สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ทรงมีพระราชดำรัส ในพิธีเปิดงานวันสตรีไทย ประจำปี 2565 ความว่า
“ข้าพเจ้ามีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้มาร่วมในพิธีเปิดงานวันสตรีไทย ประจำปี 2565 ซึ่งสภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ร่วมกับหน่วยงานและองค์กรต่างๆ จัดขึ้น เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสที่ทรงเจริญพระชนมพรรษา 90 พรรษา ขอแสดงความชื่นชมกับสตรีไทยดีเด่นและเยาวชนสตรีไทยดีเด่นทุกท่าน ที่ได้รับเกียรติและการยกย่องในครั้งนี้
ตั้งแต่ข้าพเจ้าจำความได้ ก็ได้เห็น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงพระราชอุตสาหะปฏิบัติพระราชกรณียกิจต่างๆ เคียงข้าง พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้แก่ประชาชน และพัฒนาประเทศชาติให้มีความเจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืน ในบรรดาพระราชกรณียกิจนานานัปการนี้ ยังมีงานที่ทรงรับเป็นพระราชภาระอย่างสำคัญนั่นคือ การส่งเสริมให้สตรีไทยในท้องถิ่นต่างๆ สร้างสรรค์งานศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านเป็นอาชีพเสริม ควบคู่ไปกับอาชีพหลักคือ เกษตรกรรม
ทรงเชื่อมั่นว่าคนไทยทุกคนมีศิลปะอยู่ในสายเลือดและจิตวิญญาณของการเป็นช่างฝีมือ ดังที่ได้พระราชทานราชดำรัสไว้ครั้งหนึ่งว่า “ทรงภูมิใจเสมอมาว่าคนไทยมีสายเลือดของช่างฝีมืออยู่ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นชาวไร่ ชาวนา หรืออาชีพใด อยู่แห่งหนตำบลใดคนไทยมีความละเอียดอ่อนและฉับไวต่อการรับศิลปะทุกชนิด ขอเพียงแต่ให้ได้มีโอกาสฝึกฝนก็จะแสดงความสามารถออกมาให้เห็นเด่นชัด” จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สืบสาน รักษา และสร้างสรรค์ศิลปหัตถกรรมพื้นบ้าน ทำให้หาครูและผู้เชี่ยวชาญมาช่วยฝึกอบรม รวมทั้งแลกเปลี่ยนเรียนรู้และพัฒนาผลงานร่วมกับชาวบ้านในท้องถิ่นทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ จนกลายเป็นอาชีพเสริมที่สร้างรายได้เพิ่มให้แก่ทุกครัวเรือน
นับเป็นต้นกำเนิดของโครงการศิลปาชีพพิเศษ และมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในปัจจุบัน พระราชกรณียกิจที่ทรงปฏิบัติบำเพ็ญมาตลอดระยะเวลาอันยาวนานนั้น ล้วนมีส่วนสำคัญในการยกระดับ คุณภาพชีวิต ฐานะความเป็นอยู่ ตลอดจนบทบาทและสถานภาพของสตรีไทยให้สูงขึ้น ทรงเป็นทั้งแบบอย่างอันประเสริฐและแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ให้สตรีไทยตระหนักถึงศักยภาพของตน และสามารถพัฒนาศักยภาพที่มีอยู่นำไปใช้สร้างสรรค์ ให้แก่ตนเอง แก่ครอบครัว แก่สังคม และแก่ประเทศชาติได้ ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษานี้
ข้าพเจ้าจึงขอเชิญชวนให้สตรีไทยและเยาวชนสตรีไทยทุกคน ตระหนักถึงคุณค่าของตนเอง และตั้งใจพยายามพัฒนาตนเองอยู่เสมอ เพราะเราทุกคนต่างก็มีศักยภาพที่จะเป็นพลังสร้างสรรค์สังคมไทยและพัฒนาชาติบ้านเมืองด้วยกันทั้งสิ้น และจะเป็นการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณได้อย่างดีที่สุด สมกับที่ทรงอุทิศพระองค์ ดั่งพระราชสมัญญา “แม่ของแผ่นดิน” มาโดยตลอด และจะทรงเป็นแม่ของคนไทยตราบชั่วนิรันดร์กาล ได้เวลาอันสมควรแล้ว ข้าพเจ้าขอเปิดงานวันสตรีไทย ประจำปี 2565 ณ บัดนี้ ขอให้งานดำเนินลุล่วงไปด้วยดี และขออวยพรให้ทุกท่านมีความสุข สุขภาพแข็งแรง พร้อมทั้งประสบความสำเร็จสมหวังทุกประการ ทั่วกัน”
จากนั้น เสด็จลงจากเวที พระราชทานเกียรติบัตรแก่สตรีไทยดีเด่นที่มีความบกพร่องทางการเคลื่อนไหว จำนวน 1 ราย แล้วเสด็จเข้าห้องประทับรับรอง ก่อนเสด็จฯ ไปยังบริเวณที่จัดนิทรรศการด้านหน้าสุราลัยฮอลล์ ทอดพระเนตรนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ประกอบด้วย นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี แล้วทอดพระเนตรนิทรรศการของสภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ และหน่วยงานภาคีเครือข่ายที่เข้าร่วมงาน ก่อนเสด็จเข้าห้องประทับรับรอง และเสด็จฯ ไปยังรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จฯ กลับพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต