สรุปว่า F-35 ตอบโจทย์ที่สุด ที่สำคัญยังมีเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพอากาศไทยกับกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกา ที่มีมาอย่างยาวนาน ซึ่งส่วนใหญ่เราใช้อุปกรณ์ทางด้านการบินของสหรัฐฯ จึงสามารถพัฒนาต่อยอดทำให้กองทัพอากาศมีความพร้อมในการป้องกันภัยคุกคามได้ในอนาคต สามารถเอา F-35 มาทดแทนที่จะปลดประจำการได้ทั้งหมด
โดยขณะนี้กองทัพอากาศต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ทำทุกอย่างให้เป็นไปตามข้อตกลงและเงื่อนไข แต่เงื่อนไขของการอนุมัติ เป็นเรื่องของทางสหรัฐฯ ไม่สามารถก้าวล่วงได้ แต่ความพร้อมของกองทัพอากาศ ที่จะปฏิบัติภารกิจกับ F-35 มีการเตรียมกำลังพลสถานที่ ถือว่ามีความพร้อมที่สุด
เมื่อถามว่า กองทัพอากาศถูกโจมตีว่าซื้อ F-35 มา 2 ลำแต่ไม่มีระบบอาวุธ / เสนาธิการทหารอากาศ กล่าวว่า Tor ค่อนข้างจะเป็นความลับ ซึ่งสเปคจากขั้นต้นที่กำหนดก็คือ ต้องการให้ระบบอาวุธของ F-35 ใช้งานกับระบบอาวุธที่มีอยู่ในปัจจุบันได้ เพราะเราก็มีของทันสมัยอยู่ นอกจากนี้เรายังมีข้อจำกัดเรื่องงบประมาณ ไม่สามารถซื้อเป็นแพ็คเกจใหญ่ได้ ในเบื้องต้นกว่าอากาศยานจะมา กว่าจะฝึก และพร้อมปฏิบัติภารกิจ อีกประมาณ 10 ปี ดังนั้นอาวุธอากาศยานอาจจะมีการพัฒนาไปอีกมหาศาล ทั้งเรื่องของไฮสปีด จรวดมิสไซล์หรือการโจมตีทางอากาศ เรามองว่าระบบอาวุธพัฒนาไปเร็วมาก หากไปกำหนดตอนนี้ อาจจะล้าสมัยและไม่คุ้มค่ากับงบประมาณ จึงมีการระบุว่า F-35 จะต้องใช้งานกับระบบอาวุธของกองทัพอากาศที่มีอยู่ได้
"ขอย้ำว่างบประมาณในการจัดซื้อ F-35 ถ้าหากได้ ก็เป็นงบประมาณของกองทัพอากาศ งบประมาณปี 2566 จำนวนกว่า 700 กว่าล้านบาท ในการที่จะเริ่มต้นโครงการ เช่น ปรับปรุงสถานที่ อุปกรณ์สนับสนุนการบิน และอาจจะเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องบิน ซึ่งอาจจะไม่ต้องจ่ายทั้งลำก็ได้ แต่ถ้าเริ่มต้นช้าก็อาจต้องยืดเวลาออกไป และอาจจะทบทวนโครงการอีก ซึ่งครั้งนี้ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีที่สุดที่ ผบ.ทอ. ได้ให้คณะทำงานมาวิเคราะห์ และมีการสัมมนาทางด้านยุทธการ ระดมผู้เชี่ยวชาญของกองทัพอากาศทั้งหมด ด้วยการวิเคราะห์สถานการณ์ทางด้านความมั่นคง และการเมืองทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงในอนาคต สรุปเป็นแนวทาง จึงเกิดโครงการนี้ขึ้นมา ซึ่งหากไม่ผ่านในงบประมาณปี 2566 ก็ต้องยื่นต่อในงบประมาณปี 2567 เพราะเป็นโครงการที่จะมาทดแทนในสิ่งที่เรากำลังจะขาด และวิเคราะห์ว่าจะมีปัญหาในอนาคตแน่นอน ไม่ได้สร้างใหม่ในสิ่งที่เรามีอยู่ให้เกินเลย”