ด้าน นาย หลิว เพ่ยเฉิง ผู้อำนวยการอาวุโส ซิโนแวค กล่าวว่า ที่ผ่านมา ซิโนแวค ไบโอเทค ได้ทำการศึกษาวิจัยวัคซีนเชื้อตายอย่างต่อเนื่อง ในด้านของความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการสร้างภูมิคุ้มกันป้องกันโควิด-19 ในกลุ่มเด็ก ทั้งในฮ่องกงและต่างประเทศ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ปกครอง
“ ล่าสุดนอกจากวัคซีนป้องกันโควิด-19 ชนิดเชื้อตาย จะได้รับการรับรองให้สามารถฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มผู้ใหญ่ใน 60 ประเทศทั่วโลกแล้วยังได้รับรองให้นำมาใช้กับกลุ่มเด็กอายุตั้งแต่ 3 ปี ขึ้นไปใน 14 ประเทศ อีกด้วย โดยในปัจจุบัน วัคซีนเชื้อตายของซิโนแวคได้ถูกแจกจ่ายไปยังกลุ่มเด็กทั่วโลกไปแล้วมากกว่า 260 ล้านโดส ”
นอกจากนี้ ซิโนแวค ยังได้เผยข้อมูลงานวิจัยเกี่ยวกับอัตราการเกิดผลข้างเคียงหลังฉีดวัคซีนในเด็กที่น่าสนใจจากประเทศชิลี โดยอ้างอิงข้อมูลของสถาบันสาธารณสุขชิลี (ISP) จากรายงานประเมินผลการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในเด็กและเยาวชนอายุตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไปเป็นจำนวนกว่า 6.9 ล้านเข็มทั่วประเทศ
ในช่วงระยะเวลาของการสำรวจ พบว่า มีการรายงานอาการข้างเคียงหลังฉีดวัคซีนในเด็กทุกประเภท คิดเป็น 0.01% หรือจำนวน 868 ครั้งของการฉีดวัคซีนในเด็กทั้งหมด ซึ่งรายละเอียดของผลการรายงานสำหรับอาการข้างเคียงไม่พึงประสงค์ ยังพบว่าวัคซีนเชื้อตายมีอัตรารายงานผลต่ำที่สุดอยู่ที่ 10.67 ต่อ 100,000 โดส ตามมาด้วยวัคซีน mRNA 15.35 ต่อ 100,000 โดส
นอกจากเรื่องของความปลอดภัยของวัคซีน ก่อนหน้านี้ประเทศชิลีก็ได้มีการศึกษาประสิทธิภาพของวัคซีนเชื้อตายในเด็ก โดยเก็บข้อมูลจากการใช้งานจริง พบว่าวัคซีนเชื้อตายมีประสิทธิภาพป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ในเด็กได้ 74.5% พร้อมลดอัตราการเข้ารักษาในโรงพยาบาลได้ 91% และลดอัตราการแอดมิทห้องฉุกเฉินได้ 93.8%
ในส่วนของเชื้อไวรัสสายพันธุ์โอมิครอน พบว่า วัคซีนเชื้อตายสามารถลดอัตราเข้ารักษาในโรงพยาบาลได้ 64.6% และลดอัตราการแอดมิทห้องฉุกเฉิน ในกลุ่มเด็กอายุ 3-5 ปี ได้ 69% ซึ่ง ซิโนแวค ไบโอเทค เองได้ทำการวิจัยที่ให้ผลสอดคล้องกัน โดยพบว่าระดับภูมิคุ้มกันในกลุ่มตัวอย่างเด็กเพิ่มขึ้นเมื่อได้รับวัคซีนเชื้อตายครบ 2 เข็ม และเพิ่มขึ้นกว่า 30 เท่าในเข็มที่ 3 โดยอัตราการเพิ่มขึ้นของแอนติบอดีป้องกันเชื้อไวรัสโควิด อยู่ที่กว่า 90%
ขอบคุณข้อมูล : เจาะลึกระบบสุขภาพ