“ช่วยลดต้นทุนเกษตรกร” ครูวัยเกษียณผลิตปุ๋ยอินทรีย์จากมูลไส้เดือนดิน แทนการใช้ปุ๋ยเคมีที่มีราคาแพง แถมทำลายสิ่งแวดล้อม ทั้งยังเป็นการหารายได้เสริมในช่วงเกษียณ

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

ที่จังหวัดอุทัยธานี ปัจจุบันปุ๋ยเคมี ยังคงมีราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กระทบเกษตรกรทั้งชาวนา ชาวสวน และชาวไร่ อย่างหนัก จนต้องซื้อปุ๋ยเคมีเท่าที่จำเป็น และ หันมาใช้ ปุ๋ยอินทรีย์กันมากขึ้น เพื่อลดต้นทุนการผลิต อย่างปุ๋ยจากมูลไส้เดือนดิน ถือเป็นหนึ่งในปุ๋ยอินทรีย์ที่กำลังเป็นที่นิยมของกลุ่มเกษตรกรเป็นอย่างมาก นอกจากจะมีราคาถูกกว่าปุ๋ยเคมีตามท้องตลาดทั่วไปแล้ว ยังถือเป็นปุ๋ยอินทรีย์ ที่ดีต่อทั้งคนทั้งธรรมชาติ และให้สารบำรุงพืชผลผลิตต่างๆได้ดีไม่แพ้ปุ๋ยเคมี

ส่งผลให้ช่วงนี้ ผู้ผลิตปุ๋ยจากมูลไส้เดือนดิน มียอดการสั่งซื้อ มูลไส้เดือน เพิ่มมากขึ้นกว่าที่ผ่านมา ประกอบกับได้มีการพัฒนามูลไส้เดือนดินให้เป็นเมล็ดปุ๋ยเพื่อใช้หว่านในนาข้าว และพืชสวน พืชไร่ ได้สะดวกมากยิ่งขึ้น “ต๊อกแต๊กฟาร์ม ไส้เดือน ดิน” แหล่งผลิตมูลไส้เดือน ปุ๋ยอินทรีย์ และดินพร้อมปลูก ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ 3 ตำบลน้ำซึม อำเภอเมืองจังหวัดอุทัยธานี ซึ่งฟาร์ม ที่เพาะเลี้ยงไส้เดือน ดินเพื่อทำมูลขายจนประสบผลสำเร็จ จากฝีมืออดีตข้าราชการครูชาวอุทัยธานี วัย 67 ปี ที่ใช้ชีวิตหลังเกษียณ เลี้ยงไส้เดือนดิน นำมูลมาใช้ใส่พืชผักสวนครัวในบ้านตนเอง ก่อนแบ่งขายให้กับผู้ที่สนใจการใช้ปุ๋ยชีวภาพ มานานถึง 6 ปี ล่าสุดยังได้ต่อยอดพัฒนาทำเป็นปุ๋ยอินทรีย์ที่ได้จากมูลไส้เดือน ที่สามารถนำไปใช้ทดแทนปุ๋ยบำรุงนาข้าว และพืชสวน พืชไร่ได้ดีไม่แพ้ปุ๋ยเคมี แต่มีราคาที่ถูกกว่าเป็นเท่าตัว

นางณัฐกมล แก้วเทศ อายุ 67 ปี ครูเกษียณรายนี้ เล่าว่า ตนเป็นข้าราชการครูมาก่อน พอเกษียณอายุราชการ และอยู่บ้านเลี้ยงหลาน ด้วยความที่เห็นเพื่อนพูดถึงการเลี้ยงไส้เดือน ว่ามีประโยชน์เยอะมากและได้ชวนไปศึกษาดูงานการเลี้ยงไส้เดือนดิน ก็เกิดความคิดที่จะทำมูลไส้เดือนดินตรงนี้ขึ้นมา เพื่อหวังจะช่วยเกษตรกรที่อยากจะลดการใช้สารเคมี เพราะปุ๋ยอินทรีย์ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม โดยเริ่มเพาะเลี้ยงไส้เดือนดินจาก 1 บ่อ จนมาเป็น 10 บ่อในปัจจุบัน บ่อหนึ่งจะมีไส้เดือนอยู่ประมาณ 2- 3 พันตัว แต่ละวันก็จะสลับสับเปลี่ยนในการเก็บมูลไส้เดือน เพื่อนำมูลที่ได้นี้บรรจุลงกระสอบขาย รวมไปถึงการนำมูลไส้เดือนนี้ไปทำดินพร้อมปลูกด้วย มูลไส้เดือนดิน 

