เมื่อถามว่าในฐานะที่เคยเป็นประธานพรรคเพื่อไทย มองทิศทางของพรรคเพื่อไทยอย่างไร พล.อ.ชวลิต ปฏิเสธทันทีว่า ไม่เคยเป็น ส่วนพรรคเพื่อไทยจะสามารถแลนด์สไลด์ได้หรือไม่ ไม่ใช่เรื่องสำคัญ สำคัญที่ใครคิดถึงประชาชนมากกว่ากัน และอย่าคิดอย่างเดียว ต้องทำด้วย
สำหรับเรื่องการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ที่เหลือเวลาอีก 1 สัปดาห์ พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า ก็ต้องต่อสู้กันไป ดูเอาว่าประชาชนจะเลือกใคร ใครคิดถึงประชาชนหรือคิดถึงแต่ตัวเอง แต่ตนมองว่าส่วนใหญ่ น่าจะคิดถึงแต่ตัวเอง
ส่วนเรื่องยุทธศาสตร์อินโดแปซิฟิกจะสำเร็จหรือไม่ พล.อ.ชวลิต ตอบว่าไม่สนใจ ใครจะรบหรือไม่รบไม่ใช่เรื่องของเรา เรื่องของเราคือการรักษาประเทศชาติ ส่วนบทบาทของ พล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นอย่างไรนั้น ตนไม่ได้สนใจเลยแม้แต่น้อย สิ่งสำคัญอยู่ที่ให้ความสำคัญกับประชาชนคนไทยมากแค่ไหน เมื่อถามว่ามีข้อแนะนำให้พล.อ.ประยุทธ์หรือไม่ พล.อ.ชวลิต ระบุว่าตนจะไม่แนะนำใคร
“ผมคิดอย่างเดียวคือคิดถึงแต่ประชาชน เป็นห่วงประชาชนที่สุด มากกว่าเป็นห่วงลูกเมีย หรือเป็นห่วงตัวเองด้วยซ้ำไป”
ผู้สื่อข่าวถามถึงผลวิจัยที่มองว่าประเทศไทยอาจเกิดสงครามการเมือง พล.อ.ชวลิต บอกว่าสนใจแค่ประชาชน ส่วนระบอบประชาธิปไตยในประเทศไทยถือว่าน่าเป็นห่วงหรือไม่ พล.อ.ชวลิต ตอบว่า “ไม่เป็นห่วงได้อย่างไร ประเทศไทยเวลานี้ย่ำแย่เต็มทีแล้ว หนี้สินก็เยอะ ประชาชนก็ยากจน ไม่มีอะไรจะกิน หนี้สินรัฐบาลก็เป็นล้านล้าน ไม่เป็นห่วงได้ไงจ๊ะ”
สำหรับกรณีที่ พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ว ผบ.ทบ. ระบุว่าจะไม่ทำรัฐประหารนั้น ทำให้เกิดความอุ่นใจขึ้นหรือไม่ พล.อ.ชวลิต ตอบว่า “ไม่เคยอุ่นใจเรื่องอะไรทั้งสิ้น จะอุ่นใจก็ต่อเมื่อเขาทำทุกอย่างเพื่อประชาชน จะไปสนใจทำไมว่าใครจะปฏิวัติ สนใจประชาชนเอาไว้ก็พอ หากการรัฐประหารทำเพื่อประชาชน ก็น่าสนับสนุน แต่ถ้าไม่ทำอย่างนั้นก็ตามใจเขา เขาอยู่ได้ก็ไม่นานเดี๋ยวก็หัวหดไปเอง”
พล.อ.ชวลิต กล่าวทิ้งท้ายว่ามีหลายพรรคการเมืองมาขอให้ตนเป็นที่ปรึกษา ถึง 7 พรรค ล้วนแต่เป็นคนที่รักกันจึงปฏิเสธไม่ได้ ผู้สื่อข่าวถามว่าเป็นพรรคร่วมรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน พล.อ.ชวลิต ตอบว่า ไม่รู้ว่าพรรคไหนเป็นพรรคร่วมรัฐบาลหรือพรรคฝ่ายค้าน ไม่รู้ว่าใครเป็นใคร เมื่อถามว่ามีพรรคไหนบ้าง พล.อ.ชวลิต ตอบแกมติดตลกว่าพรรครบก็มี