พล.ต.อ.สุวัฒน์ จัดพิธีมอบ 14 รางวัลโรงพักเป็นเลิศ ตามโครงการ Smart Safety Zone 4.0 นำนวัตกรรม ยกระดับงานป้องกันอาชญากรรม สร้างความปลอดภัย เล็งขยายโครงการฯ ให้ครอบคลุม 1,484 โรงพักทั่วประเทศ หลังประชาชนให้ความความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้น

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

วันที่ 6 สิงหาคม 2565  เวลา 17.00 น. ที่สน.ลุมพินี พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ( ผบ.ตร. ) เป็นประธานมอบรางวัลสถานีชนะเลิศตามโครงการสมาร์ทเซฟตี้โซน 4.0 (Smart Safety Zone 4.0) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 โดย นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.อ.ธิติชัย เทียนทอง รองเสนาธิการทหารสูงสุด, ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผบช.น. และเครือข่ายภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน เข้าร่วมงาน

 

สำหรับสถานีชนะเลิศตามโครงการสมาร์ทเซฟตี้โซน 4.0 (Smart Safety Zone 4.0) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ประกอบด้วย

รางวัลกองบัญชาการ(บช.)ทรงคุณค่า ได้แก่ ตำรวจภูธรภาค 8 (ภ.8)

รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ สภ.เมืองสุโขทัย

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ สภ.เบตง

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ สภ.เมืองอุดรธานี

รางวัลชมเชย 7 รางวัล ได้แก่ สภ.เมืองเชียงใหม่, สภ.เมืองสมุทรสาคร, สภ.กระสัง, สภ.เขาหลัก, สภ.เมืองแพร่, สภ.เมืองชลบุรี และ สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี

และรางวัลเครือข่ายภาคีประชาชนทรงคุณค่า 3 รางวัล ได้แก่ ภาคีเครือข่ายประชาชน สภ.เมืองอุดรธานี, ภาคีเครือข่ายประชาชน สภ.เมืองสมุทรปราการ และภาคีเครือข่ายประชาชน สภ.เมืองแพร่

พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวอีกว่า การมอบรางวัลครั้งนี้  สืบเนื่องจาก รัฐบาล มีนโยบายในการใช้นวัตกรรมมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้สอดรับกับบริบททางสังคมที่เปลี่ยนแปลง และเพื่อยกระดับการให้บริการตอบสนองความต้องการของประชาชน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) จึงริเริ่มปฏิรูประบบการทำงานให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ในรูปแบบ โครงการ Smart Safety Zone 4.0 เพื่อยกระดับการป้องกันอาชญากรรม สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้แก่ประชาชน

 

ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  มอบหมายให้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. ดำเนินโครงการฯ  ตั้งแต่ กรกฎาคม - กันยายน 2564 ในพื้นที่ 15 สถานีตำรวจนำร่องทั่วประเทศ  พร้อมการวัดผลที่เป็นสากลผ่านตัวชี้วัดตำรวจโลก (WISPI : World Internal Security & Police Index)  ก่อนจะขยายพื้นที่สู่ 100 สถานีตำรวจทั่วประเทศในระยะที่ 2 ตั้งแต่ พฤศจิกายน 2564 ถึงปัจจุบัน โดยผลการประเมินของสถานีตำรวจทั้ง 100 สถานีนั้น ออกมาเป็นที่น่าพอใจ ส่งผลให้ ตำรวจไทยได้รับรางวับจากเวทีประชุมสุดยอดตำรวจโลก หรือ World Police Summit ประเภทการป้องกันอาชญากรรม ด้านการปฏิบัติการชุมชนสัมพันธ์ยอดเยี่ยม ที่เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรต เมื่อมีนาคม ที่ผ่านมา

ขณะเดียว ข้อเสนอแนะจากประชาชนนั้น ได้นำมาเป็นแนวทางการพัฒนาการทำงานให้ตรงกับสภาพปัญหา และความต้องการของประชาชน โดยมีองค์ประกอบที่สำคัญ ได้แก่ 

1.สำรวจกล้อง CCTV ในพื้นที่ ปรับมุมกล้อง และบูรณาการการใช้งานกล้องร่วมกันพร้อมติดตั้งเพิ่มเติม

2.นำนวัตกรรมมาใช้เพื่อป้องกันอาชญากรรม เช่น มีการติดตั้งกล้องตรวจจับใบหน้าและกล้องตรวจจับป้ายทะเบียนรถยนต์

3.ติดตั้งเสาสัญญาณ SOS เพื่อให้ประชาชนสามารถแจ้งเหตุด่วนได้ทันที

4.จัดทำห้องปฏิบัติการ CCOC โดยเชื่อมสัญญาณจากกล้องของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หน่วยงานราชการ และเอกชนมายังห้องปฏิบัติการ และนำเทคโนโลยี มาใช้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์เพื่อควบคุมสั่งการตลอด 24 ชั่วโมง

5.ใช้แอพพลิเคชั่นต่าง ๆ เพื่อความรวดเร็วในการสื่อสาร เช่น POLICE 4.0, POLICE I LERT U, Line OA, แจ้งความออนไลน์ รวมถึงการสร้างหมู่บ้านไซเบอร์ (Cyber Village)

6.ร่วมกับหน่วยงานในท้องที่ปรับภูมิทัศน์ของพื้นที่เสี่ยงให้เป็นพื้นที่ปลอดภัย

7.สร้างกลไกการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายประชาชนเพื่อช่วยป้องกันอาชญากรรม 

8.ประชาสัมพันธ์โครงการ เพื่อสร้างการรับรู้ และการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย

 

“โครงการสมาร์ทเซฟตี้โซน 4.0 ช่วงระยะที่สองใน 100 สถานีนำร่องได้ดำเนินการไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการสนับสนุนของทุกภาคส่วน ช่วยกันสร้างมิติใหม่แห่งความปลอดภัย เปลี่ยนพื้นที่สายเปลี่ยวให้เกิดเป็นพื้นที่ปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่น อุ่นใจ ปลอดภัย ในชุมชน ซึ่งในระยะที่สามนั้น มีนโยบายให้ขยายโครงการเข้าสู่ 1,484 สถานีตำรวจครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศไทย ในลำดับต่อไป” ผบ.ตร. กล่าว

logo-pwa

เพิ่ม NationTV

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด