ตร.ไซเบอร์ บุกทลายกลุ่มหลอกระดมทุน Northern Lawyer ตรวจค้น 5 เป้าหมาย กลางเมืองเชียงใหม่ จับ 2 ผู้ต้องหา อ้างกำไรสูง 180 เปอร์เซ็นต์ เหยื่อ 9 หมื่นราย เงินหมุนเวียนกว่า 1,400 ล้านบาท ผบช.สอท.เตือน เป็นไปไม่ได้กับโลกความเป็นจริง สั่งขยายผลไล่ล่าผู้ร่วมขบวนการที่เหลือ

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี( ผบช.สอท.)  แถลงผลปฎิบัติ “ตำรวจไซเบอร์เปิดยุทธการตัดวงจรความเสียหายขบวนการหลอกระดมทุน นอร์ทเทิร์น ลอว์เยอร์ (Northern Lawyer) โดยการชักชวนให้ผู้เสียหายร่วมลงทุนออนไลน์

โดยคดีนี้สืบเนื่องมาจากตำรวจไซเบอร์สืบสวนทราบว่า บริษัท นอร์ทเทิร์น ลอว์เยอร์ จำกัด มีพฤติการณ์การโฆษณาชักชวนให้ประชาชนทั่วไปทางสื่อสังคมออนไลน์ให้มาสมัครไปสมาชิกในลักษณะการระดมทุน ซึ่งอ้างว่าจะนำเงินของสมาชิก ไปลงทุนต่างๆ เช่น ซื้อขายทรัพย์สินดิจิทัล หรือ คริปโตเคอร์เร้นซี่ (Cryptocurrency) , ซื้อขายเงินตราต่างประเทศ หรือ ฟอร์เร็กซ์ (Forex) , ซื้อขายทองคำ , ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ , ซื้อขายรถยนต์มือสอง และค้าอัญมณี โดยจะให้ผลตอบแทนแก่สมาชิกในอัตราสูงสุดถึงร้อยละ 180 ต่อปี พบว่าเปิดดำเนินการมาได้ 11 เดือนแล้ว มีจัดสัมนาชักชวนหาสมาชิกทุกสัปดาห์

ปิด "Northern Lawyer" ขบวนการหลอกระดมทุน กว่า 1,400 ล้าน

สำหรับการลงทุนจะแบ่งเป็นแพ็กเกจ คือ เริ่มต้นลงทุนที่ 4,000 บาท ครบ 10 เดือน รับผลตอบแทน 6,000 บาท ไล่เรียงไปตามจำนวนเงินลงทุน ไปจนถึงแพ็กเกจสุดท้าย ลงทุนสูงสุดที่ 400,000 บาท ครบ 10 เดือน ได้รับผลตอบแทนถึง 600,000 บาท จึงมีสมาชิกสนใจเข้าร่วมลงทุนในแพ็กเกจต่างๆ กว่า 90,000 คน มีเงินหมุนเวียนกว่า 1,400 ล้านบาท 

แต่ไม่ได้นำเงินของสมาชิกไปลงทุนหรือทำธุรกิจตามที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด ซึ่งเป็นการหลอกลวงลงทุนในลักษณะของแชร์ลูกโซ่ ถือเป็นความผิดตามกฏหมาย จึงรวบรวมพยานหลักฐานจนศาลจังหวัดเชียงใหม่อนุมัติหมายจับ

ปิด "Northern Lawyer" ขบวนการหลอกระดมทุน กว่า 1,400 ล้าน

ปิด "Northern Lawyer" ขบวนการหลอกระดมทุน กว่า 1,400 ล้าน

ปิด "Northern Lawyer" ขบวนการหลอกระดมทุน กว่า 1,400 ล้าน

กระทั่งในวันที่ 28 มิถุนายนที่ผ่านมา ตำรวจไซเบอร์ได้เปิดปฏิบัติการเพื่อตัดวงจรความเสียหายของเครือข่ายนี้โดยเข้าตรวจค้นเป้าหมายในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ รวม 5 แห่ง ประกอบด้วยอำเภอเมืองเชียงใหม่ 2 แห่ง และอำเภอสันทราย 3 แห่ง จับกุมผู้ต้องหาได้ 2 คน คือ นางสาวดารารัตน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 46 ปี กรรมการผู้จัดการบริษัท และนางสาวเกวรินทร์ (สงวนนามสกุล) อายุ 56 ปี ทำหน้าที่เป็นวิทยากรชักชวนสมาชิกมาร่วมลงทุน ทั้งหมดถูกดำเนินคดีข้อหา “ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ร่วมกันนำข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์” อีกทั้งจะดำเนินการตาม พ.ร.บ.ฟอกเงิน ด้วย

 