สามารถนำไปใช้ใส่บำรุงได้ทั้งพืชผักสวนครัว ไม้ดอกไม้ประดับ และพืชไร่ พืชสวน โดยเฉพาะสวนทุเรียนที่ตอนนี้ได้มีเจ้าของสวนทุเรียนทดลองนำมูลไส้เดือนดินไปใส่ ก็พบว่าสามารถช่วยทำให้ต้นทุเรียนเติบโตดีมาก แต่หลักๆตอนนี้ เกษตรหันมาใช้ปุ๋ยจากมูลไส้เดือนดินในสวนยางพารา ไร่อ้อย และนาข้าว รวมทั้งยังเป็นที่นิยมของกลุ่มผู้ปลูกกัญชา บอนสี และแคนตัส ซึ่งจะมียอดสั่งซื้อเข้ามาครั้งละกว่า 100-300 กิโลกรัม

และตอนนี้ได้มีการปลดล็อก การปลูกกัญชา กลุ่มผู้ที่ปลูกต้นกัญชาก็ได้มีการสั่งจองมูลดินแบบผงและแบบเม็ดกันเข้ามาอย่างต่อเนื่องแล้ว เพราะหลังจากที่ได้ทดลองนำไปใส่ต้นกัญชาแล้วสามารถให้ผลผลิตดีต้นกัญชาเจริญงอกงาม สำหรับการเลี้ยงไส้เดือนดินนั้นมีขั้นตอนไม่ยุ่งยาก แต่จะเน้นการดูแลใส่ใจเรื่องความชื้นเป็นหลัก เริ่มจากการนำขี้วัวนมล้วนๆไม่มีการผสมดิน มาแช่และล้างน้ำ 3 ครั้ง จากนั้นนำขี้วัวนมตากให้แห้งพอประมาณ เพราะหากความชื้นมากเกินไปไส้เดือนจะตาย ก่อนนำมาใส่ในวงบ่อที่เตรียมไว้ และนำไส้เดือนดินใส่ลงไปในวงบ่อที่ใส่ขี้วัวนมดังกล่าว แล้วแค่รอเวลาให้ไส้เดือนอาศัยอยู่และถ่ายมูลออกมา 


ซึ่งการเก็บมูลไส้เดือนนั้นจะสังเกตได้จากมูลไส้เดือนจะเป็นเกร็ดสะท้อนแสงอยู่บนหน้าดิน ซึ่งหลักๆแล้วไส้เดือนนั้นจะขึ้นมาถ่ายมูลในช่วงเวลากลางคืน และหมกอยู่ในที่ใต้มูลวัวนมในช่วงเวลากลางวัน หลังจากที่ตักมูลไส้เดือนมาแล้ว ก็นำมากรองมูลไส้เดือนและตัวไส้เดือนออกจากกัน มูลไส้เดือนที่ได้นั้นจะนำมาตากแห้งในที่ร่มให้ได้ความชื้นที่พอเหมาะ ต้องไม่แห้งหรือชื้นจนเกินไป ก่อนนำไปบรรจุลงในกระสอบ 

 

ส่วนไส้เดือนที่กรองออกจากมูลแล้วก็นำไปเลี้ยงไว้ในวงบ่อใหม่อีกครั้ง มูลไส้เดือนนั้นจะแบ่งบรรจุเป็น 2 ขนาดเพื่อให้ตรงต่อความต้องการของผู้ซื้อ ขนาดบรรจุ 10 กิโลกรัม ขายราคา 180 บาท ขนาดบรรจุ 20 กิโลกรัม กระสอบละ 350 บาท สวนปุ๋ยแบบอัดเม็ด กระสอบละ 500 บาท ซึ่งประมาณไว้ว่า 1 กระสอบจะสามารถใช้หว่านในพื้นที่นาข้าวได้ประมาณ 2 ไร่ เพราะปุ๋ยจากมูลไส้เดือนนั้นมีธาตุอาหารมาก ครูณัฐกมล บอกด้วยว่า หลักๆตอนนี้รายได้ที่ได้จากการขายมูลไส้เดือนดินและดินพร้อมปลูก และปุย๋หลายหมื่อนหมื่นบาทต่อเดือน ซึ่งเป็นรายได้ในยามว่างงานในวัยเกษียณเลยทีเดียว