svasdssvasds
logo-pwa

เพิ่ม nation online

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด
เนชั่นทีวี

การเมือง

เปิดแผน"ประยุทธ์”ลา“ประวิตร" แค่กลศึกแยกค่าย ไม่ได้แตกหักแย่งชิง

22 พฤศจิกายน 2565
460

"จตุพร-นิติธร" เผย 2 ป. "ประยุทธ์-ประวิตร" แค่แสดงละครแยกพรรค ไม่ได้แตกหักแย่งชิงอำนาจกัน ย้ำขยายรังใหม่เปิดกว้างรับ ส.ส.ย้ายขั้ว เพื่อกลับมารวมกันคุมอำนาจต่อ

 

22 พฤศจิกายน 2565 "นายจตุพร พรหมพันธุ์" และ "นายนิติธร ล้ำเหลือ"   วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน  เฟซบุ๊กไลฟ์ ประเทศไทยต้องมาก่อน มี อรุโณทัย ศิริบุตร ดำเนินรายการ ในประเด็น"จับให้มั่น คั้นให้ตาย" โดยระบุว่า ในสถานการณ์แย่งชิงความได้เปรียบทางอำนาจการเมืองขณะนี้ ประชาชนต้องมีหลักยึดผลประโยชน์ของประเทศให้มั่น เพื่อจะไม่หลงทางไปกับกลเกมกับดักที่วางหลอกล่อไว้

 

"นายจตุพร" ยกสถานการณ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้าอำลา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่มูลนิธิป่ารอยต่อเพื่อชี้ถึงการจับหลักให้มั่น ว่า การไปพบ พล.อ.ประวิตร ของ พล.อ.ประยุทธ์ แค่ต้องการสื่อให้เห็นว่า เป็นคนไปลามาไหว้ ทั้งที่ทั้งสองคนได้ตกลงแนวทางการเมืองไว้เรียบร้อยแล้ว ว่า จะแยกสังกัดพรรคกัน โดย พล.อ.ประยุทธ์ ไปพรรคใหม่ อยู่กับพรรครวมไทยสร้างชาติ

 

“อย่าตกใจ แม้ทางการเมืองการแยกกันไม่ใช่แตกหักกัน แต่เป็นกลยุทธ์ที่จะรวม ส.ส. ให้ได้มากเพื่อกลับมาตั้งรัฐบาลใหม่ร่วมกันอีก และยังกุมอำนาจกันตามเดิมอีกครั้ง เพราะทุกอย่างของกลุ่ม 3 ป. ยังเหมือนเดิม รวมทั้งใช้กระเป๋าทุนอำนาจการเมืองใบเดียวกันอยู่ พวกนี้จึงไม่แยกจากกันแน่ แต่พวกเขารู้ว่ารวมกันก็ตาย แยกกันยังอยู่”

 

ส่วน ปชป.มี ส.ส.แยกย้ายสังกัดพรรคใหม่นั้น "นายจตุพร" กล่าวว่า ปชป.มีประเพณีทางการเมืองคือ ผู้นำพรรคเลือกตั้งแล้ว ได้ ส.ส.น้อยกว่าเดิม หัวหน้าพรรคต้องลาออก โดยในยุคล่าสุด นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ลาออกเพราะได้ ส.ส.ไม่เท่าเดิม คือ ได้เพียง 52 เสียง จากเดิม 150 กว่าเสียง ซึ่งลดลงกว่า 100 เสียง

 

พร้อม ระบุว่า ปชป.ยุคปัจจุบันกับการเลือกตั้งครั้งใหม่จะสู้เพื่อจำนวน ส.ส.เท่าเดิมคือ 52 เสียงเท่านั้น ไม่ได้สู้ให้ได้ 100 เสียง หรือเพื่อเป็นพรรคแกนนำ ดังนั้น เลขาธิพรรคจึงเดิมพันด้วยชีวิตการเมืองว่า ถ้าได้เสียงน้อยกว่าเดิมคือ 52 เสียงจะไม่เล่นการเมืองตลอดชีวิต ซึ่งการสู้เพื่อ ส.ส.เท่าเดิมจึงไม่ยากเลย

 

พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม  สมัครเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ

 

"การสู้ด้วยตัวเลข 52 เสียงในตลาดแข่งขัน ส.ส. 500 เสียง จึงเป็นการเล่นการเมืองที่ง่ายมาก ดังนั้น ผู้นำ ปชป.จึงมั่นใจ สามารถรักษาฐานเสียงจำนวน 52 เสียงเท่าเดิมไว้ได้ สิ่งนี้เป็นหลักยึดมั่นทางการเมืองของ ปชป. ซึ่งประชาชนต้องยึดหลักให้ได้ก่อน” นายจตุพร กล่าว แล้วระบุว่า เช่นเดียวกับพรรคภูมิใจไทย มีหลักการเลือกตั้งต้องได้ ส.ส.มากกว่าเดิม หรือวางเป้าไว้ถึง 120 เสียง ดังนั้น อนาคตการเมือง จึงต้องสู้กับ ปชป. ที่ต้องรักษาเสียงเดิมเอาไว้ สิ่งนี้จึงเป็นการเดิมพันในสมรภูมิ พรบ.กัญชาเพื่อแย่งชิงการได้เปรียบในเสียง ส.ส.เท่านั้น

 

"นายจตุพร" กล่าวถึงพรรคฝ่ายค้านว่า อย่าประมาทเกมอำนาจของ 3 ป. เพราะสถานการณ์เปลี่ยนไปมากในช่วง 8 ปี เนื่องจากกลุ่มทุนและการผนึกอำนาจการเมืองได้อย่างมั่นคงมากขึ้น สิ่งสำคัญ กลุ่มอำนาจ 3 ป. ยังกล้าเล่นทุกบทบาทในละครการเมือง ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์ไปพบ พล.อ.ประวิตร เป็นแค่การแสดงละครทางการเมืองให้เห็นว่า แตกแยกกันเท่านั้น แต่เป้าหมายแท้จริงได้ตกลงกันไว้ไปสร้างพลังกับพรรคการเมืองใหม่ จึงต้องกล่าวคำลา เพื่อล่อให้พรรคอื่นตายใจ

 

“ด้วยปรากฎการณ์ไปอำลา แสดงถึงไปลามาไหว้ อย่าคิดว่า 3 ป.ไม่เหลืออะไรแล้ว แต่เขายังเหลือเกมเล่นอีกมาก ทั้งเกมขายมันสำปะหลัง ขายข้าวจีทูจี เกมขุดอดีตเทาๆของนักการเมืองมาเข้ากลุ่มอำนาจ เกมกฎหมายลูกที่ศาลจะวินิฉัย ซึ่งเกมเหล่านี้ เขาพร้อมเล่นแบบเซียนการเมืองที่นักการเมืองนึกไม่ถึง เพราะ 3 ป.มีความหน้าด้าน กล้าเล่นละครตกตาได้ทุกบทบาท”

 

เปิดแผน"ประยุทธ์”ลา“ประวิตร" แค่กลศึกแยกค่าย ไม่ได้แตกหักแย่งชิง
 
ส่วนกลุ่มทรู 300 ล้านบาทบริจาคซื้อสิทธิ์ถ่ายทอดบอลโลกนั้น นายจตุพร กล่าวว่า เป็นการเอาเปรียบทั้งถ่ายทอดจำกัดคู่แข่งขันบอลโลกและระบบคุณภาพความคมชัด ซึ่งต้องการขายสมาชิกและโฆษณายังได้อีก แต่เสียค่าใช้จ่ายเพียงหนึ่งในสี่ของราคาซื้อลิขสิทธิ์ โดยได้สิทธิ์เหนือกว่า กสทช.จ่าย 600 ล้านบาท แล้วประชาชนได้รับการดูบอลโลกไม่เท่าเทียมกัน เรื่องนี้สะท้อนถึงวิธีคิดของทุนที่มุ่งเอาประโยชน์เป็นหลัก ไม่มีอะไรขาดทุน กลุ่มทรูควรแบ่งให้ประชาชนได้ประโยชน์บ้าง

 

ทางด้าน"นายนิติธร" กล่าวว่า การจับให้มั่น คั้นให้ตาย เป็นสภาพของประชาชนต้องมีหลักจับได้มั่น คือ หลักผลประโยชน์ของประชาชน แล้วการคั้นให้ตายจะเป็นไปกันเองโดยธรรมชาติ กรณีการชุมนุมของประชาชนหลังปี 2535 มีสภาพแบบไม่จับหลักให้มั่น เพราะเป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มทุน กลุ่มการเมือง ซึ่งแตกต่างจากการต่อสู้ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเริ่มจากชุมนุมปี 2516 ถึง ปี 2535 โดยหลักยึดมั่นของการชุมนุมคือ ยึดมั่นหลักผลประโยชน์ของประชาชน

 

อย่างไรก็ตาม กรณีบันทึกข้อตกลงอินโดแปซิฟิกที่ไทยลงนามร่วมกับสหรัฐนั้น นายนิติธร กล่าวว่า มีสื่อมวลชนบางสำนักพยายามออกข่าวบิดเบือน โดยโยนปัญหาไปให้กลุ่มราษฎรตกเป็นเครื่องมือของต่างชาติเพื่อปั่นป่วนทำลายแทรกแซงประเทศและสถาบัน ซึ่งแสดงถึงสื่อจับหลักไม่มั่น เพราะไม่เป็นความจริง เนื่องจากหลักสำคัญที่สื่อมวลชนสำนักนี้ไม่กล่าวถึงคือ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นคนลงนามในบันทึกข้อตกลงนี้ 

 

ดังนั้น หลักที่ต้องยึดมั่น คือ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นคนให้ต่างชาติเข้ามาแทรกแซงไทย ไม่ใช่พวกเยาวชน เด็ก หรือกลุ่มราษฎร ด้วยเหตุนี้ การจับหลักให้มั่นก็คือ อินโดแปซิฟิกทำให้ไทยเสียประโยชน์อย่างไร ใครเป็นคนลงนาม สิ่งนี้เป็นความจริงที่ต้องยึดมั่น ไม่ใช่ปัญหาของเด็กที่ร่วมกันชุมนุมทางการเมืองในขณะนี้

 

“เมื่อรัฐบาล กลุ่มทุน การเมืองร่วมมือกันคุมอำนาจไว้เบ็ดเสร็จแล้ว หลักที่ฝ่ายประชาชนต้องจับให้มั่นค่อ ความสามัคคีกันเข้าไว้ เพราะไม่มีทางอื่นที่จะให้ประชาชนได้ประโยชน์ ดังนั้น ประชาชนต้องจำสิ่งที่กลุ่มทุนทำกับประเทศไว้ แล้วจะเกิดจิตใจรักประเทศขึ้นมาเอง ซึ่งเป็นจิตใจที่ยึดหลักความสามัคคีให้มั่น”