ภจว. ขอนแก่น แจงกรณีหนุ่มขอนแก่นตัดพ้อสิ้นศรัทธาตำรวจ หลังโจรบ้าน7ครั้งในรอบ3เดือน แต่คดีไม่คืบหน้า ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น น้อมรับความผิดพลาดไม่ได้แจ้งความคืบหน้าคดีให้ผู้เสียหายทราบ ลั่นกรณีนี้ให้เป็นกรณีสุดท้าย หากประชาชนเดือดร้อนขอให้บอก พร้อมดูแลเต็มที่

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

เมื่อเวลา20.30น.วันที่6กรกฎาคม2565ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น พ.ต.อ.ไพโรจน์ ไทยพุทธา รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วย พ.ต.อ.ปรีชาเก่ง สาริกิจ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น พ.ต.ท.พงษ์ศักดิ์ ผิวผุย หัวหน้า สภ.ย่อยเมืองเก่า จ.ขอนแก่น และตำรวจชุดสืบสวน ร่วมกันแถลงข่าวกรณีที่นายนิธิพันธ์ ม่วงคร้าม อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 383 บ้านดอนบม หมู่ 13 ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น ร้องเรียนผ่านเพจเฟซบุ๊ก“Drama-addict”โดยได้โพสต์ภาพและข้อความร้องเรียนและขอความช่วยเหลือ หลังจากที่บ้านถูกคนร้ายเข้าไปขโมยทรัพย์สิน6ครั้งในช่วง3เดือน และยังจับคนร้ายไม่ได้ จึงได้ร้องเรียนผ่านเพจชื่อดัง เพื่อขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยระบุว่า“ผมโดนโจรขึ้นบ้าน 6 ครั้ง ตั้งแต่วันที่ 17 มีนาคม 65 จนถึงวันที่ 29 มิถุนายน 2565 ของหายหลายอย่าง จนล่าสุดโดนโจรตัดสายไฟแล้ว อยู่ไม่ไหวได้มาเช่าห้องพักอยู่ แจ้งความก็ไม่มีความคืบหน้าเลยครับ ทั้ง ๆ ที่ สภ.ย่อย ห่างจากบ้านผมแค่ 1 กิโลเมตรกว่าๆ รบกวนจ่าเป็นกระบอกเสียงให้ผมหน่อยครับ”พร้อมกับมีการให้รายละเอียดในวันเวลาที่ถูกโจรขึ้นบ้านและทรัพย์ที่สูญหาย ตามที่ได้มีการนำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

ผิดที่ไม่สื่อสาร! ตร.โร่แจงเร่งทำคดี "โจรขึ้นบ้านถี่"

 ในเรื่องดังกล่าวพ.ต.อ.ไพโรจน์ ไทพุทรา รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น และ พ.ต.อ.ปรีชา เก่งสาริกิจ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น ได้ร่วมเปิดเผยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า จากกรณีที่ผู้เสียหายได้มีการร้องเรียนผ่านเพจเฟซบุ๊กชื่อดังและร้องเรียนผ่านสื่อมวลชน กรณีที่ถูกคนร้ายเข้าไปขโมยเอาทรัพย์สินภายในบ้านพักอาศัยหลายครั้ง แต่เมื่อไปแจ้งความกับตำรวจ สภ.ย่อยเมืองเก่า จ.ขอนแก่นเจ้าหน้าที่ตำรวจกลับไม่มีการดำเนินการใดๆ ซึ่งขอชี้แจงว่า ในเรื่องที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจ หลังจากที่ได้รับแจ้งเหตุ ทั้งหมด4ครั้ง แต่ละครั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ลงพื้นที่ไปดูที่เกิดเหตุ และไปดูจุดต่างๆ ที่เป็นร่อยรอยของคนร้าย เพื่อเก็บหลักฐานและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาเก็บข้อมูล โดยจากการตรวจสอบพบว่า ผู้เสียหายได้มีการแจ้งความไว้ทั้งหมด4ครั้ง ครั้งแรก วันที่17มี.ค.2565โดยผู้เสียหายแจ้งว่ามีคนร้ายเข้ามาลักทรัพย์ ในช่วงที่ผู้เสียหายออกไปทำงานและไม่มีคนอยู่บ้าน โดยเหตุเกิดในช่วงเวลาประมาณ 07.30 - 14.00 น. มีทรัพย์สินถูกคนร้ายเข้ามาขโมย ประกอบด้วย คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค ยี่ห้อ เอซุสสีดำแดง จำนวน 1 เครื่อง ราคาประมาณ 23,000 บาท ไอแพด สีเทา จำนวน 1 เครื่อง ราคาประมาณ 10,000 บาท ซึ่ง ร.ต.อ.ยงยุทธ สะเคา

ผิดที่ไม่สื่อสาร! ตร.โร่แจงเร่งทำคดี "โจรขึ้นบ้านถี่"

พนักงานสอบสวน สภ.ย่อยเมืองเก่าได้ตรวจที่เกิดเหตุร่วมกับชุดสืบสวน พร้อมกับรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ไว้ กระทั้งวันที่18มี.ค.2565ได้ทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่บ้านดอนบม ต.เมืองเก่า ใกล้กับบ้านหลังเกิดเหตุ ปรากฏภาพบุคคลต้องสงสัย สะพายย่าม เดินผ่านบริเวณใกล้บ้านหลังเกิดเหตุ จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบค้นหาสิ่งของที่ผู้เสียหายอ้างว่าหายไป แต่พบว่า สิ่งของที่อยู่ในย่ามเป็นมีดพร้า จึงได้นำตัวผู้ต้องสงสัยไปแสดงความบริสุทธ์ใจกับผู้เสียหายที่บ้านด้วย ส่วนคนร้ายที่ก่อเหตุอยู่ระหว่างการติดตามตัวมาสอบสวนดำเนินคดี โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งตำหนิรูปพรรณของทรัพย์สินที่หายไปให้โรงรับจำนำได้ช่วยสังเกตุ เพื่อเป็นเบาะแสในการติดตามตัวคนร้าย

 

พ.ต.อ.ปรีชา กล่าวต่อว่า จากนั้นได้เกิดเหตุขึ้นเป็นครั้งที่2โดยคนร้ายได้เข้ามาภายในบริเวณบ้าน ซึ่งขณะนั้นไม่มีคนอยู่ แต่ผู้เสียหายได้มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดซ่อนเอาไว้ภายในตัวบ้าน จึงสามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ขณะที่คนร้ายกำลังทำการงัดประตูเข้ามาในบ้าน ซึ่งหลังจากที่ผู้เสียหายทราบ ก็ได้แจ้งมาที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ย่อยเมืองเก่า ก่อนจะจัดกำลังเจ้าที่ตำรวจ ไปควบคุมตัวคนร้าย ทราบชื่อคือ ชัชวาล สร้อยสุวรรณ อายุ35ปี อยู่บ้านเลขที่102หมู่4ต.ท่าพระ อ.เมือง จ.ขอนแก่น มาดำเนินคดี โดยแจ้งข้อหาบุกรุกเคหะสถานและทำให้เสียทรัพย์ ซึ่งในคดีนี้ได้มีการดำเนินคดีไปแล้ว อยู่ระหว่างการส่งสำนวนการสอบสวนให้พนักงานอัยการดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนในครั้งที่3เป็นการรับแจ้งความ เมื่อวันที่30มิ.ย.2565ซึ่งเป็นการรับแจ้งความใน2เหตุการณ์ คือ เหตุการณ์ในวันที่28มิ.ย.2565ที่คนร้ายเข้าไปลักตัดสายไฟฟ้าที่เชื่อมต่อกระแสไฟฟ้าเข้าสู่ตัวบ้าน ความยาวประมาณ 100 เมตร และเหตุการณ์ในวันที่ 29 มิ.ย.2565คนร้ายได้ขโมยเอาลำโพง จำนวน 1 ตัว ราคาประมาณ 1,000 บาท,กล้องวงปิด จำนวน 1 ตัว ราคาประมาณ 1,200 บาท และถังแก๊ส ขนาด 5 ลิตร จำนวน 1 ถัง ราคาประมาณ2,500บาท ซึ่งหลังรับแจ้งความ พนักงานสอบสวน ได้ไปตรวจที่เกิดเหตุร่วมกับชุดสืบสวน โดยได้สอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่ใกล้เคียงมีการทำตำหนิรูปพรรณทรัพย์สินที่ถูกขโมยไปแจ้งโรงรับจำนำให้ช่วยสังเกต พร้อมกับแจ้งเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เก็บลายนิ้วมือแฝงในที่เกิดเหตุ ซึ่งคดีนี้ยังไม่ทราบว่าคนร้ายเป็นผู้ใด อยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวน จากนั้นในครั้งที่ 4 ซึ่งเป็นครั้งล่าสุดที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุ เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันที่ 2 ก.ค. 2565 เวลาประมาณ 12.40 น. โดยมีคนร้าย เข้ามาลักตัดเอาต้นไม้ จำนวน 2 ต้น ภายในบริเวณบ้านของผู้เสียหาย เจ้าหน้าที่จึงได้เดินทางไปตรวจสอบและควบคุมตัวผู้ก่อเหตุ ทราบชื่อคือนายน้อย (ไม่ทราบชื่อ-นามสกุลจริง) เป็นผู้ป่วยจิตเวชที่ผ่านการเข้ารับการรักษาอาการจนดีขึ้นแล้ว และกลับมาอาศัยอยู่ที่บ้านซึ่งอยู่ตรงข้ามกับบ้านของผู้เสียหาย แต่ก็มักจะมีพฤติกรรมเข็นรถซาเล้งพร้อมมีดพร้าไปตัดต้นไม้ตามสถานที่ต่างๆ มาทำฟืน ในวันเกิดเหตุเห็นว่า บ้านของผู้เสียหายมีต้นไม้เยอะและไม่มีคนอยู่ จึงได้เข้าไปตัดต้นไม้ ซึ่งต่อไปก็จะมีการนำตัวมาสอบสวนดำเนินคดี

 

 

พ.ต.อ.ปรีชา กล่าวอีกว่า หลังจากที่เกิดเหตุคนร้ายเข้าไปลักลอบตัดสายฟ้าที่บ้านของผู้เสียหาย ก็ได้มีการสั่งการให้ชุดสืบสวน สภ.ย่อยเมืองเก่า ตรวจสอบประวัติผู้ต้องสงสัยในบัญชีอาชญากรรม โดยเฉพาะผู้ที่เคยต้องหาในคดีเกี่ยวกับการลักรอบตัดสายไฟฟ้า พร้อมกับลงพื้นที่สืบสวนหาข้อมูล กระทั้งในวันที่3ก.ค.2565เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวนายเวนิชย์ หรือ ลด สีดำมวล ผู้ต้องหาที่ลักตัดสายไฟฟ้า ซึ่งเป็นแก๊งลักลอบตัดสายฟ้าอีกแก๊งหนึ่ง ได้พร้อมของกลาง คือ ขดลวดโลหะคล้ายทองแดง จำนวน 9 ขด น้ำหนักรวม 2 กิโลกรัม,สายนำสัญญาณสื่อสารโทรศัพท์ จำนวน 1 ม้วน ยาวประมาณ 100 เมตร,มีดตัดสายสัญญาณ จำนวน 2 เล่ม,ถุงมือ จำนวน 1 คู่,รถจักรยาน 2 ล้อ จำนวน 1 คัน,ครีมตัดเหล็ก จำนวน 1 อัน,ถุงผ้าสำหรับใส่อุปกรณ์ จำนวน1ถุง โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณป่าด้านทิศตะวันออกโรงเรียนเมทนีดล ริมถนนเลี่ยงเมือง บ้านดอนบม ต.เมืองเก่า อ.เมืองขอนแก่น จึงได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ย่อยเมืองเก่า แจ้งข้อกล่าวหาว่า“ลักทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณะประโยชน์ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป หรือรับของโจร” โดยอยู่ระหว่างการสืบสวน ขยายผลว่า ผู้ต้องหารายนี้เป็นคนเดียวกันที่ก่อเหตุในพื้นที่ดังกล่าว เมื่อวันที่ 28 มิ.ย.65 หรือไม่แต่ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ พนักงานสอบสวนจึงนำตัวฝากขังที่ศาลจังหวัดขอนแก่น ขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม

 

 

ผิดที่ไม่สื่อสาร! ตร.โร่แจงเร่งทำคดี "โจรขึ้นบ้านถี่"

 ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น กล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมาหลังจากที่ได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการดำเนินการเพื่อติดตามตัวผู้ก่อเหตุในทุกวิถีทาง เพียงแต่ว่าไม่ได้มีการประสานงานและแจ้งข้อมูลให้ผู้เสียหายได้ทราบเท่าที่ควร จึงอาจทำให้ผู้เสียหายเข้าใจว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจนิ่งเฉย โดยเมื่อช่วงบ่ายวันนี้ก็ได้โทรศัพท์สอบถามผู้เสียหาย ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการประสานงานเพื่อแจ้งความคืบหน้าทางคดีให้ทราบหรือไม่ ผู้เสียก็บอกว่า ได้รับแจ้งบ้างในบ้างครั้ง แต่ไม่ได้มีการแจ้งเกี่ยวกับรายละเอียดของคดี ในวันเดียวกันจึงได้มีการเรียกประชุมเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง โดยได้สั่งการว่า ต่อไปจะต้องทำตามคำสั่ง ตร. ที่ 419/2556 คือ พนักงานสอบสวนที่ได้รับเรื่องร้องทุกข์แต่ละคดี หลังจากที่ได้รับแจ้งลงบันทึกคดีครั้งแรกทุกๆ30วัน จะต้องแจ้งความคืบหน้าทางคดีให้ผู้เสียหายทราบ และหลังจากนั้นอีก60วัน ก็จะต้องแจ้งรายละเอียดอีกครั้ง โดยเฉพาะก่อนที่จะสรุปสำนวนส่งไปยังพนักงานอัยการก็จะต้องแจ้งให้ผู้เสียหายได้รับทราบ โดยจะต้องปฏิบัติโดยเคร่งครัด ดดยในกรณีนี้ยอมรับว่าเห็นใจผู้เสียหาย เพราะก่อนที่ผู้เสียหายจะมาอยู่ที่ จ.ขอนแก่น ก็เคยไปทำงานอยู่ที่จ.ระยอง จนรู้สึกตัวและกลับมาอยู่บ้านที่จ.ขอนแก่น ก็ต้องมาเจอกับเหตุการณ์น้ำท่วมจนต้องขนย้ายสิ่งของขึ้นไปอยู่บนบ้าน กระทั้งต้องย้ายออกจากบ้านไปเช่าห้องพักอยู่ในเมืองขอนแก่น ก็ยิ่งน่าเห็นใจ แต่ในส่วนของตำรวจนั้นก็อยากชี้แจงว่า ไม่ได้มีการนิ่งนอนใจ ที่ผ่านมาเรื่องการสื่อสารหรือการประชาสัมพันธ์อาจจะน้อยไปหน่อย ซึ่งในส่วนนี้ก็น้อมรับที่จะนำไปปรับปรุงแก้ไข และกรณีนี้จะเป็นกรณีสุดท้ายที่จะเกิดขึ้น ซึ่งหากพี่น้องประชาชนติดขัดในเรื่องการอำนวยความสะดวกหรือความยุติธรรม ขอให้มาหาผู้กำกับฯทุกคดีจบหมดและได้รับการอำนวยความสะดวกเต็มที่

 

 

ภาพ/ข่าว: กฤศเมธ โลโห  สำนักข่าวเนชั่น จ.ขอนแก่น

logo-pwa

เพิ่ม NationTV

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด