background-defaultbackground-default
14 ก.ย."บิ๊กตู่"อาจไปไม่กลับ...หรือหลับฝันดี 

คดี 8 ปีของนายกฯ "บิ๊กตู่" ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึง และวิพากษ์วิจารณ์กันอีกครั้ง เพราะวันนี้จะมีการประชุมนัดสำคัญของคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ​ เพื่อวินิจฉัยเกี่ยวกับประเด็นคุณสมบัติ

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

14 ก.ย. เป็นวันที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดไว้เดิมอยู่แล้ว เพื่อพิจารณาคดีคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรีของ "นิพนธ์ บุญญามณี" อดีต รมช.มหาดไทย แต่"นิพนธ์" ก็แสดงสปิริตลาออกไปก่อนแล้ว เนื่องจากไม่อยากใช้ตำแหน่งที่มีเข้าต่อสู้ ทำให้ศาลจึงสั่งจำหน่ายคดี 

 

ทำให้ 14 ก.ย. จึงเป็นวันหารือเรื่องหลักๆ คือ คดีระยะเวลาการดำรงตำแหน่งนายกฯของ "พล.อ.ประยุทธ์" ครบ 8 ปี ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 158 วรรค 4 แล้วหรือไม่ เพียงเรื่องเดียว 

 

14 ก.ย. จึงกลายเป็นวันที่เกิดกระแสลือกันว่า ศาลอาจอ่านคำวินิจฉัยคดี 8 ปีให้จบกันไปเลยวันนี้ 

 

เหตุผลสนับสนุน คือ 

 

1.การประชุมนัดพิเศษ 8 ก.ย. ศาลเห็นควรให้สำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ส่งเอกสารบันทึกการประชุม กรธ.ครั้งที่ 501 ภายในวันที่ 13 ก.ย. แต่ปรากฏว่าเลขาธิการสภาฯ ฟิตจัด ส่งเอกสารให้ศาลทันทีในวันที่ 9 ก.ย. ทำให้จนถึงขณะนี้ ศาลได้เอกสารหลักฐาน และคำชี้แจงครบหมดแล้วตามที่ขอ 

 

-เหตุผลของฝ่ายผู้ร้อง (ฝ่ายค้าน) มีทั้งคำร้องเดิม และข้อมูลที่ส่งเพิ่ม 

 

-คำชี้แจง/คำให้การ ของฝ่ายผู้ถูกร้อง คือ พล.อ.ประยุทธ์ ส่งเรียบร้อย ยืนยันระยะเวลา 8 ปี ไม่ได้เริ่มนับปี 57 และการดำรงตำแหน่ง 8 ปีตามข้อเท็จจริง ไม่ได้สร้างความเสียหายใดๆ จึงไม่ขัดเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ มาตรา 158 วรรค 4 

 

-คำชี้แจง/คำให้การ ของพยาน คือ "มีชัย ฤชุพันธุ์" อดีตประธาน กรธ. และ "ปกรณ์ นิลประพันธ์" อดีตเลขานุการ กรธ. และเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา (คนปัจจุบัน)

 

-เอกสารบันทึกการประชุม กรธ.ฉบับที่ 501 ที่สำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ส่งเพิ่มเติมตามที่ศาลขอ หลังจากมีเอกสารบันทึกการประชุมหลุดในโซเชียลฯ ซึ่งสาระสำคัญสวนทางกับคำชี้แจงของอดีตประธาน กรธ.

 

(การประชุม กรธ.ครั้งที่ 500 ไม่ใช่การประชุมครั้งสุดท้าย / บันทึกการประชุมฉบับ 501 รับรองฉบับ 500 แต่ อ.มีชัย อ้างว่าฉบับ 500 เจ้าหน้าที่จดเนื้อหาผิดพลาด คลาดเคลื่อน อ้างอิงไม่ได้ เพราะไม่มีการรับรอง)

2.เมื่อศาลได้เอกสารครบหมดแล้ว และส่งให้ตุลาการแต่ละคนพิจารณาแล้ว วันที่ 14 ก.ย.ก็น่าจะวินิจฉัยได้ 

 

3.คดีนี้ส่งผลต่อความเชื่อมั่นทางการเมือง การบริหารราชการแผ่นดิน และภาพลักษณ์ประเทศ เนื่องจากนายกฯตัวจริง ถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่อยู่ จึงควรรีบตัดสิน เพื่อให้เกิดความชัดเจนทางการเมืองโดยเร็ว 

 

4.คดีไม่ได้มีอะไรซับซ้อน เป็นประเด็นข้อกฎหมายเป็นหลัก เนื่องจากประเด็นข้อเท็จจริง ชัดเจนไม่ต้องตีความว่า พล.อ.ประยุทธ์ นั่งนายกฯ มา 8 ปี ปัญหามีเพียงอย่างเดียว คือ ข้อกฎหมาย มาตรา 158 วรรค 4 ระยะเวลา 8 ปี เริ่มนับจากตรงไหน จากการดำรงตำแหน่งนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญปี 60 เท่านั้น หรือนับรวมกับการดำรงตำแหน่งนายกฯก่อนทีรัฐธรรมนูญปี 60 จะบังคับใช้ด้วย 

 

เมื่อคดีไม่ซับซ้อน ก็ควรจะตัดสินได้แล้ว จะได้หยุดความสับสนทั้งมวล 

 

แต่ก็มีกูรูอีกหลายคน อธิบายว่า วันที่ 14 ก.ย. ยังไม่ใช่ "วันพิพากษา" หรือ Judgement Day เนื่องจาก

 

1.การประชุมนัดพิเศษวันที่ 8 ก.ย. ศาลเรียกหลักฐานเพิ่ม คือ บันทึกการประชุม กรธ.ครั้งที่ 501 จากนั้นนัดวันที่ 14 ก.ย. น่าจะเพื่อสรุปหลักฐาน และคำชี้แจงทั้งหมดว่าครบถ้วนเพียงพอที่จะวินิจฉัยหรือยัง

 

2.กระบวนการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ 

 

-ประชุมหารือเพื่อสรุปว่าพยานหลักฐานเพียงพอวินิจฉัยได้แล้ว ก็จะกำหนดวันวินิจฉัย 

 

-บางคดีมีการสั่งให้ผู้ร้อง และผู้ถูกร้อง แถลงปิดคดีก่อน 

 

-หลังจากประชุมหารือนัดสุดท้าย จะให้ตุลาการไปเขียนคำวินิจฉัยส่วนตน แล้วกลับมาลงมติในวันที่นัดวินิจฉัย

 

-ศาลจะนัดประชุมเช้า เพื่อลงมติ 

 

-ตุลาการแต่ละคนจะนำคำวินิจฉัยส่วนตนของตัวเองมา 

 

-ประธานนั่งหัวโต๊ะ เริ่มถามมติ พร้อมเหตุผล เรียงไปจนครบ 8 คน และประธานเป็นคนสุดท้าย

 

-สรุปมติ 

 

-หารือเลือกคำวินิจฉัยส่วนตนของฝ่ายเสียงข้างมาก มาทำ “คำวินิจฉัยกลาง” เบื้องต้น เพื่ออ่านคำวินิจฉัยในช่วงบ่าย

 

-จากนั้นเผยแพร่คำวินิจฉัยกลาง และทยอยเผยแพร่คำวินิจฉัยส่วนตน 

 

3.จากกระบวนการวินิจฉัย "ผู้รู้นอกศาล" บอกว่า การประชุมหารือนัดสุดท้าย ที่สรุปว่าพยานหลักฐานครบถ้วนเพียงพอที่จะวินิจฉัยได้แล้วนั้น จะต้องนัดวินิจฉัยหลังจากนั้น 15 วัน 

 

หากเป็นไปตามสูตรนี้ ศาลจะนัดวินิจฉัยปม 8 ปีนายกฯประยุทธ์ ราวๆ วันที่ 29-30 ก.ย. ตามที่ "ข่าวข้นคนข่าว" เคยเสนอข่าวไป

 

แต่จากการตรวจสอบพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ​ พ.ศ.2551 มาตรา 58 ไม่ได้กำหนดเวลาว่า หลังประชุมครั้งสุดท้ายแล้วต้องเว้นระยะเวลากี่วัน จึงจะวินิจฉัย

 

กฎหมายเขียนไว้ว่า "หากศาลเห็นว่าคดีใดเป็นปัญหาข้อกฎหมาย หรือมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้ ศาลอาจประชุมปรึกษาเพื่อพิจารณาและวินิจฉัย โดยไม่ทำการไต่สวนหรือยุติการไต่สวนก็ได้" 

 

สรุปคือ 14 ก.ย. ยังเป็นไปได้ทั้งวันพิพากษาและยังไม่พิพากษา ต้องรอลุ้นกัน 

 

ถ้าศาลอ่านคำวินิจฉัย "บิ๊กตู่" อาจไปไม่กลับ หรืออาจจะหลับฝันดี เตรียมมาทำงานที่ทำเนียบรัฐบาลในวันที่ 15 ก.ย. 

 

แต่ถ้าศาลยังไม่วินิจฉัย ก็ยังมีเวลานอนหลับฝันไปพลางๆ ก่อน

logo-pwa

เพิ่ม NationTV

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด