นอกจาก ความเป็นนักธุรกิจชื่อดังที่ประสบความสำเร็จ ด้านอสังหาริมทรัพย์ ด้านธุรกิจการเกษตร และด้านน้ำมันเชื้อเพลิง เคยดำรงตำแหน่งประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรปราการ แต่ในทางการเมือง "เอ๋ ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม" ถือได้ว่าเป็นบุคคลที่มีบทบาทสำคัญ ในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ จากการสานต่องานทางการเมืองจากรุ่นพ่อ "วัฒนา อัศวเหม" สมัยที่มีการกล่าวขานกันว่าเป็น "เจ้าพ่อปากน้ำ"
ต้นตระกูลการเมือง "บ้านใหญ่อัศวเหม" หรือ "บ้านใหญ่ม้าทองคำ" แห่งสมุทรปราการ อีกหนึ่งกลุ่มตระกูลการเมืองที่มีบทบาทมากในอดีตเริ่มจาก "วัฒนา อัศวเหม" จากธุรกิจน้ำมัน แล้วมาเล่นการเมืองกลายเป็นต้นกำเนิดของ"บ้านใหญ่ปากน้ำ"
เครือข่ายการเมืองสมุทรปราการ จากรุ่นพ่อ "วัฒนา อัศวเหม" เข้าสู่เส้นทางการเมืองตั้งแต่ปี 2518 มีบุคคลที่อยู่ในระดับครูการเมืองขณะนั้น ไม่ว่าเป็น"สังข์ พัธโนทัย" ที่ปรึกษาคนสนิท จอมพล. ป.พิบูลสงคราม "มั่น พัธโนทัย" อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กระทั่ง"นายวัฒนา" ตกเป็นผู้ต้องหาคดีทุจริตโครงการบ่อบัดน้ำเสีย คลองด่าน สมุทรปราการ และหลบหนีไปต่างประเทศก่อนศาลมีคำพิพากษา
จากนั้น การเมืองสมุทรปราการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่รุ่นที่สอง เมื่อ"เอ๋ ชนม์สวัสดิ์" เข้ามารับไม้ต่อ โดย "เอ๋ ชนม์สวัสดิ์" เป็นลูกชายคนที่สามของวัฒนา โดยพี่ชาย 2 คนคือ "พิบูลย์" ดูแลธุรกิจน้ำมันของครอบครัว และ"พูนผล" ที่เล่นการเมืองเคียงข้างประมุขบ้านม้าทองคำ (พูนผล เสียชีวิตเมื่อปี 2558)
จุดเริ่มสู่ตำแหน่งการเมืองท้องถิ่น เมื่อปี 2542 เอ๋ ชนม์สวัสดิ์ ได้รับเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรีนครสมุทรปราการ เคยลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ ต่อมาถูกสั่งปลดตามคำสั่งหัวหน้า คสช. เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2558 เมื่อมีการเลือกตั้งอบจ.ใหม่ ปรากฎว่า "นันทิดา แก้วบัวสาย" อดีตภรรยา ได้รับเลือกตั้ง