ผบช.น. พร้อมคณะ เข้าเยี่ยม มอบเงินกองทุนให้ครอบครัว“วิว”หนุ่มพลเมืองดี ขณะที่ “บุหลันดั้นเมฆ” ระบุ ร้านต้องปรับเปลี่ยนบุคลากร ขาดคนสำคัญไป ย้ำ ประเด็นช่วยเหลือล่าช้า เรื่องผ่านมาแล้ว ไม่อยากโทษใคร ควรหาแนวทางที่ดีขึ้น เพราะไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

จากเหตุการณ์หนุ่มคลั่ง ทำร้ายร่างกาย นายนพดล พิมพ์ดี หรือ วิว พนักงานรับรถ ร้านอาหารบุหลันดั้นเมฆ บนถนนพระราม 3 ปากซอย 60 ก่อนจะไปชิงแท็กซี่ขับหนีไป โดยที่นายนพดลเกาะท้ายรถ และถูกสะบัดตกแม่น้ำเจ้าพระยาเสียชีวิต โดยในวันนี้ทางครอบครัวได้จัดพิธีสวดพระอภิธรรมศพที่วัดด่าน ถ.พระราม 3

 

โดยบรรยากาศที่วัดด่าน ถนนพระราม 3 ทันทีที่ศพนายนพดลถึงวัด เจ้าหน้าที่ยกโลงศพขึ้นตั้งบนศาลา เตรียมสวดพระอภิธรรมในคืนแรกโดยไม่มีการรดน้ำศพเนื่องจากเป็นศพที่เสียชีวิตจากการจมน้ำ ท่ามกลางการเศร้าโศกของญาติและเพื่อน

 

จากนั้น พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสง รอง ผบช.น. และ ผกก.สน.บางโพงพาง เดินทางมอบเงินกองทุนในส่วนของกองบัญชาการตำรวจนครบาล ให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิต โดยมีพ่อนายนพดล และนายศักดา ถวัลย์วรกิจ เจ้าของร้านบุหลันดั้นเมฆ เป็นผู้รับมอบเงินส่วนนี้

ผบช.น.มอบเงินกองทุนให้ครอบครัว“วิว”พลเมืองดี

พล.ต.ท.สำราญ เปิดเผยว่า เงินกองทุนในส่วนนี้ บช.น. จัดสรรไว้สำหรับกรณีตำรวจปฏิบัติหน้าที่ และ พลเมืองดีที่ช่วยงานเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งนายนพดล เป็นบุคคลพลเมืองดีในเหตุการณ์ครั้งนี้ ที่พยายามช่วยสกัดจับคนร้ายขโมยรถแท็กซี่ จนต้องมาเสียชีวิตลง ทาง บช.น. จึงต้องการมอบเงินส่วนนี้เพื่อเป็นการช่วยเหลือดูแลทางครอบครัวผู้เสียชีวิตในเรื่องต่างๆ

 

ขณะที่อาการของผู้ก่อเหตุ ตอนนี้ยังคงโคม่า คาดมาจากการเสพสารเสพติดมากเกินไป และร่างกายได้รับการกระทบกระเทือน ขณะนี้เป็นตายเท่ากัน จากการกระแทกยังพักรักษาตัวอยู่ที่ รพ.ตำรวจ ซึ่งทางพนักงานสอบสวนจะรอให้ผู้ก่อเหตุอาการดีขึ้น และอายัดตัวสอบปากคำเพิ่ม พร้อมแจ้ง 3 ข้อหา คือ ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา  ลักทรัพย์เวลากลางคืน และ เสพสารเสพติด

ผบช.น.มอบเงินกองทุนให้ครอบครัว“วิว”พลเมืองดี

ด้าน นายศักดา เปิดเผยว่า การช่วยเหลือล่าช้าหรือไม่นั้น ไม่ควรวนเข้าประเด็นเก่า เป็นเรื่องที่ผ่านมาแล้ว ทุกคนเห็นเหตุการณ์แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น และควรต้องปรับเปลี่ยนอะไร เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นมาจากระบบที่ควรปรับเปลี่ยนจริงหรือไม่ ถ้าใช่ก็ควรหาแนวทางที่ดีขึ้น แต่ถ้าดีอยู่แล้วก็ปล่อยต่อไป หากมานั่งโทษกันเองไม่มีอะไรดีขึ้นมา จากเหตุการณ์นี้เป็นเหตุกาณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น

 

“หลังจากนี้ทางร้านต้องหาทางปรับเปลี่ยน เพราะการขาดบุคลากรสำคัญย่อมส่งผลต่อร้าน ซึ่งทุกคนในร้าน และลูกค้าที่เคยมาร้าน รักวิว ทุกคนเห็นอยู่แล้ว”