svasdssvasds
logo-pwa

เพิ่ม nation online

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด
เนชั่นทีวี

เศรษฐกิจ

ค่าไฟแพง! เปิด 3 สาเหตุส่งผลค่าไฟแพงต่อเนื่องถึงปีหน้า

17 พฤศจิกายน 2565
1.4 k

อดีตกรรมการ กกพ. ชี้ปีหน้าค่าไฟยังแพงต่อเนื่อง จากความไม่แน่นอนของราคาพลังงาน และการนำเข้าก๊าซLNG มาทดแทนก๊าซธรรมชาติซึ่งมีราคาสูงกว่าปกติ

นายวีระพล จิรประดิษฐกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน อดีตกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ( กกพ)  กล่าวถึงสถานการณ์ค่าไฟในช่วงที่ผ่านมาว่า  การปรับขึ้นค่าไฟมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องทั้งปัจจัยภายในและภายนอก อยู่ด้วยกัน 3  ปัจจัย ได้แก่ ปัจจัยแรกการขุดเจาะก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทย เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านผู้รับสัมปทานจาก บริษัทเดิม มาเป็นบริษัท ปตท สผ. ทำให้กำลังการผลิตลดลง ในขณะเดียวกัน แก๊สธรรมชาติจากเมียนมาก็น้อยกว่าแผนที่คาดการณ์ไว้ ทำให้ต้องนำเข้าก๊าซแอลเอ็นจี ( LNG) จากต่างประเทศเข้ามาผลิตไฟฟ้าแทนจากเดิมที่เคยนำเข้าเพียง  6 – 8% แต่ปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็นเกือบ 20%

ค่าไฟแพง! เปิด 3 สาเหตุส่งผลค่าไฟแพงต่อเนื่องถึงปีหน้า

อย่างไรก็ตามแม้รัฐบาลจะให้โรงไฟฟ้าหลายโรงหันมาใช้น้ำมันดีเซล หรือ น้ำมันเตา ผลิตไฟฟ้า แทนแก๊สธรรมชาติและก๊าซแอลเอ็นจี  เพราะราคาถูกกว่า ทำให้ควบคุมต้นทุนค่าไฟฟ้าไว้ได้ระดับหนึ่ง แต่โรงไฟฟ้าบางส่วนยังไม่สามารถใช้น้ำมันดีเซล หรือน้ำมันเตาเป็นเชื้อเพลิงได้ จึงจำเป็นต้องนำเข้าก๊าซแอลเอ็นจีมาทดแทนในปริมาณที่สูงเช่นเดิม

ปัจจัยที่สอง เกิดจากนำเข้าก๊าซแอลเอ็นจีของประเทศไทยที่เพิ่มขึ้นเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับราคาก๊าซแอลเอ็นจีในตลาดโลกปรับสูงขึ้น เนื่องจากสถานการณ์สงครามยูเครน-รัสเซีย ทำให้ราคาก๊าซแอลเอ็นจีพุ่งสูงขึ้นมาเป็น 40-50 เหรียญต่อล้านบีทียู จากเดิมที่ราคา 10เหรียญต่อล้านบีทียูเท่านั้น

และปัจจัยสุดท้ายคือ ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง  โดยเคยอ่อนค่าลงถึง 38 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ  ซึ่งค่าบาทที่อ่อนลงทุกๆ 1 บาท ทำให้ค่าไฟสูงขึ้นประมาณ 5-6 สตางค์ต่อหน่วย

“  ในปีหน้าคิดว่ายังเป็นช่วงขาขึ้นของราคาค่าไฟ  เพราะราคาก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยจะอิงกับราคาน้ำมันเตาย้อนหลังประมาณ 1 ปี  ฉะนั้นราคาก๊าซต้นปีหน้าจะสูงกว่าต้นปีนี้ ขณะที่ราคาซื้อขายก๊าซแอลเอ็นจีล่วงหน้าในปีหน้าก็มีโอกาสปรับขึ้นได้อีก” นายวีระพล กล่าว