พ่อน้อง "วิว" หนุ่มพลเมืองดี -หุ้นส่วนร้าน-เพื่อนสนิท รับศพไปบำเพ็ญกุศล พ่อเสียใจ ขาดการติดต่อ หลังไปมีครอบครัวใหม่ นึกถึงความดี ชอบช่วยเหลือคนอื่น ขอให้ลูกไปอยู่ในภพภูมิที่ดี ด้านเพื่อนสนิท เผยช่วยเหลือแบบไม่คิดถึงตัวเอง ด้านหุ้นส่วนร้าน รับไม่มีใครมาแทนที่ได้

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

จากเหตุการณ์ นายปาน กรวิรัตน์ อายุ 39 ปี ชายคลั่งทำร้าย นายนพดล พิมพ์ดี หรือ วิว พนักงานรับรถของร้านอาหารบุหลันดั้นเมฆ ถนนพระรามสาม แขวงช่องนนทรี ก่อนที่จะลักรถแท็กซี่ขับหลบหนีไป โดยนายนพดลได้กระโดดเกาะติดท้ายรถไปด้วย กระทั่งผู้ก่อเหตุขับรถชนขอบสะพานพระราม3 ทำให้นายนพดล พลัดตกลงไปในน้ำเสียชีวิต

 

ต่อมาที่นิติเวช รพ.ศิริราช นายณัฐภาส พิมดี พ่อของผู้เสียชีวิต พร้อมด้วย นายธนพัฒน์ ชัยศิริ หรือเม่น หุ้นส่วนร้านที่ผู้ตายทำงานอยู่ และนายสิงห์โชค พลูผล ต๊ะเพื่อน อายุ27ปี เพื่อนของผู้ตาย ได้เดินทางเข้าติดต่อขอรับศพ นายนพดล เพื่อไปบำเพ็ญกุศลตามพิธีกรรมทางศาสนา

 

พ่อผู้ตายเปิดเผยว่า วันนี้มาติดต่อรับร่างของลูกชาย หลังได้รับการแจ้งจากทางน้องสาวว่าลูกชายได้เสียชีวิตลงแล้ว จึงเดินทางมาทำเรื่องรับศพ ส่วนความสัมพันธ์กับลูกชายนั้น เกิดที่คลองเตย ก่อนจะย้ายไปอยู่จ.ร้อยเอ็ด โดยมีปู่ย่าเป็นผู้ดูแล ส่วนตนเองและแม่ของวิว ทำงานอยู่ในกรุงเทพ ต่อมาหลังจากวิว อายุ4ขวบ ได้เลิกราภรรยา และส่งเสียลูกชายมาโดยตลอด

พ่อ“วิว”หนุ่มพลเมืองดีรับศพ ขอให้ลูกไปภพภูมิที่ดี

จนกระทั่งลูกชายอายุ 18 ปี จบการศึกษาชั้น ม.6 ได้รับลูกชายมาอยู่ด้วยกันที่กรุงเทพ ประกอบกับในช่วงนั้นตนมีครอบครัวใหม่ และเริ่มมีปัญหาด้านการเงินเพราะเศรษฐกิจไม่ดี จึงมีปากมีเสียงกัน ทำให้ลูกชายขอแยกตัวออกมาอยู่คนเดียว หลังจากนั้นก็ไม่ได้รับการติดต่อจากลูกชายอีกเลย แม้ว่าจะพยายามหาเบาะแสในช่วงตลอดเวลาที่ผ่านมา จนเมื่อ 5 ปีที่แล้วได้เบาะแสว่าลูกชายทำงานอยู่ที่ร้านอาหารแห่งนี้ แต่ก็ไม่ได้มีโอกาสเจอกัน จนมาทราบเรื่องดังกล่าว

พ่อ“วิว”หนุ่มพลเมืองดีรับศพ ขอให้ลูกไปภพภูมิที่ดี

"นิสัยส่วนตัวลูกชายเป็นคนเรียบร้อย และชอบช่วยเหลือคนอื่นอยู่เป็นประจำ ซึ่งคนในหมู่บ้านที่ต่างจังหวัดต่างรู้ดี  ความรู้สึกตอนนี้ผมอยากจะบอกลูกชายว่าให้ไปอยู่ในภพภูมิที่ดี อีกไม่นานพ่อคงได้ไปอยู่ด้วยกัน"

