svasdssvasds
logo-pwa

เพิ่ม nation online

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด
เนชั่นทีวี

สังคม

จับตา ภัยร้าย "มะเร็งปอด" อย่าประมาท ไม่สูบบุหรี่ก็ป่วยได้

12 พฤศจิกายน 2565
1.9 k

กรมการแพทย์ เผยสัญญาณเตือน "อาการมะเร็งปอด" ไอเรื้อรังเกิน 1 เดือน ควรรีบพบแพทย์ พร้อมเปิดปัจจัยเสี่ยงการเกิดโรค อน่าชะล่าใจ คนที่ไม่สูบบุหรี่ก็ป่วยเป็นมะเร็งชนิดนี้ได้

จากกรณี นพ.กฤตไท ธนสมบัติกุล อายุ 28 ปี ได้ออกมาเล่าเรื่องการป่วยเป็น ‘มะเร็งปอด ระยะลุกลาม’ ผ่านเฟซบุ๊ก สู้ดิวะ หลังเพิ่งบรรจุเป็นอาจารย์แพทย์ ได้เพียง 2 เดือน


หมอป่วยมะเร็งปอด ทั้งที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เล่นกีฬา กินคลีน ไม่สูบบุหรี่ ดื่มน้อยมาก ทำงานไม่เครียด นอนเป็นเวลา ไม่มีเค้าลางมาก่อน

 

จากกรณีนี้แสดงชัดเจนแม้ไม่สูบบุหรี่ ก็สามารถป่วยเป็นมะเร็งปอดได้

 

 

นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า มะเร็งปอดเป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดทั่วโลก สำหรับประเทศไทยโรคมะเร็งปอดถือเป็น 1 ใน 5 ของมะเร็งที่พบบ่อย ซึ่งในจำนวนนี้มีผู้เสียชีวิตประมาณ 14,586 คน หรือคิดเป็น 40 คนต่อวัน

ขณะที่นพ.สกานต์ บุนนาค ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวว่า ผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งปอดระยะแรกมักจะไม่มีอาการ แต่เมื่อโรคดำเนินไปมากขึ้นก็จะมีอาการมะเร็งปอด แต่ก็มักไม่จำเพาะจึงอาจทำให้เกิดการวินิจฉัยที่ล่าช้ามีผลต่อระยะของโรคที่ลุกลามหรือแพร่กระจายไปมาก ส่งผลให้การรักษาได้ผลไม่ดีเท่าที่ควรและมีโอกาสการรักษาหายจากโรคน้อย

จับตา ภัยร้าย "มะเร็งปอด" อย่าประมาท ไม่สูบบุหรี่ก็ป่วยได้

ผู้หญิงหรือผู้ชาย เพศไหนเสียงมะเร็งปอดมากกว่ากัน

จากสถิติของกรมการแพทย์ พบว่ามะเร็งปอด จะพบมากเป็นอันดับ 2 ในเพศชาย และอันดับ 5 ในเพศหญิง
จับตา ภัยร้าย "มะเร็งปอด" อย่าประมาท ไม่สูบบุหรี่ก็ป่วยได้

ในแต่ละปีจะมีผู้ป่วยรายใหม่ประมาณ 17,222 คน เป็นเพศชาย 10,766 คน และเพศหญิง 6,456 คน ซึ่งในจำนวนนี้มีผู้เสียชีวิตประมาณ 14,586 คน หรือคิดเป็น 40 คนต่อวัน
ปัจจัยเสี่ยงโรคมะเร็งปอด 

 

ปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคมะเร็งปอด ไม่ใช่แค่การสูบบุหรี่เพียงปัจจัยเดียว แต่คนไม่สูบบุหรี่ ก็มีอาการมะเร็งปอดได้ ซึ่งปัจจัยที่เสี่ยงต่อโรค มีหลายปัจจัย ดังนี้

 

 

การสูบบุหรี่ 
 

การได้รับควันบุหรี่มือสอง 
 

การสัมผัสสารก่อมะเร็ง อาทิ ก๊าซเรดอน แร่ใยหิน รังสี ควันธูป
 

ควันจากท่อไอเสีย 
 

มลภาวะทางอากาศ โดยเฉพาะฝุ่น PM 2.5 เป็นต้น


ศ.นพ.มานพ พิทักษ์ภากร หัวหน้าศูนย์วิจัยเป็นเลิศด้านการแพทย์แม่นยำ คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล แสดง ระบุ อยากให้อ่านเรื่องของเพจ “สู้ดิวะ”  เขียนโดยอาจารย์หมอเชียงใหม่วัย 28 ปี นักกีฬา ไม่สูบบุหรี่ เพิ่งทำงานได้ 2 เดือน พบว่าเป็นมะเร็งปอดระยะสุดท้าย กระจายไปที่สมองแล้ว ทุกคนมีเวลาจำกัดมากน้อยต่างกัน ใช้ชีวิตที่มีอยู่ให้คุ้มค่า มีคุณค่ามีความหมาย

 

เน้นไว้ตรงนี้อีกที PM 2.5 คือสาเหตุสำคัญหนึ่งของมะเร็งปอดในคนไม่สูบบุหรี่ ฤดูนี้เปิดเครื่องฟอกไปรัว ๆ กดให้ต่ำกว่า 10 ยิ่งต่ำกว่า 5 ยิ่งดี อย่าใช้ปอดเราเป็นไส้กรองอากาศ

 

สัญญาณเตือนอาการ "มะเร็งปอด"

 

ไอเรื้อรังติดต่อกันมากกว่า 1 เดือน
 

ไอเป็นเลือดหรือมีเสมหะปนเลือด
 

เจ็บแน่นหน้าอก
 

หายใจลำบาก   
 

น้ำหนักลด
 

เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย
 

เบื่ออาหาร
 

บางรายอาจมีไข้ต่ำ ๆ
 

มีปอดติดเชื้อซ้ำซาก
 

อาการเหล่านี้แม้ไม่ได้เป็นอาการที่เฉพาะเจาะจงกับมะเร็งปอดอาจพบในโรคอื่นได้ เช่น วัณโรคปอด หากมีอาการสงสัยต้องทำการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม การวินิจฉัย ทำโดยการถ่ายภาพรังสีปอด (X-ray หรือ CT scan) ร่วมกับการตรวจหาเซลมะเร็ง

 

เช่นการตรวจจากเสมหะ หรือการตัดชิ้นเนื้อจากปอดมาตรวจ เมื่อพบว่าเป็นมะเร็งปอดแน่นอนแล้วแพทย์จะเป็นผู้ให้ข้อมูลเพื่อให้ผู้ป่วยและญาติร่วมตัดสินใจ โดยพิจารณาจากชนิดของมะเร็ง ระยะโรคและการลุกลาม ความแข็งแรงของผู้ป่วยเป็นหลัก

 //

การรักษามะเร็งปอด

 

การผ่าตัด 
 

การให้ยาเคมีบำบัด 
 

การฉายรังสี 

ทั้งนี้การรักษามะเร็งปอด แพทย์จะพิจารณาจากระยะของโรค ตำแหน่งของก้อนมะเร็ง และการกระจายของโรค รวมถึงสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย

 

ปัจจุบันการคัดกรองมะเร็งปอดในกลุ่มที่มีปัจจัยเสี่ยงที่ดีที่สุดคือการทำเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ปอด แต่เนื่องด้วยมีค่าใช้จ่ายที่สูงจึงทำให้ประชาชนส่วนใหญ่เข้าได้ไม่ถึง 

 

ดังนั้นจึงแนะนำให้ผู้มีความเสี่ยงสูงในการเกิดมะเร็งปอดเข้ารับการตรวจคัดกรองโดยการเอกซเรย์ปอดเป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นข้อมูลเปรียบเทียบในแต่ละปีว่ามีการเปลี่ยนแปลงที่น่าสงสัยจะเป็นมะเร็งปอดหรือไม่
 

 

แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่สำคัญที่สุด คือ ควรหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่จะนำไปสู่โรคมะเร็งปอด  เช่น งดสูบบุหรี่ ป้องกันตัวจากการสัมผัสแร่ใยหิน หรือ มลภาวะ

 

หลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูง รับประทานผักผลไม้ให้มากขึ้น ออกกำลังกายสม่ำเสมอและพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกาย และ รีบมาพบแพทย์เมื่อมีอาการผิดปกติจึงเป็นสิ่งสำคัญ