เนชั่นทีวี

ข่าว

เป็นหนี้แบบไม่รู้ตัว ยายเก็บของเก่างง เจอใบทวงหนี้ทั้งที่ไม่เคยกู้เงิน

04 ก.ค. 2565

เป็นหนี้แบบไม่รู้ตัว  ยายเก็บของเก่างง เจอใบทวงหนี้ทั้งที่ไม่เคยกู้เงิน

ตอนนี้ยายเดือดร้อนมาก !! ยายสองพี่น้องเก็บของเก่าขาย เจอหนังสือทวงหนี้ 2 แสน จากกองทุนพัฒนาสตรี อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ทั้งที่ไม่เคยกู้เงิน แฉมีคนโทรมาขู่ ขอให้เรื่องจบอย่าคิดสู้คดี

ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนขอความช่วยเหลือจากนางบุญส่ง บุญกระสินธุ์ อายุ 79 ปีและนางละมัย นพสกุล อายุ 67 ปี สองพี่น้องซึ่งมีอาชีพเก็บของเก่าขาย ว่า ตนกับน้องสาวได้รับหนังสือทวงหนี้เงินกู้ยืมจากกองทุนพัฒนาสตรีอำเภอบางใหญ่เป็นเงินจำนวน 2 แสนบาทพร้อมอัตราดอกเบี้ย ทำให้ตนกับน้องสาวตกใจเป็นอย่างมากเพราะตนกับน้องมีอาชีพเก็บของเก่าขายประทังชีวิตกับได้รับเงินช่วยเหลือคนชราคนละ 600 บาทต่อเดือน ไม่เคยไปเซ็นกู้หนี้ยืมสินกับใครมาก่อนเลย แต่จู่ ๆ มีหนังสือจากอำเภอบางใหญ่มาทวงเงินถึง 2 แสนบาท ทั้งๆที่ตนกับน้องสาวไม่เคยกู้ไม่เคยทำธุรกรรมที่ไหนมาก่อน ทำให้ตนกับน้องสาวถึงกับกินไม่ได้นอนไม่หลับ ไม่รู้ว่าจะชี้แจงหรือทำอย่างไรกับหนังสือทวงหนี้ฉบับนี้ จึงได้เดินทางไปแจ้งความไว้ที่โรงพัก สภ.บางแม่นาง แต่สุดท้ายคดีก็ไม่มีความคืบหน้าใดๆ

 

นางบุญส่ง วัย 79 ปี กล่าวอีกว่า เมื่อปลายเดือนที่ผ่านมามีคนโทรศัพท์มาแจ้งกับคนในครอบครัวตนว่า ขอให้เรื่องนี้จบลงได้ไหม อย่าค้าความหรือสู้คดีอีกเพราะนอกจากตนกับน้องจะไม่มีเงินจ้างทนายมาสู้คดีแล้วยังจะต้องหาเงินมาใช้หนี้จำนวนนี้อีกด้วย แต่ตนกับน้องสาวไม่กลัวเพราะชีวิตนี้อายุก็มากกันแล้ว จะขอต่อสู้เพื่อขอความเป็นธรรมต่อไป ตนกับน้องสาวไม่เคยเอาเอกสารหรือบัตรประชาชนใดๆไปยื่นกู้เงินมาก่อนเลย แล้วทำไมจะต้องมาใช้หนี้จำนวนมากขนาดนี้ทั้งๆที่ไม่เคยได้รับเงินมาแม้แต่บาทเดียว แต่ถ้าอาจจะให้ตนกับน้องจบเรื่องก็ต้องหาตัวคนที่นำชื่อนำเอกสารปลอมไปยื่นกู้เงินจากกองพัฒนาสตรีอำเภอบางใหญ่มาดำเนินคดีแล้วยกเลิกหนังสือแจ้งหนี้ให้น้องสาวตนเองก่อน

นางบุญส่ง กล่าวว่า สภาพจิตใจในตอนนี้ตนกับน้องสาวเครียดกันเป็นอย่างมาก อยากวิงวอนให้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรีเข้ามาดูแลตรวจสอบเรื่องที่เกิดขึ้นเพื่อให้ความเป็นธรรมกับตนและน้องสาวด้วย ตนเชื่อว่าเรื่องนี้ต้องมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในอำเภอบางใหญ่บางคนมีส่วนรู้เห็นในการทำเอกสารปลอมไปยื่นกู้เงินกับกองทุนนี้แล้วก็อนุมัติให้กู้เงินกันไป ตนกับน้องสาวจึงขอความเป็นธรรมผ่านสื่อไปถึงผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรีเร่งตรวจสอบในเรื่องนี้ด้วย

 

นางบุญส่ง กล่าวอีกว่า ทุกวันนี้ตนเองก็ขาไม่ดีเดินไกลๆไปเก็บของเก่ามารวมไว้ขายไม่ได้ จึงเหลือแต่น้องสาวเพียงคนเดียวที่ยังพอจะตื่นแต่เช้าไปเดินเก็บของเก่าหน้าร้านสะดวกได้ เดือนหนึ่งก็จะขายได้ประมาณพันกว่าบาทมาเป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัว ตนอยากฝากถามไปถึงคนที่ทำเรื่องแบบนี้ว่า เอาสมองส่วนไหนคิดถึงได้ทำเรื่องแบบนี้ เอาชื่อคนแก่ไปกู้เงินแล้วเอาเงินไปใช้เพื่อความสุขของตัวเองแต่กลับเอาทุกข์เอาหนี้มาทำให้คนแก่เดือดร้อน มันถูกต้องหรือไม่