ท่านจันทร์ทอน สิทธิไชย ประธานบริษัทเวียงจันทน์ลจิสติกส์ ปาร์ค จำกัด เปิดเผยอีกว่า ส่วนเฟสที่สองที่ยังเหลือพื้นที่สองพันกว่าไร่ จะทำเป็นเขตโลจิสติกส์พาร์ค ซึ่งในเขตนั้นแบ่งออกเป็นโลจิสติก เขตการค้า เขตระบบคลังน้ำมัน อุตสาหกรรมเบา มูลค่าการลงทุนประมาณ500ล้านดอลลาร์ โดยเขตโลจิสติกส์พาร์คคาดว่ากลางปีหน้าจะเริ่มเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการเข้ามาจับจอง ซึ่งการสร้างท่าบกที่เพิ่งสำเร็จใช้เวลาเพียงแค่11 เดือน แต่เขตโลจิสติกส์พาร์คที่กำลังจะเกิดขึ้นคาดว่าจะสามารถดำเนินการแล้วเสร็จภายใน12 เดือน โดยจะสร้างควบคู่กันกับระบบสาธารณูปโภคไฟฟ้าน้ำประปา เชื่อว่าเดือนมิถุนาย 2023 จะสำเร็จพร้อมเปิดบริการ ซึ่งตอนนี้นักธุรกิจ นักลงทุนไทยให้ความสนใจจำนวนมาก เพราะประเทศลาวมีจุดแข็งเรื่องไฟฟ้ามีตุ้นทุนอยู่ที่2.5บาทต่อหน่วย ขณะที่ทางไทยอยู่ที่5.5บาทต่อหน่วย หากทำสินค้าแปรรูปการเกษตรขนาดใหญ่จะลดต้นทุนได้มหาศาล อีกทั้งยังได้สิทธิพิเศษด้านภาษีอีกด้วย นับถ้านักลงทุนตอนนี้ประเทศไทยมีกว่า 40-50 เปอร์เซ็นต์ นอกนั้นก็จะเป็นนักลงทุนญี่ปุ่น เกาหลี สิงคโปร์ อย่างไรก็ตามจากพื้นที่3พันกว่าไร่ที่ให้นักลงทุนมาจับจอง ตอนนี้เหลือพื้นที่แค่20เปอร์เซ็นเท่านั้น
สำหรับเส้นทางรถไฟลาว-จีน ยาว 422.44 กิโลเมตร มีสถานีรถไฟทั้งสิ้น 33 แห่ง เป็นสถานีรับ-ส่งผู้โดยสารที่อยู่รวมกับสถานีขนส่งสินค้าในที่เดียวกัน 11 แห่ง ประกอบด้วย สถานีสินค้าเวียงจันทน์ใต้สถานีนครหลวงเวียงจันทน์ สถานีโพนโฮง สถานีวังเวียง สถานีกาสี สถานีหลวงพระบาง สถานีเมืองงาสถานีเมืองไซ สถานีนาหม้อ สถานีนาเตย สถานีบ่อเต็น และมีสถานีหลัก 5 แห่ง คือนครหลวงเวียงจันทน์ , วังเวียง , หลวงพระบาง , นาเตย และบ่อเต็น ที่เหลือเป็นสถานีขนส่งสินค้าเพียงอย่างเดียว 21 แห่ง และมีสถานีขนส่งสินค้าเฉพาะอีก 1 แห่งอยู่ในนครหลวงเวียงจันทน์
ข่าว- สุริยา ปะตะทะโย
ภาพ- กวินทรา ใจซื่อ
ศูนย์ข่าวเนชั่นภาคอีสาน สำนักข่าวเนชั่น