“ในปี 2543 สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ให้ 30,000 บาท เพื่อสร้างโรงเรือนให้สมาชิกใช้ทำงานและเป็นพื้นที่วางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ปัจจุบันเราก็มีตลาดเพิ่ม มีลูกค้าสั่งทางออนไลน์ โดยจะผลิตกันตามออเดอร์ของผู้สั่งซื้อ ทำให้ขายได้หมด ยอดขายโดยรวมของกลุ่มจะประมาณเดือนละ 10,000 กว่าบาท ทำให้สมาชิกมีรายได้เพิ่มจากการทำนา ทำสวน และเลี้ยงสัตว์” นางกิตติมา ถิ่นเกาะยาว กล่าว
เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2565 พล.อ.กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี ประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคใต้ พร้อมด้วยพล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท องคมนตรี รองประธานอนุกรรมการฯ นายสมศักดิ์ เพิ่มเกษร รองเลขาธิการ กปร. และคณะอนุกรรมการฯ ได้เดินทางลงพื้นที่จังหวัดกระบี่ เพื่อติดตามผลสัมฤทธิ์ และการขยายผลต่อยอดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อสร้างประโยชน์สุขแก่ราษฎร สนองพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
โดยคณะเดินทางไปยังโครงการฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าทุ่งทะเลฯ โอกาสนี้คณะได้เยี่ยมชมกิจกรรมในโครงการประกอบด้วยการสาธิตการทอผ้า (กี่กระทบ) การจักสานเตยปาหนัน รวมทั้งผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ อาทิ น้ำมันหอมระเหยจากเสม็ดขาว น้ำผึ้งจากเกสรเสม็ดขาว พร้อมกันนี้ องคมนตรี ได้มอบพันธุ์ปูและปลา ให้ราษฎรในพื้นที่เพื่อนำไปขยายพันธุ์ต่อไป
อย่างไรก็ตาม ในการขยายผลนั้น เนื่องจากราษฎรในพื้นที่ยังขาดความรู้ความเข้าใจในการจัดตั้งกลุ่มอาชีพ และขาดช่องทางการตลาดแบบต่อเนื่องในการจำหน่ายสินค้า จังหวัดกระบี่จึงได้วางแผน จัดหาบุคลากรที่มีความรู้มาฝึกอบรมให้ความรู้และวิธีการบริหารจัดการกลุ่มอาชีพ ตลอดจนพัฒนาฝีมือในการออกแบบผลิตภัณฑ์ ทั้งงานจักสาน และงานทอผ้า ให้มีรูปแบบใหม่ ๆ ตรงตามยุคสมัยและความต้องการของผู้บริโภคมากขึ้น เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ พร้อมทั้งส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่เข้ามาสืบสานในงานฝีมือเหล่านี้ เพื่ออนุรักษ์ไม่ให้สูญหายไป รวมทั้งส่งเสริมช่องทางการตลาดด้วยการจัดอบรมการขายสินค้าออนไลน์ การนำแอปพลิเคชันมาช่วยในการส่งเสริมการขาย และการสร้างเพจสินค้าเป็นของกลุ่มฯ เพื่อเป็นช่องทางการจำหน่ายอีกด้วย