ทั้งนี้มีสื่อบางสำนักรายงานว่า ปปช.กำลังรอข้อเท็จจริงจากศาลแพ่งเพื่อนำไปประกอบสำนวน ในคดีอาญาของ ปปช.ซึ่งต้องแยกกันระหว่างคดีแพ่งกับคดีอาญา ซึ่งเมื่อวานคดีฮั้วประมูลเดินหน้าไปแล้ว ตำรวจเรียกบริษัท พลวิศว์ เพื่อส่งฟ้อง แต่บริษัทพลวิศว์ ขอเลื่อนรอฟังผลคดีแพ่งวันนี้ ซึ่งเป็นคนละเรื่องกัน
นายนิพนธ์ กล่าวอีกว่า คดีในมือ ปปช. ก็ฟ้องผมตามมาตรา 157 คือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ไม่ใช่คดีทุจริต
“เมื่อ ปปช.สรุปสำนวนส่งให้อัยการ อัยการพิจารณาแล้วลงความเห็นว่า สำนวนไม่สมบูรณ์ 14 ประเด็น จึงตั้งกรรมการร่วมระหว่าง ปปช.กับอัยการ แต่ ปปช.ก็หาหลักฐานเพิ่มใหม่ไม่ได้ อัยการจึงเห็นว่า หลักฐานไม่เพียงพอ จึงสั่งไม่ฟ้อง และส่งสำนวนกลับคืนให้ ปปช.ไปแล้ว ขณะคดีอาญาสำนวนจึงอยู่ที่ ปปช. และอยู่ที่ ปปช.จะฟ้องเองหรือไม่ เป็นอำนาจของ ปปช.”
นายนิพนธ์ กล่าวอีกว่า ตนได้ร้องขอความเป็นธรรมไปยัง ปปช.และอัยการด้วย เนื่องจากมีหลักฐานใหม่ ปลัด อบจ.ไม่มีอำนาจเซ็นรับรถซ่อมบำรุง
“นายกฯอบจ.มอบหมายให้ปลัด อบจ.เซ็นรับงานได้เพียงมูลค่าไม่เกิน 1 ล้านบาท แต่รถซ่อมบำรุงมีมูลค่าถึง 50 กว่าล้าน ผมจึงทำเรื่องโต้แย้งขอความเป็นธรรมไปทั้ง ปปช.และอัยการ”
นายนิพนธ์ กล่าวอีกว่า ส่วนคดีอื่นๆที่เกี่ยวโยงกับเรื่องนี้ ทั้งฮั้วประมูล และอื่นๆ ตำรวจได้ทยอยสั่งฟ้องไปหมดแล้ว
ภาพ/ข่าว : วิกันดา ขันธ์แก้ว สำนักข่าวเนชั่น จ.สงขลา