ผบ.ฉก.ร.14 เสริมกำลังพลพร้อมอาวุธลาดตระเวนดูแลความปลอดภัยประชาชนและผู้หนีภัยจากการสู้รบ 3 พื้นที่หมู่บ้านล่อแหลมตลอด 24 ชั่วโมง ขณะที่ฝั่งเมียนมายังพบร่องรอยการปะทะ ด้านแม่ทัพภาคที่3ให้ศูนย์สนับสนุนทางอากาศเข้ามาประจำในพื้นที่พร้อมปฎิบัติการทางอากาศทันที

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

ทหารเสริมกำลัง-อาวุธครบมือคุมเข้มชายแดนอ.พบพระ        

        เมื่อเวลา 15.00น. วันที่ 4 กรกฎาคม 2565 ทีมข่าวเนชั่นทีวีได้ติดตาม ทหารร้อย.ร.1413 ชุดลาดตระเวนจากหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบ 14 ลงพื้นที่หมู่บ้านวาเล่ย์ใต้ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ซึ่งถือว่าเป็นหมู่บ้านชายแดนไทย ที่ได้รับผลกระทบจากการปะทะกันระ หว่างทหารเมียนมา กับกองกำลังชนกลุ่มน้อยเชื้อสายกะเหรี่ยง ที่บริเวณบ้านอุเกรทะ อ.วาเล่ย์ใหม่ จ.เมียวดี ประเทศเมียนมา โดยยังพบว่า บริเวณฐานที่มั่นของทหารเมียนมา ยังคงมีร่องรอยของการปะทะ และกลุ่มควันที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

 

ทหารเสริมกำลัง-อาวุธครบมือคุมเข้มชายแดนอ.พบพระ

            ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ทหาร และผู้นำชุมชนได้ตั้งด่านคัดกรอง  การเข้าออกบุคคลภายนอกเข้าออกหมู่บ้านวาเล่ย์ใต้อย่างเข้มงวด ภายใต้การปฎิบัติการของทางเจ้าหน้าทีี่ทหาร พร้อมอาวุธครบมือ ร่วมออกลาดตระเวณเดินเท้า และลาดตระเวนจะใช้รถ 4คูณ4 แบบ ห้าหนึ่งเอ พร้อมเครื่องยิงระเบิดRPG กล้องตรวจการในเวลากลางคืน และปืนเล็กยาวทาวอร์ สำหรับปืนที่ใช้ติดรถนั้นจะใช้เป็นปืนกลแม็ก 58ที่พร้อมปฎิบัติการได้ทันสถานการณ์ ตลอดแนวชายแดนตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันไม่ให้ทางฝ่ายเมียนมาลุกล้ำอธิปไตยเข้ามา

 

ทหารเสริมกำลัง-อาวุธครบมือคุมเข้มชายแดนอ.พบพระ

  ทหารเสริมกำลัง-อาวุธครบมือคุมเข้มชายแดนอ.พบพระ

 

       พ.อ.ณรงค์ชัย เจริญชัย ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 14 เปิดเผย กับเนชั่นทีวีว่า  ได้เกาะติดสถานการณ์อย่างต่อเนื่องมีการเพิ่มมาตราการในการลาดตระเวนตลอดแนวชายแดนที่มีการปะทะ โดยขณะนี้ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ดูแลผู้หนีภัยจากการสู้รบทะลักเข้ามาในพื้นที่ พร้อมทั้งเตรียมแผนเผชิญเหตุไว้ตลอดแนวชายแดน โดยเฉพาะพื้นที่ล่อแหลมอย่างอำเภอพบพระ ซึ่งได้จัดเตรียมพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว ได้แก่ บ้านมอเกอไทย บ้านวาเลย์เหนือ และบ้านหมื่นฤาชัย

 

ทหารเสริมกำลัง-อาวุธครบมือคุมเข้มชายแดนอ.พบพระ

              ขณะนี้ทหารเมียนมายังคงมีการเพิ่มเติมกำลัง เนื่องจากต้องการจะควบคุมในพื้นที่ที่มีการสู้รบ และคาดว่าในระยะนี้ ยังคงมีการปะทะกันในส่วนของทหารเมียนมาและกลุ่มต่อต้าน ซึ่งในฝั่งไทยไม่ได้ประมาท มีการเกาะติดสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และได้มีการพูดคุยกับทางทหารเมียนมาในเรื่องของการขอความร่วมมือ สำหรับการปฏิบัติการทางทหารให้ระมัดระวังไม่ให้มีกระสุนข้ามมาฝั่งประเทศไทย ซึ่งเป็นภารกิจสำคัญที่ทางทหารพร้อมที่จะดูแลความปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สินให้กับประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง

 

ทหารเสริมกำลัง-อาวุธครบมือคุมเข้มชายแดนอ.พบพระ

      ทหารเสริมกำลัง-อาวุธครบมือคุมเข้มชายแดนอ.พบพระ  

 

    พ.อ. ณรงค์ชัย กล่าวอีกว่า เมื่อมีกระสุน หรือมีวัตถุที่อาจจะก่อให้เกิดอันตราย หรือทำให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชนในฝั่งไทย จะต้องมีการดำเนินการแจ้งเตือน ทั้งการต่อสายตรง และยิงเตือนด้วยกระสุนควันเป็นไปตามมาตราฐานสากล ที่ผ่านมานั้นได้มีการประสานและได้มีการยิงเตือนไปหลายครั้ง โดยการยิงเตือนแต่ละครั้งนั้นได้ประสาน และได้มีการประท้วงไปยังทหารเมียนมา ผ่านช่องทาง คณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นไทย–เมียนมา แม่สอด-เมียวดี โดยทางทหารเมียนมาก็ให้ความรวมมือที่จะไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำสอง หรือทำให้เกิดความเสียหายแก่ฝั่งของไทย

 

ทหารเสริมกำลัง-อาวุธครบมือคุมเข้มชายแดนอ.พบพระ

             แต่ในการปฏิบัตินั้นก็ต้องดูเจตนาของกระสุนที่ข้ามมา หากไม่มีเจตนาที่จะลุกล้ำก็ใช้ในส่วนของการแจ้งเตือน หรือในกรณีที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยจะยิงเตือนทันที ขอให้ประชาชนในพื้นที่อำเภอพบพระ ให้มั่นใจในความปลอดภัย  ปัจจุบันนี้กองทัพไทย ทั้งทหารบก และทหารอากาศ ได้มีการแจ้งเตือน และใช้ทุกระบบในมาตรการป้องกัน หากมีเครื่องบินรบเมียนมาบินลุกล้ำเข้ามาอย่างกรณีเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2565 ที่ผ่านมา โดยขณะนี้พลโทอภิเชษฐ  ซื่อสัตย์ ทางแม่ทัพภาคที่ 3 ได้สั่งการให้ศูนย์สนับสนุนทางอากาศของกองทัพภาคที่ 3 มาประจำอยู่ในพื้นที่ เพืิื่อควบคุม และประสานขอกำลังทางอากาศ "พ.อ. ณรงค์ชัย กล่าว 

 

ทหารเสริมกำลัง-อาวุธครบมือคุมเข้มชายแดนอ.พบพระ

ภาพ/ข่าว จักรินทร์ นมนาน  สำนักข่าวเนชั่น ศูนย์ข่าวภาคเหนือ          

logo-pwa

เพิ่ม NationTV

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด