background-defaultbackground-default
กลุ่มวัยรุ่นพร้อมอาวุธบุกบ้านคู่อริรุ่นพ่อหลังมีเรื่องในงานบุญบั้งไฟ

กลุ่มวัยรุ่นพร้อมอาวุธบุกบ้านคู่อริรุ่นพ่อหลังมีเรื่องในงานบุญบั้งไฟ เจ้าของบ้านได้เดินทางมาแจ้งความให้ดำเนินคดี ตำรวจเตรียมเชิญตัวคู่กรณีมาสอบปากคำ

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

จากกรณีเพจอยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทริน์ part 3 ได้โพสต์คลิปพร้อมกับข้อความว่างานบุญที่มีคนบาปมาร่วมงาน..ตีกันได้ตลอดพวกบาป เหตุเกิดบ้านศรีเจริญอำเภอเพ็ญอุดรธานี 28 พฤษภาคม 2565 มีการจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟประจำปีเหตุการณ์มีการกระทบกระทั่งกันที่งานและมีกลุ่มวัยรุ่นมากกว่า 10 คนบุกรุมทำร้ายคนถึงบ้านในบ้านมีเด็ก 2 ขวบและผู้หญิง กลุ่มวัยรุ่นมีมีดไม้ยาวไว้เป็นอาวุธครบมือขว้างปาขวดเข้ามาในบ้านและยังบุกเข้ามาในพื้นที่ในรั้วบ้าน 


 
ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปบ้านเลขที่ 75 ม.14 บ้านศรีเจริญ ต.จอมศรี อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี พบกับนางสำรอง ผังขันธ์ อายุ 52 ปี หรือเผือก ภรรยาเจ้าของบ้าน กำลังเก็บกวาดเศษแก้วขวดแตก หลังถูกกลุ่มวัยรุ่นในหมู่บ้านและหมู่บ้านใกล้เคียงประมาณ 10 กว่าคน ที่มีอายุระหว่าง 15-18 ปี ที่อาวุธครบมือ มีทั้งไม้ ทั้งขวด และอาวุธปืนหวังเข้าไปทำร้ายนายผอง ผังขันธ์ หรือน้อย อายุ 53 ปี เจ้าของบ้าน  

กลุ่มวัยรุ่นพร้อมอาวุธบุกบ้านคู่อริรุ่นพ่อหลังมีเรื่องในงานบุญบั้งไฟ
 
โดยวัยรุ่นกลุ่มดังกล่าวตะโกนเรียกให้ออกมาเคลียร์ข้างนอกบ้าน และใช้ขวดทุบปาเข้าไปในบริเวณบ้านแตกเกลื่อนทั่วบริเวณหน้าบ้าน ขณะที่มีคนพยายามเข้าไปห้ามปราม แต่กลุ่มวัยรุ่นผู้ก่อเหตุไม่ยอมฟังเสียง ชาวบ้านที่ผ่านมาเห็นเหตุการณ์ได้ใช้โทรศัพท์มือถือบันทึกคลิปเหตุการณ์ ก่อนมีคนโพสต์คลิปดังกล่าวลงในเฟซบุ๊ก เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 18.30 น. วันที่ 28 พฤษภาคมที่ผ่านมา 
 

นางสำรอง ผังขันธ์ หรือเผือก ภรรยาเจ้าของบ้าน เปิดเผยว่า มีกลุ่มวัยรุ่นประมาณ 13-14 คน บุกเข้ามาในบริเวณบ้าน พร้อมด้วยอาวุธไม้ ขวด และอาวุธปืน หวังเข้ามาทำร้ายสามีและคนในครอบครัว หลังจากมีการกระทบกระทั่งกันในขบวนแห่ฯ จนมีเรื่องชกต่อยกันกับสามีของตนในขบวนแห่บั้งไฟไปจุดที่วัดประจำหมู่บ้านตามประเพณี เมื่อวันที่28 พ.ค. ช่วงเวลา 15.30 น. แต่สามีของตนสู้กลุ่มวัยรุ่นไม่ได้ เนื่องจากกลุ่มวัยรุ่นมีจำนวนมากกว่า และกลุ่มวัยรุ่นยังไม่ยอมเลิกราพร้อมกับขี่รถจักรยานยนต์บีบแตรเสียดังขับวนเวียนอยู่หน้าบ้านกับร้องตะโกนบอกให้สามีของตนออกมาเคลียร์กันข้างนอกบ้าน แต่สามีของตนไม่ยอมออกมากลัวได้รับอันตราย 


 
“อดทนไม่ได้จึงออกมาคุยกับนายบอม อายุ 16 ปี ที่มีบ้านอยู่ห่างกันราว 100 เมตร ที่อยู่ในกลุ่มวัยรุ่นที่มีปัญหากันกับสามี แต่นายบอมพูดจาก้าวร้าว ทำให้ตนใช้มือตบไปที่ปาก 1 ครั้ง ทำให้นายบอม ไม่พอใจและไปเรียกกลุ่มเพื่อนมาบุกถล่มบ้าน ขณะเกิดเหตุนั้นได้ออกไปเอาวัวเข้าคอกไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์มีแต่สามี หลานๆ ลูกสะใภ้ที่กำลังตั้งท้อง และมีคนที่เห็นเหตุการณ์พยายามเข้าไปห้าม แต่กลุ่มวัยรุ่นไม่ยอมฟัง และมีพยานเห็นหนึ่งในกลุ่มวัยรุ่นถืออาวุธปืนพยายามยิงเข้ามาในบ้าน แต่ปืนไม่ลั่น และก็เกิดเหตุการณ์ตามคลิปที่มีคนในหมู่บ้านถ่ายเก็บเอาไว้ หลังเกิดเหตุตนได้เดินทางไปแจ้งความที่ สภ.เพ็ญ ไว้เป็นหลักฐานแล้ว และจะดำเนินคดีกับกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มนี้ให้ถึงที่สุด”  นางสำรอง กล่าว

กลุ่มวัยรุ่นพร้อมอาวุธบุกบ้านคู่อริรุ่นพ่อหลังมีเรื่องในงานบุญบั้งไฟ
 

นายผอง ผังขันธ์ หรือน้อย เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวได้ไปร่วมสนุกเต้นรำในขบวนแห่บั้งไฟกับชาวบ้านคนอื่น ยอมรับว่ามีอาการเมาเหล้า กลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวก็เต้นอยู่ใกล้ๆกัน มีการกระทบกระทั่งกัน จนถึงขั้นชกต่อย ตนเองถูกกลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บฟกช้ำตามร่างกายหลายแห่ง ตีกันอยู่ไม่นาน ต่างฝ่ายก็แยกย้ายกันไป พอตนเองกลับมาที่บ้าน กลุ่มวัยรุ่นก็ยกพวกมาที่บ้าน ร้องตะโกนเรียกที่หน้าบ้าน แต่ตนไม่ได้ออกไป เพราะเห็นว่ากลุ่มวัยรุ่นมากันหลายคน ตนเองไม่ได้ติดใจในการทะเลาะวิวาท ไม่ได้แจ้งความ มีแต่ภรรยาที่ไปแจ้งความข้อหาบุกรุกเท่านั้น 


 
ส่วนนางสมหมาย มาสุ่ม อายุ 48 ปี ผู้ถ่ายคลิปเหตุการณ์ เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุตนนั่งอยู่หน้าบ้านฝั่งตรงข้ามกับบ้านที่เกิดเหตุ ขณะนั้นตนก็มีอาการมึนเมาอยู่บ้าง และได้ถ่ายคลิปพร้อมกับเล่าเหตุการณ์ลงในคลิปด้วย แต่ก็ไม่รู้ว่าคนก่อเหตุมีใครบ้าง พร้อมกับร้องห้ามปรามทั้งสองฝ่าย แต่ก็ไม่มีใครยอมฟังเสียง จึงพลั้งปากพูดพาดพิงถึงผู้ใหญ่บ้านและผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แบบไม่ได้ตั้งใจ ขณะนั้นคิดเพียงว่าอยากให้ผู้ใหญ่บ้านและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาระงับเหตุให้เร็วเกรงว่าเรื่องจะบานปลายไปมากกว่านี้ แต่ก็พอทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้น เพราะกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุมีเรื่องชกต่อยกับสามีเจ้าของบ้าน ขณะแห่งบั้งไฟไปที่วัดประจำหมู่บ้าน 

กลุ่มวัยรุ่นพร้อมอาวุธบุกบ้านคู่อริรุ่นพ่อหลังมีเรื่องในงานบุญบั้งไฟ
 
ด้านนายสมคิด ตาลอินทร์ ผู้ใหญ่บ้าน บ้านศรีเจริญ เปิดเผยว่า ตอนเกิดเรื่องตนเองไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ แต่พอมันเกิดขึ้นแล้วก็ได้เข้าไปห้ามปราม พร้อมกับกำลังเจ้าหน้าที่ไประงับเหตุ ตนเองไม่สามารถตัดสินว่าใครผิดใครถูกได้ เมื่อมันเกิดขึ้นแล้วก็มีแต่คนถูกกันทุกฝ่ายไม่มีคนผิด ก็ขอให้เป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะเอาเรื่องก็ให้ไปแจ้งความ ตนเองพร้อมเป็นกลาง หากในเหตุการณ์มีลูกมีหลานของตนอยู่ในกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุ ก็ให้ดำเนินการไปตามกฎหมาย ส่วนที่ว่ามีการโพสต์คลิปเหตุการณ์ และมีการพาดพิงถึงตน จนทำให้ตนเสียหาย และจะดำเนินการตามกฎหมายเช่นกัน  


 
“อยากฝากถึงประชาชนทั่วไปที่ชื่นชอบการเล่นโซเชียล อยากให้มีความระมัดระวังด้วย เพราะว่าเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นคนก่อ แต่ได้รับความเสียหาย ส่วนวัยรุ่นที่ก่อเหตุมันเป็นเรื่องสุดวิสัย ซึ่งเจ้าหน้าที่ทำสุดความสามารถแล้วบุญประเพณีที่ดีงามของชาวบ้านต้องมามัวหมอง อยากฝากเรื่องนี้ให้คิดด้วยว่า อยากให้มีสติ เรื่องที่เกิดขึ้นก็เกิดขึ้นจากน้ำเมา มันเกิดความเสียหายต่อทุกฝ่ายว่างเว้นจากการจัดงานบุญบั้งไฟมาหลายปี เนื่องจากโควิด-19 งดจัดมาตั้งแต่ปี 2561 ปีนี้ตั้งใจจัดขึ้นโดยใช้เงินของหมู่บ้านเอง แต่ก็มาเกิดเหตุแบบนี้ขึ้นอีก อยากให้รักษาขนบธรรมเนียมที่ดีงามร่วมกัน และตั้งแต่ตนเป็นผู้ใหญ่บ้าน ไม่เคยมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นในงานบุญบั้งไฟ” ผญบ. กล่าว


  กลุ่มวัยรุ่นพร้อมอาวุธบุกบ้านคู่อริรุ่นพ่อหลังมีเรื่องในงานบุญบั้งไฟ
ด้าน พ.ต.ท.ณภัทร จูมวันทา รอง ผกก.สอบสวน สภ.เพ็ญ เปิดเผยว่า จากกรณีดังกล่าว ได้แยกเป็นสองส่วนหรือสองคดีความ ในส่วนแรกผู้ใหญ่บ้านได้รับความเสียหายที่ผู้ถ่ายคลิปไปพาดพิงถึงผู้ใหญ่บ้านและผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แล้วมีคนนำไปโพสต์ลงในโลกโซเชียล ทำให้ได้รับความเสียหายและเสื่อมเสียชื่อเสียง และผู้ใหญ่บ้านได้มาแจ้งความไว้เป็นหลักฐานที่โรงพักแล้ว ส่วนอีกคดีความที่กลุ่มวัยรุ่นถืออาวุธบุกรุกบ้านของชาวบ้านนั้น ซึ่งเจ้าของบ้านได้เดินทางมาแจ้งความให้ดำเนินคดีกับกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวเช่นกัน อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ทางตำรวจจะได้เชิญตัวคู่กรณีทั้งสองคดี มาสอบสวนปากคำ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภาพ/ข่าว - เศกสันติ กัลยาณวิสุทธิ์ สำนักข่าวเนชั่น จ.อุดรธานี

logo-pwa

เพิ่ม NationTV

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด