background-defaultbackground-default
2 กลุ่มการเมืองใหญ่มาเลเซียแข่งกันจัดตั้งรัฐบาลผสม

กลุ่มพันธมิตรของอันวาร์ อิบราฮิม ผู้นำฝ่ายค้านมาเลเซีย และกลุ่มพันธมิตรของอดีตนายกรัฐมนตรีมูห์ยิดดิน ยาสซิน แข่งกันจัดตั้งรัฐบาลผสม หลังผลเลือกตั้งเมื่อวันเสาร์สูสีมากโดยไม่มีพรรคใดครองเสียงข้างมากเด็ดขาดครั้งแรกในประวัติศาสตร์

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

ผลการเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ 15 ของมาเลเซียที่จัดขึ้นเมื่อวันเสาร์ ปรากฏว่า พันธมิตร “ปากาตัน ฮาราปัน” หรือ พีเอช ของนายอันวาร์ อิบราฮิม คว้าที่นั่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้  82 ที่นั่ง และพันธมิตร “เปอริกาตันแห่งชาติ” หรือ พีเอ็น ของอดีตนายกรัฐมนตรีมูห์ยิดดิน ยาสซิน ได้ 73 ที่นั่ง  และหากฝ่ายใดสามารถจับมือกับพรรคอื่นได้จำนวนที่นั่งถึง 112 ที่นั่งจากทั้งหมด 222 ที่นั่ง ผู้นำของพันธมิตรกลุ่มดังกล่าวก็จะได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 10

   

ทั้งสองฝ่ายมีเวลาจนถึงเวลา 14.00 น. ของวันที่ 21 พ.ย. ตามเวลามาเลเซีย ที่จะประกาศจัดตั้งรัฐบาลผสม และเสนอชื่อตัวแทนที่จะชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

 

อันวาร์ อิบราฮิม ผู้นำพันธมิตร ปากาตัน ฮาราปัน

 

 

ขณะที่แนวร่วมแห่งชาติ หรือ บีเอ็น ภายใต้การนำของพรรคองค์การสหมาเลย์แห่งชาติ หรือ อัมโน ของนายกรัฐมนตรีอิสมาอิล ซาบรี ยาค็อบ ซึ่งมี 30 ที่นั่งมากเป็นอันดับ  3 ในสภา ถือเป็นตัวแปรสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาลว่าจะเลือกจับมือกับฝ่ายใด

   

นอกจากนี้มีรายงานว่า พรรคกาบุงกัน ปาร์ตี ซาราวัก หรือ จีพีเอส ตกลงจับมือกับพีเอ็น, บีเอ็น และพรรคกาบุงกัน รักยาต ซาบาห์ หรือ จีอาร์เอส เพื่อจัดตั้งรัฐบาลผสมชุดใหม่ ซึ่งจะมีที่นั่งรวมกันมากถึง 131  ที่นั่ง และสนับสนุนให้มูห์ยิดดิน ผู้นำกลุ่มพีเอ็น เป็นผู้ชิงตำแห่งนายกรัฐมนตรี

  

และมูห์ยิดดิน ประกาศแสดงความมั่นใจว่า เขาได้รับเสียงสนับสนุนมากพอจากพรรคจีพีเอส, บีเอ็น และจีอาร์เอส ทำให้สามารถจัดตั้งรัฐบาลผสม และเขาจะได้รับแต่งตั้งให้เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 10

 

มูห์ยิดดิน ยาสซิน ผู้นำพันธมิตร เปอริกาตันแห่งชาติ

 

 

การประกาศดังกล่าวทำให้เกิดข้อสงสัยว่า อันวาร์จะสามารถรวบรวมที่นั่งในสภาได้มากกว่า 112 ที่นั่งพอจัดตั้งรัฐบาลผสมตามที่เขาประกาศจริงหรือไม่ ขณะที่อาหมัด ซาฮิด ฮามิดี ประธานพรรคอัมโน และประธานพันธมิตรบีเอ็น ปฏิเสธว่า ยังไม่ได้ตกลงใด ๆ กับจีพีเอส เพื่อเข้าร่วมรัฐบาลผสมกับพีเอ็น

  

มหาธีร์ โมฮัมหมัด อดีตนายกรัฐมนตรี 2 สมัย

 

ผลเลือกตั้งครั้งนี้ยังเป็นความล้มเหลวของ มหาธีร์ โมฮัมหมัด อดีตนายกรัฐมนตรี 2 สมัย วัย 97 ปี ที่พ่ายแพ้ในเขตเลือกตั้งของตัวเองเป็นครั้งแรกในรอบ 53 ปี ก่อนหน้านี้เขาประกาศว่า พร้อมจะรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกสมัย หากได้รับความไว้วางใจ

  

ขณะที่ประชาชนแสดงความผิดหวังกับผลการเลือกตั้งที่ไม่มีพรรคใดชนะเด็ดขาด และวิตกว่า การเมืองจะไม่มีเสถียรภาพ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ที่การเติบโตชะลอตัวและเงินเฟ้อพุ่งสูง

 

2 กลุ่มการเมืองใหญ่มาเลเซียแข่งกันจัดตั้งรัฐบาลผสม

 

 

logo-pwa

เพิ่ม NationTV

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด