พาณิชย์จับมือบิ๊กเอกชนไทยปั้น SME บุกเวียดนาม เชื่อมส่งออกจีน
23 เม.ย. 2569

กระทรวงพาณิชย์ จับมือภาคเอกชนไทยในเวียดนาม หนุน SME ไทยขยายตลาด พร้อมติดตามเส้นทางโลจิสติกส์ผ่าน “หล่างเซิน” ประตูสำคัญสู่จีน รับฤดูกาลผลไม้
ข่าว
23 เม.ย. 2569

กระทรวงพาณิชย์ จับมือภาคเอกชนไทยในเวียดนาม หนุน SME ไทยขยายตลาด พร้อมติดตามเส้นทางโลจิสติกส์ผ่าน “หล่างเซิน” ประตูสำคัญสู่จีน รับฤดูกาลผลไม้
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มอบหมายให้นางปิยนุช วุฒิสอน คณะที่ปรึกษา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นำคณะหารือร่วมกับภาคเอกชนไทยในเวียดนาม อาทิ Central Retail Vietnam, C.P. Vietnam, SCG, Amata Vietnam, WHA Vietnam, Super Energy, กลุ่ม Power & Energy Working Group (PEWG) และธนาคารกสิกรไทย รวมถึงผู้แทนหอการค้าและอุตสาหกรรมไทยในเวียดนาม (ThaiCham) ณ สถานเอกอัครราชทูตไทย กรุงฮานอย เพื่อติดตามสถานการณ์การค้า การลงทุน และแนวโน้มเศรษฐกิจในเวียดนาม พร้อมรับฟังปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะจากภาคธุรกิจไทย เพื่อให้ภาครัฐสามารถเข้าไปสนับสนุนและแก้ไขได้อย่างทันท่วงที
นางปิยนุช เปิดเผยว่า ภาคเอกชนไทยในเวียดนามถือเป็นกำลังสำคัญที่ประสบความสำเร็จในหลายสาขา ทั้งภาคการผลิต นิคมอุตสาหกรรม และค้าปลีก จึงได้ขอความร่วมมือให้ช่วยเป็นพี่เลี้ยงและสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ไทยที่ต้องการเข้ามาลงทุนหรือขยายตลาดในเวียดนาม
ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์จะเร่งผลักดันการสร้างการรับรู้สินค้าไทยผ่านตราสัญลักษณ์สำคัญ เช่น Thai SELECT และ Thailand Trust Mark เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคในต่างประเทศ
นอกจากนี้ คณะยังได้เข้าหารือกับคณะกรรมการประชาชนจังหวัดหล่างเซิน เพื่อกระชับความร่วมมือด้านเศรษฐกิจระหว่างไทย-เวียดนาม และติดตามสถานการณ์การขนส่งสินค้าผ่านแดนไปยังประเทศจีน โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลผลไม้ ซึ่งมีปริมาณการส่งออกสูง และจังหวัดหล่างเซินถือเป็น “จุดยุทธศาสตร์สำคัญ” เนื่องจากเป็นพื้นที่ชายแดนติดกับจีน และเป็นเส้นทางหลักในการขนส่งผลไม้ไทยเข้าสู่ตลาดจีน
สำหรับวันที่ 24 เมษายน 2569 คณะมีกำหนดลงพื้นที่ด่านสากลหูหงิ จังหวัดหล่างเซิน เพื่อสำรวจเส้นทางโลจิสติกส์ และหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง Viettel Logistic Park ผู้บริหารด่านชายแดน รวมถึงหน่วยงานฝั่งจีนในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการส่งออกสินค้าไทยในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก
ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการ เกษตรกร และ SME ไทย ว่าสามารถขยายตลาดและบริหารจัดการการส่งออกได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว
ข่าวล่าสุด