อีกทั้งจากแนวทางสืบสวนยังพบว่า แม้จะเกิดเรื่องสะเทือนใจ แต่นายปิยบุตร กลับไม่มีท่าทีสลดหรือสำนึกในความผิดของตัวเอง ยังคงมีพฤติกรรมลักษณะดังกล่าวเช่นเดิม ล่อลวงเด็กสาวในกลุ่มคอสเพลย์ คนอื่นๆ ให้ส่งภาพโป๊เปลือยโชว์ของสงวนมาให้ จากนั้นก็จะบันทึกภาพไว้ แล้วนำไปหาผลประโยชน์ให้ตนเอง ซึ่งถือเป็นภัยร้ายต่อสังคม และ เยาวชน เจ้าหน้าที่จึงเร่งแกะรอยสืบหาพยานหลักฐาน จนนำมาสู่การเข้าจับกุมตัวได้พร้อมของกลาง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสอบสวนช่วงแรก นายปิยบุตร ให้การภาคเสธรับเพียงว่า เก็บคลิปภาพเด็กสาวในโทรศัพท์จริง แต่เป็นเด็กสาวที่เคยพูดคุยกัน หรือแฟนสาว รวมไปถึง ภาพที่บันทึกมาจากทวิตเตอร์ต่างๆ เพราะเป็นคนชอบสะสมภาพสาวแต่งคอสเพลย์ ไม่ได้มีการข่มขู่หญิงสาวเหล่านั้นแต่อย่างใด จนภายหลังจึงยอมรับว่า เคยมีการข่มขู่เหยื่อว่าจะเอาภาพไปปล่อยตามสื่อสังคมออนไลน์จริง
รายงานข่าวแจ้งว่า จากการตรวจสอบข้อมูลภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ พบคลิปวิดีโอลามกอนาจารของเด็กสาวอายุต่ำกว่า 15 ปี จำนวนมาก นอกจากนี้จากการตรวจสอบข้อมูลการสนทนาแอปพลิเคชั่นต่างๆ ภายในโทรศัพท์ของผู้ต้องหาพบ หลักฐานว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำให้เหยื่อฆ่าตัวตาย อย่างไรก็ตามจากแนวทางสืบสวน เจ้าหน้าที่พบว่าการกระทำของผู้ต้องหารายนี้ส่งผลให้มีเหยื่อเด็กสาวตัดสินใจฆ่าตัวตายแล้วจำนวน 2 ราย
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหา “ครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็กเพื่อแสวงหาประโยชน์ในทางเพศสำหรับตนเองหรือผู้อื่น” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 287/1 ระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามความผิดซึ่งหน้าก่อนนำตัวส่ง พนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปคม. ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป