นายสุรชัย กล่าวว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้ ได้ร่วมกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หน่วยงานที่มีหน้าที่่กำกับดูแล บังคับใช้กฎหมาย จึงมีข้อเสนอเชิงนโยบายเสนอต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเพื่อพิจารณาให้เกิดความปลอดภัย 3 ด้าน คือ
1. การบริหารจัดการ การบังคับใช้กฎหมายและการกำกับติดตาม โดยเฉพาะการบังคับใช้และมีมาตรการดูแล ณ ทางแยก-ทางข้าม โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ที่ยังมีทั้งการจอดรถทับทางม้าลาย-ไม่หยุดให้คนข้าม
2. มาตรการและมาตรฐานความปลอดภัย เช่น มาตรฐานสัญลักษณ์จราจรทางถนน และการกำหนด Speed Zone จำกัดความเร็วในเขตชุมชน
3. การสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย เช่น นำเทคโนโลยีเสริมการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ที่ฝ่าฝืน การรณรงค์ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับกรมการขนส่งทางบกและกรุงเทพมหานคร วางแนวทางควบคุม/บังคับใช้กฎหมาย และสร้างวัฒนธรรมองค์กรด้านความปลอดภัย
ด้าน พล.ต.อ. ปรีชา เจริญสหายานนท์ ที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ่ ตร. เป็นหน่วยงานหลักที่ดูแลกับกำความปลอดภัยด้านการจราจรก็จะเร่งรัดดูแลให้เกิดความปลอดภัยเพิ่มขึ้น โดยกำชับให้ บช.น.หารือกับ กทม./ บก.ทล. หารือร่วมกับ กรมทางหลวง เพื่อกำหนดจุดติดตั้งกล้อง และการรับส่งข้อมูลภาพถ่าย เพื่อนำมาใช้ออกใบสั่งกับผู้ฝ่าฝืนตามกฎหมาย ผ่านการใช้งานระบบ PTM (Police Ticket Management) และจะบังคับใช้กฎหมายในจุดที่มีการติดตั้งกล้องอย่างต่อเนื่อง ซึ่งใน กทม. มีพื้นที่ตรวจจับความผิดฝ่าฝืนสัญญาณไฟแดงจำนวน 33 จุด ส่วนมาตรการป้องกันลดอุบัติเหตุโดยเฉพาะทางม้าลาย ได้มีการเร่งบังคับใช้กฎหมาย อาทิ การฝ่าฝืนจอดรถบนทางม้าลาย ไม่จอดให้คนข้ามทางม้าลาย เพิ่มโทษ หรือแม้กระทั่งคนเดินเท้าหากไม่ข้ามบริเวณทางม้าลายก็มีความผิดเช่นเดียวกัน ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคน