สำหรับประการสุดท้าย ซึ่งเป็นประเด็นที่ไทยให้ความสำคัญอย่างยิ่งคือ การตีตราและการเลือกปฏิบัติต่อผู้ติดเชื้อ ซึ่งต้องเร่งส่งเสริมให้เกิดความเข้าใจและดำเนินการ เพื่อยุติการเลือกปฏิบัติทุกรูปแบบ ทั้งในการให้บริการสุขภาพ สถานศึกษา ที่ทำงาน และชุมชน ตลอดจนต้องมีนโยบายและกฎหมายที่ไม่เลือกปฏิบัติ เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และประกันการเข้าถึงบริการที่จำเป็น
“การลดอัตราการติดเชื้อเอชไอวี ในกลุ่มเยาวชนคนหนุ่มสาว การลดการตีตราและการเลือกปฏิบัติ ไปจนถึงการพัฒนาระบบสาธารณสุขและหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าสำหรับทุกประเทศในโลก เพื่อรักษาผู้ป่วยอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมเป็นประเด็นที่สำคัญที่สุด การที่ประเทศไทยได้เป็นประธาน UNAIDS PCB ในปี 2565 ผมได้สื่อสารเป้าหมายนี้อย่างครบถ้วน และในที่ประชุมต่างก็เห็นด้วย เราหวังว่า ในปี 2030 หรืออีก 7-8 ปีข้างหน้า เราจะไม่ต้องมาพูดในเรื่องนี้อีก เพราะหวังว่าวันนั้นปัญหาโรคเอดส์ได้ยุติลงแล้ว”นายอนุทิน กล่าว
น.ส.ไตรศุลี กล่าวต่อ การประชุม UNAIDS PCB ครั้งที่ 50 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21-24 มิ.ย. ที่สำนักงานใหญ่ WHO นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส มีผู้เข้าร่วมประชุมจากประเทศสมาชิก 22 ประเทศ หน่วยงานที่เป็นผู้สนับสนุน 11 องค์กรและภาคประชาสังคม หรือ NGOs ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากทั่วโลกเพื่อนำเสนอเป้าหมาย และผลการดำเนินงานด้านการยุติเอดส์ให้ได้ในปี 2030 โดยหลังการประชุมครั้งนี้แล้ว จะมีการประชุมอีกครั้งระหว่างวันที่ 13-15 ธ.ค. 2565 ที่ประเทศไทย