ครอบครัวทำพิธีฌาปนกิจศพร่างเด็กแล้ว ยันไม่ติดใจเอาความ ขณะที่สาธารณสุขจังหวัดพะเยา ยืนยันศพเด็กทารกไม่หาย แต่เป็นการสื่อสารคลาดเคลื่อน ขีดเส้นโรงพยาบาลเชียงคำตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงและรายงานผลให้เสร็จภายใน 3 วันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำอีก

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

                เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความคืบหน้า กรณีศพเด็กทารกหายไปจากรพ.เชียงคำ จังหวัดพะเยา โดยเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ มูลนิธิสยามรวมใจปู่อินทร์ จังหวัดพะเยา ที่เป็นผู้บันทึกคลิปไว้ เพราะได้รับการประสาน จาก ญาติผู้เสียชีวิต ให้ไปรับศพทารก จากโรงพยาบาล เพื่อไปประกอบพิธี ฌาปนกิจ ซึ่งได้เข้าไปรับศพทารก ในช่วงเวลา 08.00น. วันที่ 20 มิถุนายน แต่ปรากฏว่า ไม่พบศพเด็กทารก แต่จากการตรวจสอบพบ บันทึกรับศพเข้า แต่ไม่มีบันทึกรับศพออก จึงได้ติดตาม ว่าเกิดข้อผิดพลาดขึ้นตรงไหน และได้พา ญาติกลับเข้าไปตรวจสอบ ที่โรงพยาบาลอีกครั้งในวันเดียวกันเวลาประมาณ 22.00 น. โดยพบกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่พยายาม พูดคุยถ่วงเวลา จนเข้าไปยังห้องเก็บศพ ปรากฏว่าเจอ ศพทารก ที่อยู่นอกตู้เก็บศพ จึงตั้งข้องสังเกตว่ามีคนนำศพออกไป และพึ่งเอากลับเข้ามา

 

                 ล่าสุดช่วงบ่ายที่ผ่านมาครอบครัวตัดสินใจให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสยามรวมใจ ปู่อินทร์ จังหวัดพะเยาเป็นคนจัดการศพทารก นำไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนา โดยเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้นำพระไปรับศพทารกที่ห้องเก็บศพ โรงพยาบาลเชียงคำ และนำโลงศพขนาดเล็กของเด็ก ใส่ข้าวของเครื่องใช้ เสื้อผ้าเด็ก ขวดนม ของเล่นเด็ก เซ็นต์ชื่อรับศพถูกต้องตามขั้นตอนรับศพมาที่วัดบุญนาค ตำบล หย่วน อำเภอ เชียงคำ ตามประเพณีให้ครอบครัวรดน้ำศพสวดอภิธรรมก่อนเผาร่างประกอบพิธีกรรมทางศาสนา

สสจ.พะเยาขีดเส้นรพ.เชียงคำ3วันเคลียร์ปมศพหายให้จบ

 

            นายอุดม บุญปก อายุ60ปี ปู่ของทารกที่เสียชีวิต เปิดเผยว่า โดยทางครอบครัวไม่ติดใจสงสัยเรื่องที่ศพทารกหายออกจากห้องเก็บศพคาดว่าอาจจะเป็นการเข้าใจผิดระหว่างสื่อสารให้รปภ.ของโรงพยาบาลกับเจ้าหน้าที่กู้ภัยเป็นคนจัดการศพ ส่วนสาเหตุการตายเชื่อว่าแพทย์ดูแลดีที่สุดแล้วเพราะที่ผ่านมาตอน ตั้งครรภ์นั้นทารกมีสภาพร่างกายไม่แข็งแรงและมีปัญหาเกี่ยวกับปอดทำงานไม่ปกติ

สสจ.พะเยาขีดเส้นรพ.เชียงคำ3วันเคลียร์ปมศพหายให้จบ

              ด้าน นพ.ศุภชัย บุญอำพันธ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพะเยา เปิดเผยว่า ล่าสุดได้สั่งการให้ โรงพยาบาลเชียงคำ ตั้งคณะกรรมการสอบ ภายใน 3 วันแล้วให้รายงานข้อมูล เข้ามา จากการตรวจสอบข้อมูล เบื้องต้น พบว่า แม่ติดเชื้อโควิด 19 ตั้งแต่ตั้งครรภ์ได้2 เดือน ส่วนตัวเด็กไม่ได้ติดเชื้อโควิด19 แต่ คลอดก่อนกำหนด และมีความผิดปกติของหัวใจตั้งแต่กำเนิด ทางโรงพยาบาลช่วยเหลือสุดความสามารถ แต่เด็กก็เสียชีวิตในเวลาต่อมา และยืนยันว่า ศพทารกไม่ได้หายไป

               ทั้งนี้ น่าจะเป็นเรื่องของการสื่อสาร เบื้องต้นตอนเด็กเสียชีวิต และปกติ ทางห้องเก็บศพของโรงพยาบาล มี การจัดการเรื่องของ ฌาปนกิจ ให้อยู่แล้ว แต่ขึ้นอยู่กับความสมัครใจของครอบครัว ซึ่งทางพ่อก็ได้ ไปปรึกษาแม่ โดยตกลง ราคา กันกับ เจ้าหน้าที่ แต่ ปู่ หรือ ลุง ก็ได้ไปติดต่อกับ กู้ภัย ให้มาช่วย ฌาปนกิจ ศพทารก และกู้ภัยก็เข้ามาเช้าวันถัดไป และทำให้ รปภ. ที่รับช่วงต่อนั้นสื่อสารกันคลาดเคลื่อน โดยเตรียมเอาศพไป ทำพิธีทางศาสนา แต่ ผู้ที่ทำหน้าที่จัดการเกี่ยวกับศพ หรือ สัปเหร่อ ไม่มารับ เจ้าหน้าที่ก็เลย เอากลับมาที่ห้องเก็บศพ เหมือนเดิม จึงเกิดการเข้าใจผิดเกิดขึ้น

                เมื่อเกิดเหตุการณ์ ตามที่เป็นข่าว แต่ยืนยันว่า ศพทารกไม่ได้หายไป ซึ่งการตั้งคณะกรรมการสอบก็ไม่ตัดประเด็นที่ เจ้าหน้าที่กู้ภัยสงสัยทิ้ง ส่วนหลังจากนี้ ได้สั่งการให้โรงพยาบาล เพิ่มมาตรการในการดูแลศพผุ้เสียชีวิต ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก

สสจ.พะเยาขีดเส้นรพ.เชียงคำ3วันเคลียร์ปมศพหายให้จบ

 

------------------------------

ภาพ/ข่าว วสันต์ ปัญญาเรือน ศูนย์ข่าวภาคเหนือ สำนักข่าวเนชั่น