นายอนุทิน กล่าวอีกว่า เราพยายามแต่ประโยชน์ ไม่เกิดโทษประชาชน ส่วนคนที่ต้องการทำสิ่งดีให้เป็นโทษเป็นเวรเป็นกรรม ขอให้ทุกคนในงานที่เห็นประโยชน์มาเป็นแนวร่วม เพราะ สธ.พูดคนเดียวไม่พอ ประชาชนที่เชื่อมั่นในสมุนไพรกัญชงกัญชาต้องช่วยกันอธิบาย ทำความเข้าใจประชาชน ถ้ายังไม่เข้าใจก็เรียกไปชี้แจง ไปหารือ ไปดีเบตโต้วาทีด้วยความเข้าใจ ด้วยใจกว้าง พร้อมทุกเวทีพร้อมทุกเวลา อย่าพูดคนเดียว เพราะนั่นเป็นส่งที่ลูกผู้ชายไม่ทำกัน
เมื่อถามถึงสื่อที่พยายามโจมตีเรื่องนโยบายกัญชา นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ได้พยายามโจมตี แต่โจมตีมาโดยตลอดด้วยความไม่เข้าใจ
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากยังไม่หยุดโจมตีจะมีการฟ้องร้องหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า “ ก็เรื่องของเขา บอกแล้วว่าเป็นเวรเป็นกรรมของคนอยู่ในอวิชชา ในความไม่รู้ เขามีแต่โง่แล้วอวดฉลาด แต่นี่ โง่แล้วยังอวดโง่ ก็เป็นสิ่งที่น่าเสียดาย ”
ส่วนการใช้เพื่อสันทนาการระหว่างที่ยังไม่มีกฎหมายหลักออกมานั้น นายอนุทิน กล่าวว่า เรามีข้อกฎหมายออกประกาศกระทรวงต่างๆ ในการควบคุม การห้าม การใช้ให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ มีบทลงโทษขั้นตอนกระบวนการ ทั้งจำทั้งปรับ เราไม่อยากใช้ถ้าไม่จำเป็น แต่ใครทำผิดก็อาจเสี่ยงถูกดำเนินคดี แล้วแต่เจ้าทุกข์ เจ้าพนักงานเป็นเห็นจะเร่งดำเนินการจับกุมหรือไม่ ถ้าไม่มีกฎหมาย ผู้อำนวยการเขตก็คงไม่สั่งห้ามขาย ถ้าขายแบบผิดประเภท ทำไมถึงทำได้ จึงอย่าบอกว่าไม่มีกฎหมาย
สำหรับที่ถนนข้าวสารอยากเสนอเป็นฮับด้านกัญชานั้น ก็เป็นทางเลือหากใช้เพื่อประโยชน์สุขภาพ การเสริมสร้างรายได้ มีวิธีทำเยอะแยะ เช่น ขายชา ขนม ไอศกรีม อาหาร ผลิตภัณฑ์จากกัญชากัญชง น้ำมันสกัดที่สร้างโอเมกา 3 เอาไปทำอาหารก็ขายได้หมด ยิ่งขายที่ข้าวสารก็ยิ่งขายดี ไม่ใช่ปัญหา ส่วนเด็กที่อาจเข้าถึงกัญชากัญชงง่ายขึ้น ก็ต้องทำเหมือนเหล้า บุหรี่ ที่ไม่ให้เข้าถึงก่อนวัยอันควรเหมือนกัน
ส่วนชมรมแพทย์ชนบทโจมตีเรื่องการปลดล็อกกัญชานั้น นายอนุทินก ล่าวว่า แสดงว่ายังไม่เข้าใจเพียงพอ ถ้าเข้าใจเจตนารมณ์ สธ.ก็จะไม่ทำเช่นนั้น ก้ต้องขอบคุณประธานชมรมแพทย์ชนบทก็เขียนมาว่า รพ.จะนะก็เดินหน้าเต็มที่เรื่องกัญชาทางการแพทย์