ก่อนหน้านี้ นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบรัฐบาลว่า มาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายรอบใหม่ คงต้องดูภาพรวมให้ครบทุกมิติ โดยรัฐบาลติดตามสถานการณ์อยู่ตอลดเวลา และจะพิจารณามาตรการต่าง ๆ ทั้งมาตรการเดิม มาตรการเพิ่มเติมตามความเหมาะสม เพราะทุกสิ่งทุกอย่างที่ออกมาเป็นความตั้งใจของรัฐบาลที่ต้องประคับประคองประเทศไทยให้พ้นวิกฤต
นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2565 นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทย และ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ว่า หอการค้าได้เสนอมาตรการ “คนละครึ่งเฟส 5” ต่อรัฐบาลไป เพราะแม้ว่าประชาชนจะเริ่มมีการจับจ่ายใช้สอยกันมากขึ้น แต่ก็ยังต่ำกว่าสถานการณ์ตามปกติ ซึ่งควรเร่งกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจให้เกิดขึ้น
จากการคำนวน คนละครึ่งเฟส 5 หากมีการให้ คนละ 1,500 บาท รัฐบาลก็จะใช้งบประมาณ ประมาณ 45,000 ล้านบาท (คิดจากจำนวนผู้ใช้สิทธิโครงการ 30 ล้านคน) ส่วนนี้ทำให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยเงินเข้าระบบ 90,000 ล้านบาท ตรงนี้จากการคำนวนแล้วจะมีการทำให้ GDP ตัวเลขดีขึ้นได้ถึง 0.63-0.65% ในปีนี้ ซึ่งจะช่วยให้การเติบโตของ GDP ประเทศไทยนั้นได้อยู่ช่วงเกิน 3% แน่นอน