นายรานิลเกิดในตระกูลการเมืองที่มั่งคั่ง จบการศึกษาจาก University of Ceylon มีคุณสมบัติในการเป็นทนายจาก Ceylon Law College ก่อนจะเข้าสู่การเมืองเมื่อกลางทศวรรษที่ 1970 ได้รับเลือกตั้งเข้าสู่สภาฯ ครั้งแรกปี 2520 ได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีช่วยต่างประเทศ โดยประธานาธิบดีเจ.อาร์. เจย์วาร์เดน ซึ่งเป็นลุงของเขาเอง หลังจากนั้นได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีกิจการยุวชนและการจ้างงาน ทำให้เขาเป็นรัฐมนตรีที่อายุน้อยที่สุดของศรีลังกาในขณะนั้น ก่อนจะได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีครั้งแรกในปี 2536 ภายใต้สถานการณ์เลวร้าย เหตุการณ์ลอบสังหารประธานาธิบดีรณสิงห เปรมดาสา ก่อนที่อีกกว่า 40 ปีหลังจากนั้น นายรานิลก็เป็นทั้งผู้นำรัฐบาลและฝ่ายค้านโดยมีฉายาว่า "เก่งกาจแต่เย่อหยิ่ง" "ร่ำรวยแต่ไม่ทุจริต" ให้ความสำคัญกับมิตรภาพทางภูมิรัฐศาสตร์กับสหรัฐฯ และอินเดีย ยึดนโยบายเศรษฐกิจที่เป็นมิตรต่อตลาด และการเจรจาสันติภาพกับกลุ่มแบ่งแยกดินแดนชาวทมิฬ
นักวิเคราะห์การเมืองคนหนึ่งให้ความเห็นว่า อาวุธทางการเมืองของรานิลคือการฉวยโอกาส รอคอยอย่างมีไหวพริบ และลงมือเมื่อถึงเวลา เช่น ตอนที่เขาเข้าร่วมกับคู่แข่งทางการเมืองอย่างนายไมตรีปาละ สิริเสน เมื่อปี 2558 เพื่อขับไล่ตระกูลราชปักษาในการรณรงค์ต่อต้านการทุจริต เมื่อศรีลังกามาถึงภาวะล้มละลายในปีนี้ เขาก็พูดต่อต้านรัฐบาลภายใต้การนำของตระกูลราชปักษาว่าก้าวไปในทางที่ผิด แต่พอนายมหิทา ราชปักษา ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เขาก็รับตำแหน่งแทนทันทีเมื่อได้รับข้อเสนอจากประธานาธิบดีโคฐาภยะ ราชปักษา และเมื่อนายโคฐาภยะ หนีออกนอกประเทศ เขาก็ขึ้นรักษาการประธานาธิบดีก่อนได้รับตำแหน่งนี้อย่างเป็นทางการในปัจจุบัน