ด้านนายสุพันธ์ กล่าวว่า ตนถามตัวเองว่า วันนี้มาถึงจุดนี้ได้อย่างไร ตนเริ่มจากธุรกิจขนาดเล็ก แต่วันนี้มีบริษัทขนาดใหม่ ที่ผ่านมาเราผ่านวิกฤตมาหลายครั้ง และก็ผ่านมาได้ ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาทุกคนลำบาก แต่บริษัทตนไม่เคยลำบาก และวันนี้ต้องยอมรับว่าเศรษฐกิจประเทศไม่เคยเปราะบางแบบนี้มาก่อน ซึ่งประเทศเรามีอัตราเงินเฟ้อที่เกิดจากหนี้ครัวเรือนที่สูงเป็นประวัติศาสตร์ กว่า 90% ของ GDP ดังนั้นหากเราปล่อยไว้แบบนี้ ตนสบาย ลูกตนก็สบาย แต่ประเทศจะเหลืออะไร
ยอมรับว่า วันนี้ตนไม่ได้เก่งที่สุด แต่ตนมีพรรคพวกที่คอบสนับสนุน เพราะมีภาคเอกชนอีกจำนวนมากที่ไม่กล้าออกมาอยู่แถวหน้า เนื่องจากระบบการเมืองที่ไม่แน่นอน วันนี้ประเทศเรากำลังเดินผิด เราต้องโฟกัสในสิ่งที่เราเก่ง โดยเฉพาะด้านเกษตร เราต้องช่วยเหลือเกษตร ทำให้เกษตรกรต้องรวยขึ้นด้วยต้นทุนที่ต่ำลง เพื่อให้อุตสาหกรรมแปรรูปสามารถแข่งขันกับทั่วโลกได้ อย่ามัวแต่ให้ปลา แต่ไม่ให้เครื่องมือหาปลา
สำหรับเหตุผล ทำไมตนมาอยู่พรรคไทยสร้างไทย เนื่องจากที่ผ่านมา ตนมีโอกาสได้เจอกับคุณหญิงสุดารัตน์ ได้คุยกันเรื่องอุดมการณ์ ซึ่งมีแนวทางและเป้าหมายเดียวกันคือ การช่วยคนตัวเล็ก ต้องทำให้ทุกคนมีรายได้สูงขึ้น มีรายจ่ายลดลง ซึ่งตนเข้ามาตรงนี้ไม่จำเป็นต้องทุจริตคอรัปชัน เพราะหากตนทำให้เศรษฐกิจดีทุกคนก็จะซื้อของ ธุรกิจของบริษัทตนก็ดีขึ้น แต่หากตนทุจริตเอาเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง แล้วลูกหลานติดยาเสพติดเราจะมีความสุขหรือไม่ และอีกสิ่งที่สำคัญคือ คุณหญิงสุดารัตน์เป็นคนที่เคารพและรักสถาบัน อันนี้คือข้อแตกต่าง อีกทั้งคุณหญิงยังเปิดกว้างให้กับทุกคน และเชื่อว่าพรรคนี้จะเป็นพรรคที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอนาคต มีคนเข้ามามากที่สุด เพราะเป็นพรรคที่ก้าวข้ามความขัดแย้ง มุ่งสร้างเศรษฐกิจไทยอย่างเดียว