 

ซึ่งวันนี้หลังจากที่รับศพลูกชาย จะมอบร่างให้กับพี่ๆและเพื่อน เจ้าของร้านที่ทำงานเพื่อประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ส่วนตนในฐานะพ่อขอขอบคุณทุกคนที่ช่วยดูแลมาโดยตลอด

ขณะที่ นายสิงห์โชค  เพื่อนรุ่นน้องคนสนิทของผู้ตายเปิดเผยว่า ตนสนิทกับผู้ตายมาก รู้จักกับผู้ตายมาตั้งแต่สมัยที่ตัวเองยังเด็กๆ เพราะบ้านอยู่ใกล้กับร้านที่ผู้ตายทำงานอยู่ เป็นเพื่อนเที่ยวกันมาโดยตลอด ตอนทราบข่าวช่วงแรกรู้สึกตกใจมากๆ เพราะตอนที่ได้ข่าวมาคือรู้แค่ว่า มีคนร้ายขโมยรถแท๊กซี่ โดยมีพลเมืองดีเกาะท้ายรถตามไป แต่มารู้ภายหลังว่าพลเมืองดีคนนั้นคือพี่วิว ซึ่งหลังจากทราบว่าพี่วิวหายไป ส่วนตัวก็ทำใจไว้ส่วนหนึ่งแล้ว ว่าพี่วิวอาจจะไม่รอดชีวิตแล้ว เพราะคนแบบพี่วิวไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ต้องกลับบ้าน และครั้งนี้พี่เขาไม่กลับมาบ้านและไม่มีการติดต่ออะไรมาเลย จึงคิดว่าพี่เขาอาจจะไม่อยู่แล้ว

พ่อ“วิว”หนุ่มพลเมืองดีรับศพ ขอให้ลูกไปภพภูมิที่ดี

"นิสัยส่วนตัวทุกคนรู้ดีว่าพี่วิวเป็นคนที่ชอบช่วยเหลือคนอื่นมา ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตามแต่ ถ้ามีคนเดือดร้อนเรื่องเงินเดินมาขอบอกว่าลำบาก ถ้าพี่วิวมีเงินก็จะให้ทันที แต่ถ้าไม่มีก็จะพยายามหาให้ ไม่เคยทวงคืน ทุกคนในร้านจะรู้จักพี่วิวหมด ลูกค้าก็จำได้ ไม่เคยทะเลาะเบาะแว้งกับใคร ผมเคยเตือนหลายครั้งเรื่องการช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่คำนึงถึงตัวเอง ก่อนหน้านี้มีโจรเข้ามาขโมยของที่ร้าน พี่วิวก็เข้าไปต่อสู้ในลักษณะนี้เช่นเดียวกัน ผมก็เคยพูดว่าพอเถอะช่วยเหลือคนอื่นแบบสุดตัวแบบนี้ แต่พี่วิวก็ยังยืนยันที่จะช่วยเหลือเหมือนเดิม โดยบอกว่า “ที่ช่วยเหลือไป เพราะตัวเอง ก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร ก็ช่วยๆกัน”

พ่อ“วิว”หนุ่มพลเมืองดีรับศพ ขอให้ลูกไปภพภูมิที่ดี

ทางด้านนายธนพัฒน์  เปิดเผยว่า สำหรับวิว ทำงานกับตนมานานกว่า 13ปี อยู่กันแบบครอบครัว ไม่เคยทำให้ผิดหวัง ทำงานเกือบทุกอย่างในร้าน เป็นห่วงและเคยเตือนเขาเรื่องสุขภาพ เพราะเป็นคนทำอะไรทำเต็มที่ เวลาฝนตก และต้องไปรับลูกค้าที่ลานจอดเพื่อเข้าร้าน ก็จะเอาร่มไปกางให้ลูกค้าเพื่อพาเข้าร้านโดยไม่ห่วงตัวเองเลย ซึ่งต้องบอกว่า ณ จุดนี้ไม่มีใครมาแทนที่วิวได้จริง

 

ภายหลังการรับร่างของ นายนพดล พิมดี หรือ วิว จะนำไปที่ วัดด่าน ย่านถนนพระราม 3 เพื่อจัดพิธีบำเพ็ญกุศลตามศาสนาต่อไป