- กรณีพ้นระยะเวลาที่กำหนดไว้ในใบเตือน และยังไม่มาชำระค่าปรับ นอกจากส่งข้อมูลไปยังกรมการขนส่งทางบกเพื่อดำเนินการตามมาตรการงดออกเครื่องหมายการเสียภาษีประจำปี พนักงานสอบสวนจะออกหมายเรียกผู้ต้องหาเพื่อให้มาชำระค่าปรับ
- หากไม่มาพบตามหมายเรียกทั้ง 2 ครั้ง พนักงานสอบสวนจะยื่นคำร้องขออนุมัติศาลในเขตพื้นที่เพื่อออกหมายจับ
- ถูกออกหมายเรียกหรือหมายจับ ผู้ต้องหาจะถูกแจ้งข้อกล่าวหา ตามข้อหาที่ผู้ต้องหากระทำผิดตามใบสั่ง และความผิดข้อหาตามมาตรา 155 ที่ระบุว่า ผู้ใดไม่ปฏิบัติตาม มาตรา 141 (ชำระค่าปรับในเวลาที่กำหนดในใบสั่ง) โดยไม่มีเหตุอันสมควร
- ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท
- ผู้ต้องหาต้องเดินทางมาพบพนักงานสอบสวนด้วยตนเองที่สถานีตำรวจที่ออกหมายเรียก / หมายจับ ไม่สามารถชำระผ่านช่องทางต่างๆ
- เมื่อออกหมายจับแล้วจะส่งผลกระทบในการดำเนินชีวิตหลายเรื่อง ตำรวจจะประสานฝ่ายปกครอง ทำให้ผู้กระทำผิดเสียสิทธิในการทำนิติกรรมต่าง ๆ เพราะถูกนำชื่อไปสู่ทะเบียนกลาง ชื่อจะอยู่ในสารบบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่ว่าจะเดินทางไปที่ใดก็ตาม ตำรวจสามารถเข้าจับกุมได้
- กรณีที่ต้องการเดินทางออกนอกประเทศ ข้อมูลจะถูกส่งไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ทำให้เกิดความยากลำบากในการเดินทาง และมีชื่อในกองทะเบียนประวัติอาชญากร กระทบความเชื่อมั่นเมื่อต้องการสมัครงานใหม่
ใบสั่งค่าปรับจราจร ที่สามารถจ่ายผ่านช่องทางออนไลน์ หรือช่องทางจ่ายค่าปรับจราจรอื่นๆ ที่ไม่ใช่การไปจ่ายที่สถานีตำรวจด้วยตัวเอง เช่น การจ่ายค่าปรับจราจรที่เซเว่น หรือตู้ ATM ได้นั้น จะต้องเป็นใบสั่งอิเล็กทรอนิกส์ หรือการโดนใบสั่งค่าปรับจราจรจากการกระทำผิดกฎจราจรที่บันทึกโดยระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ที่จัดส่งไปที่บ้านเท่านั้น
ไม่ว่าจะเป็นใบสั่งจากกล้องจราจร ใบสั่งแบบเล่มที่ไม่ถูกยึดใบขับขี่ หรือใบเตือนทุกชนิดที่มีบาร์โค้ดและเครื่องหมาย PTM (Police Ticket Management) รวมถึงใบสั่งที่มีข้อความระบุว่า “สามารถชำระได้ที่ช่องทางของธนาคารกรุงไทย”
ซึ่งใบสั่งประเภทข้างต้น จะสามารถจ่ายค่าปรับความเร็วผ่านช่องทางออนไลน์ได้ แต่หากเป็นใบสั่งแบบทั่วไปที่เขียนด้วยลายมือจะไม่สามารถชำระค่าปรับผ่านช่องทางออนไลน์ได้ มีช่องทางที่สามารถจ่ายค่าปรับใบสั่งออนไลน์ได้ มีดังนี้
- เคาน์เตอร์ธนาคารกรุงไทย (KTB) ทุกสาขาทั่วประเทศ (ค่าธรรมเนียม 20 บาท)
- ตู้ ATM และ ADM (ตู้รับฝากเงินสดอัตโนมัติ) ธนาคารกรุงไทย (KTB) ทั่วประเทศ (ค่าธรรมเนียม 15 บาท)
- KTB netbank (Internet Banking) (ค่าธรรมเนียม 15 บาท)
- แอปฯ Krungthai NEXT (ไม่มีค่าธรรมเนียม)
- ที่ทำการไปรษณีย์ไทยทั่วประเทศ (ค่าธรรมเนียม 15 บาท)
- เคาน์เตอร์เซอร์วิสของ 7-11 (Counter Service) (ค่าธรรมเนียม 20 บาท)
- เคาน์เตอร์ CenPay ในเครือ CENTRAL Group (ค่าธรรมเนียม 20 บาท)
- ตู้บุญเติม (ยกเว้นตู้บุญเติมหน้า 7-11)
- หน่วยบริการรับชำระค่าปรับตามใบสั่งที่มีเครื่องหมาย PTM (Police Ticket Management)
- สถานีตํารวจที่ออกใบสั่ง หรือสถานีตํารวจท้องที่ทั่วประเทศ
ไม่จ่ายค่าปรับใบสั่งออนไลน์จะเป็นอะไรหรือเปล่า?
เสียค่าปรับจ่ายล่าช้าเพิ่ม
กรณีที่ไม่จ่ายค่าปรับใบสั่งจราจรออนไลน์ตามเวลาที่กำหนด หรือตามที่ได้ระบุไว้ในใบสั่ง จะมีค่าปรับล่าช้าเพิ่มสูงสุด 1,000 บาทต่อใบ และหากมีใบสั่งค้างชำระและเกินระยะเวลาจ่ายค่าปรับที่กำหนดหลายใบ อาจจะถูกปรับล่าช้าย้อนหลังทุกใบอีกด้วย
เสียค่าปรับไม่แสดงป้ายภาษี
แม้ว่าจะสามารถชำระภาษีรถยนต์ประจำปีได้ในกรณีที่มีใบสั่งออนไลน์ค้างจ่ายอยู่ เเต่จะไม่ได้รับหลักฐานการเสียภาษีรถยนต์ประจำปีตามปกติ แต่จะได้รับหลักฐานการเสียภาษีประจำปีชั่วคราวที่มีอายุ 30 วันแทน เพื่อให้นำไปใช้จ่ายค่าปรับที่ค้างชำระอยู่ให้เรียบร้อยก่อน และนำใบเสร็จกลับมารับเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจำปี หรือป้ายภาษี (ป้ายสี่เหลี่ยมติดหน้ารถ)
แต่หากยังไม่ชำระใบสั่งออนไลน์ที่ค้างชำระอยู่ และไม่ได้ไปเปลี่ยนป้ายภาษีตามที่กำหนด จะถือว่ามีความผิดจากการขับขี่รถโดยไม่แสดงเครื่องหมายการเสียภาษีประจำปีหรือป้ายภาษีรถยนต์ ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 11 และมาตรา 60 มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท
ถูกอายัดใบขับขี่
หากเคยโดนยึดใบขับขี่ และไม่ได้ไปเสียค่าปรับตามใบสั่งจราจรเพื่อขอรับใบขับขี่คืน สามารถเข้าทดสอบเพื่อขอรับใบขับขี่ใหม่ได้ เเต่จะไม่สามารถรับใบขับขี่ใหม่ได้ทันที รวมถึงจะไม่สามารถแจ้งความใบขับขี่หายเพื่อทำใบขับขี่ใหม่ได้
เนื่องจากจะยังมีรายชื่อค้างจ่ายใบสั่งอยู่ในระบบของกรมการขนส่งทางบกแม้ว่าจะผ่านไปหลายปีแล้วก็ตาม ทำให้ใบขับขี่ถูกอายัด และต้องชำระค่าปรับตามใบสั่งที่ค้างอยู่ให้เรียบร้อยก่อนเพื่อถอนอายัดใบขับขี่จึงจะขอรับใบขับขี่คืนได้
ถูกออกหมายจับ
หากยังไม่จ่ายใบสั่งปรับออนไลน์ และยังกระทำผิดอย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการออกหมายเรียกให้มาชำระค่าปรับใบสั่งที่ค้างอยู่ก่อน เเต่หากเจ้าของที่โดนใบสั่งยังเพิกเฉย ไม่ตอบรับหมายเรียก เจ้าหน้าที่จะพิจารณาออกหมายจับ และส่งฟ้องศาลต่อไปทันที
ตรวจสอบ “ใบสั่งออนไลน์”
ตรวจสอบได้ผ่านช่องทางใบสั่งจราจรออนไลน์สำหรับประชาชนได้ที่นี่ (คลิก)
- สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร (บก.02) หมายเลขโทรศัพท์ 1197 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือทาง Facebook และ Twitter 1197