เบื้องต้น เด็ก และแม่ อยู่ในความคุ้มครองของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จากการสอบสวน พบว่า ผู้จ้างวานให้อุ้มบุญเป็นชาวต่างชาติ ซึ่งทำเป็นขบวนการมานานแล้ว แต่จากสภาวะโควิด-19 ทำให้แม่อุ้มบุญที่จะเดินทางไปต่างประเทศมีข้อจำกัด ทำให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้มากขึ้น ง่ายต่อการขยายผลการสอบสวนต่อไป
ทั้งนี้ จากการรวบรวมข้อมูลคดีอุ้มบุญที่ผ่านมา DSI พบมีเด็กจากการอุ้มบุญผิดกฎหมาย เกิดมาแล้ว 19 ราย ส่วนใหญ่ผู้จ้างวานเป็นชาวเอเชีย ซึ่งขบวนการรับอุ้มบุญผิดกฎหมาย ส่งผลต่อความเชื่อด้านการแพทย์ของไทย จึงจำเป็นต้องมีการควบคุมอย่างเข้มงวด และเห็นด้วยกับ สบส.ที่แก้ไข พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ การให้บริการอุ้มบุญทางการแพทย์ของไทย พบว่า มีอัตราความสำเร็จตั้งครรภ์สูงถึงร้อยละ 45 มีการให้บริการทำเด็กหลอดแก้ว กว่า 20,000 รอบต่อการรักษา ผสมเทียมกว่า 12,000 รอบ มีการพัฒนาระบบเพื่อส่งเสริมสถานพยาบาลที่ให้บริการด้านเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ รวม 104 แห่งและพิจารณาอนุญาติให้ดำเนินการตั้งครรภ์หรืออุ้มบุญอย่างถูกกฎหมาย 584 ราย สร้างรายได้ให้ประเทศกว่า 4,500 ล้านบาท