นอกจากนี้ นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า ยังได้ลงพื้นที่ติดตามปัญหาการก่อสร้างตึกสูง พบว่าสุขุมวิท 61 และซอยเอกมัย 1 ไม่ใช่ชุมชนแรกที่ประสบปัญหา แต่ยังเกิดขึ้นในพื้นที่บริเวณจตุจักร สาทร ยานนาวา คลองเตย และเขตอื่น ๆ และครั้งนี้เกิดที่ย่านสุขุมวิท ชาวบ้านขาดที่พึ่ง ซอยแคบ ท่อระบายน้ำเล็ก จากที่เคยอยู่กันเงียบ ๆ ราว ๆ 50 ครัวเรือน แต่กลับมาคอนโดยักษ์เตรียมก่อสร้าง กลายเป็น 500 ครัวเรือน แต่สร้างที่จอดรถแค่ 250 คัน กระทบกับสิ่งแวดล้อมในทุกด้าน สร้างความเดือดร้อนไว้ให้ชาวบ้านนับร้อยนับพันคน
คุณกรณ์ จึงตั้งคำถามถึงว่าที่ผู้ว่ากรุงเทพมหานคร ที่เหลือ 6 วันสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง ว่าจะมีใครที่จริงใจ และพร้อมเอาจริงกับเรื่องนี้บ้าง
"เหลือ 6 วันสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง ชาวบ้านรอความชัดเจนของผู้สมัครผู้ว่าฯทุกคน เขาอยากรู้ว่ามีใครจริงใจ และพร้อมเอาจริงกับเรื่องนี้บ้าง คนกรุงเทพฯ จำนวนมากยังไม่ตัดสินใจ เรื่องนี้จะส่งผลให้ ‘พลังเงียบ’ เลือกได้ พรรคกล้าเรามีผู้สมัคร ส.ก.อยู่ 12 คน เราจะทำหน้าที่อย่างเต็มที่ในสภากทม. เราจะรื้อข้อบัญญัติตึกสูงกรุงเทพฯ เพื่อยุติปัญหาการสร้างคอนโดสูงในซอยเล็กอย่างแน่นอน” หัวหน้าพรรคกล้า กล่าว
หัวหน้าพรรคกล้า จึงเสนอนโยบายสำหรับการเลือกตั้ง สก. พร้อมเสนอแผนงานการแก้ปัญหา โดยปรับวิธีการทำ EIA ให้เป็นอิสระจาก กทม. และปลอดผลประโยชน์จากนายทุน ยกเลิกสิทธิของบริษัทพัฒนาในการเริ่มก่อสร้างก่อนที่จะมีการออกใบอนุญาต คัดค้านข้อเสนอการแก้ผังเมืองที่จะนำไปสู่การลดสัดส่วนที่จอดรถในคอนโด เว้นแต่โครงการติดรถไฟฟ้าเท่านั้น พร้อมคำพิพากษาศาล โดยเฉพาะความกว้างของถนนที่ใช้เป็นตัวกำหนดความสูงของตึก ต้องเป็นส่วนที่รถวิ่งได้จริง ไม่เอาคู คลอง หรือเสาไฟฟ้ามานับรวมด้วย และต้องเร่งผลักดันโครงการสร้างบึงรับนํ้าคู้บอนและบางชัน ซึ่งเป็น 2 โครงการลดปัญหานํ้าท่วมสำคัญ แต่ กทม. ถ่วงเวลามายาวนาน และนายทุนยื้อเพราะหวังใช้พื้นที่พัฒนาหมู่บ้าน