พิธีราชาภิเษกสมรส
เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2493 ในหลวง รัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินกลับประเทศไทย โปรดเกล้าฯ ให้ตั้งการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ระหว่างวันที่ 28-30 มีนาคม 2493
และต่อมาเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2493 ทรงประกอบพิธีราชาภิเษกสมรส กับ หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร ที่วังสระปทุม โดยสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า พระราชทานหลั่งน้ำพระมหาสังข์ ทรงจดทะเบียนสมรสตามกฎหมายเช่นเดียวกับประชาชน และได้ทรงสถาปนาหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ ขึ้นเป็น สมเด็จพระราชินีสิริกิติ์
ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
เมื่อ พ.ศ. 2499 ในหลวง รัชกาลที่ 9 มีพระราชประสงค์จะทรงผนวชเป็นพระภิกษุระหว่างวันที่ 22 ตุลาคม ถึง 5 พฤศจิกายน เป็นระยะเวลา 15 วัน จึงต้องมีการแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
ดังนั้น พระองค์ทรงพระราชดำริว่าสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี เป็นผู้ทรงพระปรีชาสามารถในอันที่จะรับพระราชภารกิจในคราวนี้ได้ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในระหว่างที่ทรงผนวช
และได้ปฏิบัติพระราชภารกิจแทนพระองค์ด้วยพระปรีชาสามารถ สนองพระราชประสงค์เป็นที่เรียบร้อย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เฉลิมพระอภิไธยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีว่า "สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ"
นับว่า ทรงเป็นสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระองค์ที่ 2 ในประเทศไทย โดยพระองค์แรก คือสมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระบรมราชินีนาถ (ภายหลังได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง)
ทรงเคียงข้างเยือนอเมริกา
ปี พ.ศ.2503 ช่วงที่ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงเยือนอเมริกาและประเทศต่างๆ ในยุโรปอย่างเป็นทางการ เพื่อเจริญสัมพันธไมตรีระหว่างประเทศ เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของประเทศไทย เพื่อยืนยันสถานะ ทำให้ชาวโลกรู้ว่า ประเทศไทยเดินตามแนวทางประชาธิปไตย มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขของชาติ
การเสด็จพระราชดำเนินเยือนอเมริกาและยุโรปครั้งนั้น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ตามเสด็จด้วย และมีพระราชประสงค์ทรงฉลองพระองค์แบบสากล ตัดเย็บด้วยผ้าไหมไทย โดยให้นายปิแอร์ บัลแมง นักออกแบบชาวฝรั่งเศสที่มีประสบการณ์ในการออกแบบฉลองพระองค์ถวายให้กับพระราชวงศ์ยุโรป เป็นผู้ดูแลการตัดเย็บฉลองพระองค์ทั้งหมดถือเป็นพระราชกุศโลบายในการส่งเสริมผ้าไทยให้เป็นที่รู้จักทั่วโลก
ฉลองพระองค์ในครั้งนั้น ออกแบบโดยการผสมผสานความงามแบบตะวันออกกับแฟชั่นตะวันตก เคยเปิดให้ประชาชนชมในพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ หอรัษฎากรพิพัฒน์ ในพระบรมมหาราชวัง ถนนหน้าพระลาน นานกว่า 10 ปี
มีทั้งฉลองพระองค์ทรงงาน ฉลองพระองค์ชุดราตรีสั้น ฉลองพระองค์ชุดราตรียาว ตลอดจนพระมาลา ฉลองพระบาท และกระเป๋าเดินทางที่สั่งทำพิเศษ
พร้อมทั้ง ภาพร่างแบบฉลองพระองค์จากห้องเสื้อบัลแมง และผ้าตัวอย่างการปักประดับจากสถาบันปักเลอซาจ
มีการบันทึกไว้ว่า ในหลวง รัชกาลที่ 9 โปรดเกล้าฯ ให้ใช้พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ในการจัดเตรียมฉลองพระองค์ทั้งหมด และครั้งนั้นนายบัลแมง เลือกให้สถาบันปักเลอซาจรับผิดชอบด้านการปักฉลองพระองค์ และรับผิดชอบในการดูแลเครื่องแต่งพระองค์อื่นๆ ด้วย มีการสั่งทำกระเป๋าเดินทางจากหลุยส์ วิตตอง สำหรับเชิญฉลองพระองค์ รวมถึงเลือกให้เรอเน มันชินี ดูแลฉลองพระบาท ในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศครั้งนั้น
อ้างอิง : เว็บไซต์เครือข่ายกาญจนาภิเษก และพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
ขอขอบคุณภาพส่วนหนึ่ง : จาก gettyimages.com
เครดิตบทความจาก กรุงเทพธุรกิจออนไลน์