จากการตรวจค้นได้มีการตรวจยึดทรัพย์สินหลายรายการ ประกอบด้วยโฉนดที่ดิน 7 แปลง, รถยนต์หรู 2 คัน , กระเป๋าแบรนด์เนมกว่า 10 ใบ และอายัดเงินในบัญชีของกลุ่มผู้ต้องหาได้กว่า 16 ล้านบาท รวมมูลค่ากว่า 49 ล้านบาท ซึ่งตำรวจไซเบอร์จะขยายผลติดตามจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากยังมีผู้ร่วมก่อเหตุอีก 1 คน คือ นายรอสลี อายุ 48 ปี ยังอยู่ระหว่างหลบหนี

ปิด "Northern Lawyer" ขบวนการหลอกระดมทุน กว่า 1,400 ล้าน ปิด "Northern Lawyer" ขบวนการหลอกระดมทุน กว่า 1,400 ล้าน

พล.ต.ท.กรไชย กล่าวอีกว่า พฤติกรรมของเครือข่ายดังกล่าว เข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ ซึ่งเป็นการหลอกลวงให้ลงทุน แล้วจะได้ค่าตอบแทนจากการฝากเงินถึง 180% ซึ่งเป็นอัตราที่มากเกินจริง มองว่าเป็นไปไม่ได้ หากมีจริง ธนาคารทั่วโลกคงต้องล่มสลาย เพราะจะไม่มีใครไปฝากเงินกับธนาคาร จึงขอเตือนประชาชนให้ไม่หลงเชื่อ 

ขอเตือนกับผู้ที่คิดจะกระทำผิดลักษณะดังกล่าวในทุกแพลตฟอร์มด้วย หากกระทำจะต้องถูกจับกุมแน่นอน ถือเป็นภัยในโลกไซเบอร์ ที่ไปชักชวนคนที่มีเงินก้อนนี้ เป็นก้อนสุดท้ายให้เอามาลงทุน สุดท้ายก็ไม่ได้อะไรกลับคืนมา

โดยในกรณีนี้ ผู้ที่เข้าร่วมลงทุนส่วนมากก็มีฐานะดี แต่อาจเกิดจากความโลภ โดยมีการเช่าโรงแรมหรูทุกสัปดาห์เพื่อจัดสัมมนา อบรม พรีเซนต์ให้ข้อมูล 

ปิด "Northern Lawyer" ขบวนการหลอกระดมทุน กว่า 1,400 ล้าน

ทั้งนี้ ยังไม่มีผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์ แต่ตำรวจไซเบอร์ได้ตรวจสอบพบและดำเนินการจับกุมทันที ซึ่งหลังจากนี้ผู้เสียหายสามารถเข้ามาร้องทุกข์ต่อกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยีได้ หรือแจ้งผ่านช่องทางสายด่วน 1441

อยากฝากเตือนประชาชนว่าอย่าหลงเชื่อกลุ่มคน หรือบริษัทใดก็ตาม ที่อ้างว่าสามารถนำเงินไปบริหารจัดการลงทุน และให้เงินปันผลตอบแทนที่คุ้มค่า เพราะไม่มีธุรกิจใดที่จะทำให้ได้ผลกำไรตอบแทนมาโดยง่าย หากพบกลุ่มบุคคลหรือบริษัทใดที่มีพฤติการณ์ในลักษณะกล่าว ให้แจ้งมายังตำรวจไซเบอร์ได้ทันที เพื่อดำเนินการตรงจสอบต่อไป

 

ด้าน พ.ต.อ.จิรัฏฐ์ จึงภัทรนิษฐ์ ผู้กำกับการวิเคราะห์ข่าวฯ บก.สอท.4  เปิดเผยถึงเส้นทางการเงินของเครือข่ายนี้ว่า จากการตรวจสอบ พบว่า เมื่อสมาชิกหลงเชื่อโอนเงินมาลงทุนผ่านการโอนเข้าบัญชีธนาคาร หลังจากนั้นจะมีการนำเงินดังกล่าวตั้งโปรแกรมโอนอัตโนมัติให้สมาชิกคนเก่าบางส่วน ส่วนเงินที่เหลือ จะแบ่งไปจัดสัมมนา จัดอบรม และโอนเข้าบัญชีส่วนตัวของ นางสาวดารารัตน์ และนางสาวเกวรินทร์ 

โดยพบว่านำไปซื้อทรัพย์สิน และอสังหาริมทรัพย์ นอกจากนี้ ยังมีเงินอีกส่วนที่ถูกโอนเข้าบัญชีของนายรอสลี ซึ่งเป็นผู้ต้องหาอีก 1 รายที่ร่วมขบวนการนี้ โดยขณะนี้ นายรอสลี ยังคงหลบหนีอยู่

logo-pwa

เพิ่ม NationTV

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด