svasdssvasds
เนชั่นทีวี

การเมือง

"อนุทิน"รับสนิท"พุทธิพงษ์"ตั้งแต่รุ่นแม่หวังให้มาร่วมภท.โกยพื้นที่กทม.

08 สิงหาคม 2565
เกาะติดข่าวสาร >> NationTV
logoline

 "อนุทิน" ย้ำยังเป็นลูกน้อง "บิ๊กตู่" ไม่คิดตั้งตนเป็นนายกรัฐมนตรี เชื่อเป็นแค่หาเสียงทุกพรรคต้องทำเต็มที่ รับสนิท"พุทธิพงษ์"มาตั้งแต่รุ่นแม่ หวังเข้ารวมภูมิใจไทยชิงพื้นที่ กทม.

8 สิงหาคม 2565 นายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่ประกาศพร้อมเป็นนายกรัฐมนตรี ต้องมีเงื่อนไขอย่างไร โดยนายอนุทิน กล่าวว่า ประชาชนส่วนใหญ่ต้องเลือกพรรคภูมิใจไทย เวลาหาเสียงก็ต้องหาเสียงอย่างเต็มที่ และเชื่อว่า ประเด็นนี้จะไม่ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่พอใจ เพราะตนไม่ได้หมายความว่า จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีในตอนนี้

 

"เมื่อเช้าผมก็ได้พบเจอกับพล.อ.ประยุทธ์ แต่ไม่ได้พูดคุยถึงประเด็นนี้ เป็นการพูดคุยในประเด็นการทำงานทั่วไป อีกทั้ง แต่ละพรรคการเมือง ก็ลงพื้นที่หาเสียงเหมือนกัน ยกตัวอย่างวานนี้ มี 3 พรรคการเมืองลงพื้นที่พบประชาชน เพราะทุกพรรคต้องแสดงความพร้อม และขอรอให้ถึงช่วงเลือกตั้งก่อนจึง จะสามารถรู้ได้ว่าพรรคภูมิใจไทยจะได้เสียง ส.ส. กี่เสียง และทุกอย่างจะชัดเจนช่วงเย็นของวันเลือกตั้ง ว่าจะได้เป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน" นายอนุทิน กล่าว  

 

เมื่อถามว่า พรรคภูมิใจไทยดูเหมือนว่าเนื้อหอมที่สุดในบรรดาพรรคการเมืองทุกพรรค นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกพรรคก็เนื้อหอมหมด เห็นพรรคพลังประชารัฐก็ไปเปิดตัวที่ จ.หนองคาย พรรคเพื่อไทยก็ไปที่ จ.เชียงราย พรรคก้าวไกลลุยพื้นที่กรุงเทพ ส่วนพรรคภูมิใจไทยก็ไป จ.ลพบุรี ทำไมทัวร์ต้องมาลงพรรคภูมิใจไทยเพียงคนเดียว ส่วนที่คนมีชื่อเสียงไหลเข้าพรรคเป็นส่วนใหญ่ ถือเป็นแนวโน้มที่ดีสำหรับพรรคภูมิใจไทย  

 

ส่วนกระแสข่าวที่ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ อดีต รมว.ดีอีเอส จะมาร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทยนั้น ซึ่งตนกับนายพุฒิพงษ์ เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่รุ่นคุณแม่ การหารือกันจึงเป็นเรื่องปกติ ดังนั้น หากมีความเป็นไปได้ที่จะร่วมงานกัน ก็ถือเป็นโอกาสที่ดี เพราะนายพุฒิพงษ์ ก็เป็นคนที่เข้าใจพื้นที่กรุงเทพ แต่พรรคภูมิใจไทยอ่อนในพื้นที่นี้ ซึ่งตอนนี้ยังคงอยู่ในกระบวนการหารือกัน 

นอกจากนี้ ร่วมเรื่องตระกูลสะสมทรัพย์ ของ จ.นครปฐม ส่วนตัวไม่ทราบว่าข่าวมาจากไหน ยังไม่มีอะไร แต่ก็ยอมรับว่า มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมานานแล้ว  

 

สำหรับพรรคการเมืองลงพื้นที่ถี่ยิบนั้น มองว่าไม่ได้เกี่ยวกับกระแส 8 ปี ของ พล.อ.ประยุทธ์ แต่สภาชุดนี้จะหมดวาระในวันที่ 21 มี.ค. 2566 ดังนั้น ก็เหลือเวลาประมาณ 9 เดือน จึงเป็นเรื่องปกติที่พรรคการเมืองจะต้องเตรียมการในการเลือกตั้ง 

 

เมื่อถามว่า หากมีกระแสต่อต้าน พล.อ.ประยุทธ์ มากขึ้น จะพร้อมเป็นนายกรัฐมนตรีแทนหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่เกิดเหตุการณ์นั้นขึ้น วันนี้ (8ส.ค.) รัฐบาลชุดนี้ ทำงานอย่างเต็มที่ ทุกคนทำงานหามรุ่งหามค่ำ และยังมีภาระที่จะต้องทำงานต่อไป 

 

"อยู่ที่นี่ผมก็ต้องเป็นลูกน้องของพล.อ.ประยุทธ์ อยู่ที่สภาก็เป็นลูกน้องประชาชน ก็ต้องใช้บทบาทแต่ละบทบาทให้ถูกต้อง อยู่ในคณะรัฐมนตรี จะมาเล่นการเมืองก็ไม่ได้ เพราะต้องทำงานเพื่อบ้านเมือง" นายอนุทิน กล่าว

logoline