svasdssvasds
logo-pwa

เพิ่ม nation online

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด
เนชั่นทีวี

การเมือง

"ไทยสร้างไทย"ประกาศเป็นรัฐบาลเดินหน้าบำนาญประชาชน

16 พฤศจิกายน 2565

"ไทยสร้างไทย" จัด workshop ว่าที่ผู้สมัครส.ส.ภาคอีสาน เป็นวันที่ 2 แย้มมีเสียงตอบรับนโยบายบำนาญประชาชน คาดมีสมาชิกเครือข่ายทะลุ 1,100,000 คน ตั้งเป้า  5 ล้านคน ก่อนเลือกตั้ง

16 พฤศจิกายน 2565 พรรคไทยสร้างไทย ได้จัดสัมนาและทำ Workshop ในหัวข้อ "เส้นทางสู่ชัยชนะ" เพื่อติวเข้มผู้สมัครจากทุกภาคทั่วประเทศ และเตรียมความพร้อมสู่การเลือกตั้งตลอดทั้งสัปดาห์ โดยวันนี้ (16พ.ย.) เป็นในส่วนของผู้สมัครจากภาคอีสาน ต่อเนื่องเป็นวันที่สอง ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก 

 

"ไทยสร้างไทย"ประกาศเป็นรัฐบาลเดินหน้าบำนาญประชาชน

 

ขณะที่ ผู้บริหารพรรค นำโดย "ดร.โภคิน พลกุล" ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนประเทศ "น.ต.ศิธา ทิวารี" เลขาธิการพรรค นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจ "นายอุดมเดช รัตนเสถียร" ประธานคณะกรรมการคัดสรรผู้สมัคร นายประวัฒน์ อุตตะโมต และ นายต่อพงษ์ ไชยสาส์น รองประธานกรรมการคัดสรรผู้สมัคร เข้าร่วมการ workshop อย่างพร้อมเพรียง

โดย "คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์" หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ร่วมการประชุมผ่านระบบซูม เนื่องจากยังรักษาตัว ด้วยอาการป่วยจากโควิด โดยได้มอบแนวทางและภารกิจแก่ผู้สมัครในภาคอีสาน โดยเฉพาะการสร้างเครือข่ายบำนาญประชาชน ซึ่งพรรคไทยสร้างไทย ได้ส่งร่างกฎหมายให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรแล้ว แม้จะยังไม่มีส.ส. ในสภาแม้แต่คนเดียว แต่พรรคไทยสร้างไทยขอผลักดันนโยบายบำนาญประชาชนของพรรคอย่างเต็มที่ตั้งแต่วันนี้

 

"ถ้าไทยสร้างไทยได้เป็นรัฐบาล จะทำนโยบายบำนาญประชาชนทันที ซึ่งประชาชนให้ความสนใจ ร่วมลงชื่อเป็นเครือข่ายบำนาญประชาชนกับพรรคไทยสร้างไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งขณะนี้มีผู้ให้ความสนใจสมัครเป็นเครือข่ายบำนาญประชาชนแล้วกว่า 1,100,000 คน โดยพรรค มีเป้าหมายในการสร้างเครือข่ายให้ได้ 5 ล้าน คนก่อนการเลือกตั้ง" คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าว   

อย่างไรก็ตาม ขณะที่ผู้สมัครลุกขึ้นอภิปรายในทิศทางเดียวกันว่า ประชาชนให้การตอบรับเป็นเครือข่ายบำนาญประชาชนดีมาก พร้อมสมัครสมาชิกเครือข่ายบำนาญประชาชนกันอย่างต่อเนื่องทุกพื้นที่ เพื่อสนับสนุนร่างกฎหมายให้เป็นรูปธรรม เพราะนโยบายดังกล่าวถูกใจประชาชน และสร้างขึ้นเพื่อรองรับสังคมผู้สูงวัยจะทำให้ผู้สูงวัยสามารถอยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรี 

 

สำหรับนโยบายดังกล่าว จะสร้างประโยชน์ถึง 4 ด้าน ประกอบด้วย  

 

1.ผู้สูงอายุที่มีรายได้ไม่เพียงพอต่อการยังชีพสามารถดำรงชีพได้อย่างมีศักดิ์ศรี 

 

2.เป็นการลดภาระคนหนุ่มคนสาวที่ต้องทำงานเลี้ยงดูพ่อแม่ ให้คนวัยทำงานสามารถตั้งตัวได้

 

3.ผู้สูงอายุ ต้องไปเข้าโปรแกรมสร้างสุขภาพให้แข็งแรงที่ศูนย์สุขภาพที่รัฐจัดหาให้ใกล้บ้าน โดยตั้งเป้าลด 3 โรคสำคัญ ประกอบไปด้วยโรคความดันสูง โรคไขมันอุดตัน และโรคเบาหวาน 

 

4.นโยบายบำนาญประชาชน 3,000 บาท จะเป็นกำลังซื้อมหาศาลที่จะทำให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัว และหมุนเวียนในชุมชน จากการที่ผู้สูงวัยนำเงินไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ส่งผลทำให้เศรษฐกิจในภาพรวมดีขึ้นด้วย 

 

ขณะที่ นายอุดมเดช มั่นใจว่าก่อนถึงวันเลือกตั้ง พรรคไทยสร้างไทยจะสร้างเครือข่ายบำนาญประชาชนได้ถึง 5 ล้านคน ได้อย่างแน่นอน