ขณะที่ นายสิงห์โชค เพื่อนรุ่นน้องคนสนิทของผู้ตายเปิดเผยว่า ตนสนิทกับผู้ตายมาก รู้จักกับผู้ตายมาตั้งแต่สมัยที่ตัวเองยังเด็กๆ เพราะบ้านอยู่ใกล้กับร้านที่ผู้ตายทำงานอยู่ เป็นเพื่อนเที่ยวกันมาโดยตลอด ตอนทราบข่าวช่วงแรกรู้สึกตกใจมากๆ เพราะตอนที่ได้ข่าวมาคือรู้แค่ว่า มีคนร้ายขโมยรถแท๊กซี่ โดยมีพลเมืองดีเกาะท้ายรถตามไป แต่มารู้ภายหลังว่าพลเมืองดีคนนั้นคือพี่วิว ซึ่งหลังจากทราบว่าพี่วิวหายไป ส่วนตัวก็ทำใจไว้ส่วนหนึ่งแล้ว ว่าพี่วิวอาจจะไม่รอดชีวิตแล้ว เพราะคนแบบพี่วิวไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ต้องกลับบ้าน และครั้งนี้พี่เขาไม่กลับมาบ้านและไม่มีการติดต่ออะไรมาเลย จึงคิดว่าพี่เขาอาจจะไม่อยู่แล้ว
"นิสัยส่วนตัวทุกคนรู้ดีว่าพี่วิวเป็นคนที่ชอบช่วยเหลือคนอื่นมา ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตามแต่ ถ้ามีคนเดือดร้อนเรื่องเงินเดินมาขอบอกว่าลำบาก ถ้าพี่วิวมีเงินก็จะให้ทันที แต่ถ้าไม่มีก็จะพยายามหาให้ ไม่เคยทวงคืน ทุกคนในร้านจะรู้จักพี่วิวหมด ลูกค้าก็จำได้ ไม่เคยทะเลาะเบาะแว้งกับใคร ผมเคยเตือนหลายครั้งเรื่องการช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่คำนึงถึงตัวเอง ก่อนหน้านี้มีโจรเข้ามาขโมยของที่ร้าน พี่วิวก็เข้าไปต่อสู้ในลักษณะนี้เช่นเดียวกัน ผมก็เคยพูดว่าพอเถอะช่วยเหลือคนอื่นแบบสุดตัวแบบนี้ แต่พี่วิวก็ยังยืนยันที่จะช่วยเหลือเหมือนเดิม โดยบอกว่า “ที่ช่วยเหลือไป เพราะตัวเอง ก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร ก็ช่วยๆกัน”
ทางด้านนายธนพัฒน์ เปิดเผยว่า สำหรับวิว ทำงานกับตนมานานกว่า 13ปี อยู่กันแบบครอบครัว ไม่เคยทำให้ผิดหวัง ทำงานเกือบทุกอย่างในร้าน เป็นห่วงและเคยเตือนเขาเรื่องสุขภาพ เพราะเป็นคนทำอะไรทำเต็มที่ เวลาฝนตก และต้องไปรับลูกค้าที่ลานจอดเพื่อเข้าร้าน ก็จะเอาร่มไปกางให้ลูกค้าเพื่อพาเข้าร้านโดยไม่ห่วงตัวเองเลย ซึ่งต้องบอกว่า ณ จุดนี้ไม่มีใครมาแทนที่วิวได้จริง
ภายหลังการรับร่างของ นายนพดล พิมดี หรือ วิว จะนำไปที่ วัดด่าน ย่านถนนพระราม 3 เพื่อจัดพิธีบำเพ็ญกุศลตามศาสนาต่อไป