพรรคเพื่อไทย รวมถึงนายกรัฐมนตรี ทุกคนเร่งรัดการทำงาน เราทำงานไม่มีวันหยุด เราต้องเร่งผลงานเพื่อให้ประชาชนเห็นการทำงานของพวกเรา เอาผลของงานเป็นหลัก"
ส่วนพรรคเพื่อไทยหวั่นใจหรือไม่ หลังจากที่มีกระแสข่าวว่า กระทรวงเกษตรน่ะเจ้าที่แรง นายจุลพันธ์ ระบุว่า ไม่ได้หวั่นอะไร พร้อมหัวเราะ แล้วพูดว่า
“เจ้าที่แรงหมายถึงของเก่าใช่หรือไม่” ตนเองเชื่อว่า พรรคเพื่อไทย อยู่ได้ด้วยนโยบายมาโดยตลอด วันนี้ทุกกระทรวงเน้นการขับเคลื่อนนโยบายให้กับประชาชน ในส่วนของข้าราชการ รัฐบาลเปลี่ยนอยู่เรื่อย ๆ ในช่วงที่ผ่านมาเราเปลี่ยนเจ้ากระทรวงไปแล้วกี่คน อธิบดีหรือปลัดกระทรวงทำงานให้ใครบ้าง ทุกสีมีครบ เป็นสีรุ้งได้เลย"
ฉะนั้นเราคงไม่ได้ไปดูในจุดนั้น แต่การขับเคลื่อนนโยบายตามที่รัฐบาลได้แถลงต่อรัฐสภา จะสามารถขับเคลื่อนได้หรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งตนเชื่อมั่นว่า ข้าราชการทุกคนมีความเป็นมืออาชีพ ในการที่จะรับเอานโยบายของรัฐบาล ที่มีกระบวนการถูกต้องตามกฎหมายไปขับเคลื่อน
ส่วนพรรคเพื่อไทยหรือนายสุริยะ จะต้องทำความเข้าใจกับนายกรัฐมนตรีหรือไม่ เนื่องจากรัฐบาลชุดนี้มีความกังวลเรื่องปัญหาจริยธรรมเป็นหลัก นายจุลพันธ์ ระบุว่า รัฐบาลจากเหตุการณ์ในหลายรัฐบาลที่แล้วโดยเฉพาะรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี เรื่องจริยธรรมเป็นเรื่องที่หลายรัฐบาลต้องระมัดระวัง โดยนายอนุทิน ก็หยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาตลอด ซึ่งนายสุริยะมีการพูดคุยกับนายอนุทินอยู่เป็นประจำ และรับทราบว่า มีการชี้แจงทำความเข้าใจว่า เกิดอะไรขึ้น และเชื่อว่านายกรัฐมนตรีรับทราบ และดำเนินการตามที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรดำริมาที่คณะรัฐมนตรี