svasdssvasds
logo-pwa

เพิ่ม nation online

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด
เนชั่นทีวี

การเมือง

นักวิชาการ ชี้ปมสง่างาม “บิ๊กตู่”ต้องยุบสภา หากกม.ลูกบังคับใช้

07 ธันวาคม 2565

"ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น"ชี้ทางสง่างาม"พล.อ.ประยุทธ์" ต้องยุบสภาฯ คืนอำนาจให้ประชาชน หากกฎหมายลูกมีผลบังคับใช้

7 ธันวาคม 2565 ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น นักรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี กล่าวถึงการแสดงท่าที “ไปต่ออีก 2 ปี” ของนายกฯประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยจะไปเริ่มเส้นทางการเมืองกับพรรคใหม่ จะผิดมารยาทหรือไม่เนื่องจากยังเป็นแคนดิเดตพรรคพลังประชารัฐ และนายกฯควรยุบสภาหรือยัง 

 

ดร.เชษฐา อธิบายว่า เนื่องจากเป็นปลายสมัยรัฐบาล และร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ยังอยู่ในระหว่างการทูลเกล้าฯ เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย ดังนั้นการยังดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเพื่อให้กระบวนการทางการเมืองในการทูลเกล้าฯกฎหมายสำคัญสองฉบับนี้ยังเดินต่อไปอย่างราบรื่น ถือเป็นเหตุผลที่มีน้ำหนักทางการเมืองที่ยังสามารถทำได้ เพื่อไม่ให้บ้านเมืองเกิดช่องว่างทางกฎหมาย และอาจนำสู่วิกฤตต่อเนื่อง เพราะยังมีหน้าที่สำคัญที่ต้องทำอยู่ 

 

แต่เมื่อมีการโปรดเกล้าฯ กฎหมายสองฉบับนี้ลงมาแล้ว ควรที่จะรักษาประเพณีทางการเมืองที่ดีงามเพื่อให้ริเริ่มกติกาทางการเมืองใหม่ จึงควรยุบสภาเพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปภายใต้กรอบกติกาใหม่ คืนอำนาจให้ประชาชนได้ใช้อำนาจตามกติกาใหม่ในการกำหนดทิศทางประเทศ

 

นักวิชาการ ชี้ปมสง่างาม “บิ๊กตู่”ต้องยุบสภา หากกม.ลูกบังคับใช้

ส่วนข้อครหาว่าเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพลังประชารัฐนั้น ถือว่าได้ทำหน้าที่ในนามพลังประชารัฐแล้วในการเป็นนายกรัฐมนตรีมาเกือบ  4 ปี และต่างตอบแทนซึ่งกันและกันแล้วระหว่างพลังประชารัฐกับตัวนายกฯ จึงไม่มีสิ่งใดติดค้างกัน และการดำรงตำแหน่งนายกฯอีกเพียง 2 เดือนกว่าๆ ถือเป็นผลสืบเนื่องจากการเป็นนายกรัฐมนตรีเพื่อทำให้ประเทศยังเดินต่อได้จนกว่ากฎหมายลูกสองฉบับจะผ่านกระบวนการอย่างสมบูรณ์ จึงยังสามารถนั่งเป็นนายกฯต่อได้ 

 

แต่ถ้ากฎหมายลูกสองฉบับมีผลบังคับใช้แล้ว ยังนั่งเป็นนายกฯต่อ แบบนี้จะถือว่าความชอบธรรมในการดำรงตำแหน่งอยู่ต่อ จะมีปัญหาความสง่างามทางการเมือง ดังนั้นนายกฯจะรีบ set up พรรคใหม่ก็ควรเร่งมือตั้งแต่ตอนนี้ก่อนกฎหมายลูกสองฉบับจะมีผลบังคับใช้ 

 

เมื่อให้คาดการณ์บทบาทของนายกรัฐมนตรี ในพรรคการเมืองใหม่ที่จะสนับสนุนตนเองเป็นแคนดิเดตนายกฯนั้น ดร.เชษฐา บอกว่า ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ทางการเมือง ถ้านายกฯมั่นใจว่าคุมพรรครวมไทยสร้างชาติได้ ไม่ผิดพลาดแบบที่เกิดกับพลังประชารัฐที่เข้าไปควบคุมพรรคไม่ได้ นายกฯก็คงจะสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรค และนั่งตำแหน่งที่ไม่ใช่ตำแหน่งตามกฎหมาย กกต. เช่น ตำแหน่งประธานที่ปรึกษาพรรค เพื่อให้สามารถเข้ามาประชุมสั่งการในพรรคได้ แต่จะไม่เป็นหัวหน้าพรรคเพื่อป้องกันความผิดพลาดหากพรรคโดนร้องเรียนจากกรณีใดๆ จนถึงขั้นยุบพรรค ทำให้กรรมการบริหารพรรคถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง แต่เชื่อได้เลยว่านายกฯจะไม่ทำผิดซ้ำสองที่ขาลอยจากพรรคพลังประชารัฐ เป็นเพียงแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี แล้วทำอะไรในพรรคไม่ได้เลย

ส่วนจะนั่งปาร์ตี้ลิสต์เบอร์หนึ่งหรือไม่ หากนายกฯต้องการเข้าไปมีส่วนร่วมในสภาผู้แทนราษฎรอย่างเต็มตัว ซึ่งก็ควรทำ เพราะจะได้มีสถานภาพเป็น ส.ส. อย่างเป็นทางการ ทำให้เชื่อมโยงกับ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ ได้อย่างง่ายดาย นายกฯก็สมควรลงปาร์ตี้ลิสต์เบอร์หนึ่ง แต่ปัญหาคือพรรครวมไทยสร้างชาติเป็นพรรคเพิ่งเกิดใหม่ สัดส่วนคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ยังไม่เยอะพอ การลงไปนั่งปาร์ตี้ลิสต์เบอร์หนึ่งจะเป็นการเบียดบังโควต้าคนอื่นหรือไม่ แต่ข้อดีคือจะเป็นเสมือนผู้นำพรรคเบอร์หนึ่ง ใช้หาเสียงได้ง่าย เพราะชื่อปรากฏอย่างเต็มตัวในทุกที่ เป็นตัวแทนพรรคร่วมดีเบต ร่วมปราศรัยหาเสียงได้อย่างเต็มตัว